คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
นาถปรีชา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,184 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 52/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าตึกเพื่ออยู่อาศัยหรือประกอบธุรกิจ: การคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าตึกพิพาทเพื่อประกอบการค้าเป็นส่วนใหญ่ขอให้ขับไล่ แต่โจทก์ยอมรับว่าจำเลยได้อยู่อาศัยในที่เช่าด้วยดังนี้ มีประเด็นเป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องพิจารณาต่อไปว่าตึกพิพาทที่จำเลยเช่าอยู่นี้จำเลยได้เช่าเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยหรือเพียงแต่อยู่ในฐานะเพื่อประกอบธุรกิจการค้า หรืออุตสาหกรรม เพราะถ้าจำเลยเข้าอยู่ตามความในวรรคหลังพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ก็ไม่คุ้มครองจำเลย (อ้างฎีกาที่ 1099/2491,1147/2491)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 51/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฎีกาที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอนและข้อกำหนดของกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ทำให้ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 3 เดือน ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยทำผิดจริงดังฟ้อง และพิพากษาลงโทษจำเลยแต่ให้รอการลงอาญาไว้ตาม มาตรา 41,42 กฎหมายลักษณะอาญา โจทก์จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ฎีกาโจทก์ไม่มีผู้รับรองตามมาตรา 221 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 51/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาไม่รับวินิจฉัยเนื่องจากฎีกาในประเด็นข้อเท็จจริงต้องห้ามตามกฎหมาย และไม่มีผู้รับรองฎีกา
ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 3 เดือน ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยทำผิดจริงดังฟ้อง และพิพากษาลงโทษจำเลย แต่ให้รอการลงอาญาไว้ตาม มาตรา 41,42 ก.ม. ลักษณะอาญา โจทก์จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญา มาตรา 220 ฎีกาโจทก์ไม่มีผู้รับรองตามมาตรา 221 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำโดยถูกยั่วโทสะในคดีทำร้ายถึงแก่ความตาย ศาลลดโทษฐานยั่วโทสะ
จำเลยติดตามพบภรรยาจำเลยอยู่กับผู้ตาย จำเลยขอให้กลับ ภรรยาก็ยอมกลับ ผู้ตายถืออาวุธตามมาและพูดว่าจะฟันจำเลย จำเลยเลี่ยงเข้าไปในโรงนางส้มลิ้ม ผู้ตายยังขืนเข้าไปประจันหน้าจำเลยด้วยวิธีทวงหนี้ จำเลยใช้หนี้แล้ว ผู้ตายก็ยังไม่กลับ ทำให้ภรรยาจำเลยเลี่ยงไปจำเลยได้ทำร้ายผู้ตายในทันใดที่กลับจากตามภรรยาไม่พบ ดังนี้ การกระทำของจำเลยกระทำไปด้วยโทษะที่บรรดาลขึ้นจากกิริยาของผู้ตาย อันควรได้ลดโทษฐานยั่วโทษะ.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำโดยถูกยั่วโทสะ ลดหย่อนผ่อนโทษฐานฆ่า
จำเลยติดตามพบภรรยาจำเลยอยู่กับผู้ตาย จำเลยขอให้กลับภรรยาก็ยอมกลับ ผู้ตายถืออาวุธตามมาและพูดว่าจะฟันจำเลย จำเลยเลี่ยงเข้าไปในโรงนางส้มลิ้ม ผู้ตายยังขืนเข้าไปประจันหน้าจำเลยด้วยวิธีทวงหนี้ จำเลยใช้หนี้แล้ว ผู้ตายก็ยังไม่กลับ ทำให้ภรรยาจำเลยเลี่ยงไป จำเลยได้ทำร้ายผู้ตายในทันใดที่กลับจากตามภรรยาไม่พบ ดังนี้การกระทำของจำเลยกระทำไปด้วยโทสะที่บันดาลขึ้นจากกิริยาของผู้ตาย อันควรได้ลดโทษฐานยั่วโทสะ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การคุ้มครองสัญญาเช่าที่อยู่อาศัยตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ และข้อจำกัดในการฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า ห้องรายพิพาทจำเลยใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าฯ โจทก์ย่อมฎีกาไม่ได้เพราะเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2490 ใช้บังคับได้ ไม่ขัดต่อบทรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด เพราะบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญไม่มีบทห้ามการใช้กฎหมายให้มีผลย้อนหลังในทางแพ่ง./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การคุ้มครองสัญญาเช่าที่อยู่อาศัยตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า และขอบเขตการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า ห้องรายพิพาทจำเลยใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองจาก พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯโจทก์ย่อมฎีกาไม่ได้ เพราะเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2490 ใช้บังคับได้ไม่ขัดต่อบทรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด เพราะบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญไม่มีบทห้ามการใช้กฎหมายให้มีผลย้อนหลังในทางแพ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองสุราเถื่อนที่มีแอลกอฮอล์สูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต
ของกลางเป็นสุราที่มีแอลกอฮอล์สูงถึง 85 ดีกรี เมื่อเติมน้ำแล้ว ก็เป็นสิ่งที่ใช้ดื่ม,กินได้ นับว่าเป็นสุราที่ทำขึ้นโดยผิดกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองสุราเถื่อน: สุราที่ทำขึ้นโดยผิดกฎหมาย แม้มีดีกรีสูงและต้องเจือจางก่อนดื่ม ก็เข้าข่ายสุราเถื่อนตามกฎหมาย
ของกลางเป็นสุราที่มีแอลกอฮอล์สูงถึง 85 ดีกรีเมื่อเติมน้ำแล้วก็เป็นสิ่งที่ใช้ดื่มกินได้ นับว่าเป็นสุราที่ทำขึ้นโดยผิดกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลักทรัพย์ vs. ฉ้อโกง: การครอบครองทรัพย์สินเป็นสำคัญ
จำเลยแต่งคนไปหลอกเจ้าทรัพย์ว่า จะซื้อแหวนเพชรเจ้าทรัพย์ได้นำแหวนมาให้ดู 2 วงระหว่างดูและต่อราคากัน เผอิญเจ้าทรัพย์ปวดปัสสาวะ จึงเข้าห้องน้ำไม่เกิน 5 นาที กลับออกมาไม่พบจำเลย จำเลยได้หลบหนีและนำแหวนไปด้วย ดังนี้ เจ้าทรัพย์หาได้มอบการครอบครองให้แก่จำเลยไม่ จำเลยจึงมีผิดฐานลักทรัพย์
of 219