คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
นาถปรีชา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,184 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 996/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีอาญาผิดวัน ทำให้ศาลลงโทษจำเลยไม่ได้
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำผิดในวันที่ 6 มิถุนายน 2489 แต่โจทก์นำสืบว่าจำเลยทำผิดในวันที่ 5 มิถุนายน 2489 เป็นการฟ้องผิดวัน ลงโทษจำเลยไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 987/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์อำนาจของประกาศคณะกรมการจังหวัด: ประกาศไม่ใช่กฎหมายและต้องส่งเป็นพยานหลักฐาน
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานจำหน่ายข้าวสารเหนียว โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการฝ่าฝืนประกาศของคณะรมการจังหวัด แต่โจทก์ไม่ได้อ้างประกาศประกาศดังกล่าวเป็นพยาน ศาลก็ไม่ทราบว่า ประกาศที่โจทก์กล่าวมาในฟ้องได้ออกโดยอาศัยอำนาจบทกฎหมายฉบับใด แม้จำเลยให้การรับสารภาพ ก็ยังลงโทษจำเลยไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 987/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์อำนาจกฎหมายของประกาศคณะกรรมการจังหวัด: จำเป็นต่อการลงโทษจำเลย
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานจำหน่ายข้าวสารเหนียวโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการฝ่าฝืนประกาศของคณะกรมการจังหวัดแต่โจทก์ไม่ได้อ้างประกาศดังกล่าวเป็นพยาน ศาลก็ไม่ทราบว่า ประกาศที่โจทก์กล่าวมาในฟ้องได้ออกโดยอาศัยอำนาจบทกฎหมายฉบับใด แม้จำเลยให้การรับสารภาพ ก็ยังลงโทษจำเลยไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 984/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเลิกสัญญาเช่าก่อนบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า และการผิดนัดชำระค่าเช่า ไม่ได้รับการคุ้มครอง
การเลิกสัญญาเช่า เกิดขึ้นก่อนวันใช้พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันและเป็นการผิดนัดไม่ส่งค่าเช่า ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 984/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าก่อนมี พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า และผิดนัดชำระค่าเช่า ไม่ได้รับการคุ้มครอง
ยกเลิกสัญญาเช่าเกิดขึ้นก่อนวันใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน และเป็นการผิดนัดไม่ส่งค่าเช่า ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 969/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเปลี่ยนแปลงข้อกล่าวหาเกินกรอบฟ้อง คดีอาญาเรื่องยักยอกทรัพย์
ในคดียักยอก โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำผิดเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน2489 และต่อๆ มาจนถึงวันที่ 25 สิงหาคม2489 แต่โจทก์นำสืบว่าจำเลยทำผิดก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2489 ดังนี้ ข้อเท็จจริงที่โจทก์สืบได้ย่อมต่างกับฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 969/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตการฟ้องยักยอกทรัพย์: การสืบพยานหลักฐานขัดแย้งกับข้อกล่าวหาในฟ้อง
ในคดียักยอก โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำผิดเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2489 และต่อ ๆ มา จนถึงวันที่ 25 สิงหาคม 2489 แต่โจทก์นำสืบว่าจำเลยทำผิดก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2489 ดังนี้ ข้อเท็จจริงที่โจทก์สืบได้ย่อมต่างกับฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 956/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 73 และการหักกลบลบโทษ รวมถึงขอบเขตการสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย
จำเลยต้องโทษมาแล้วหลายครั้ง ๆ สุดท้ายจำเลยได้หลบหนี้ไปในระหว่างต้องโทษ แล้วกลับมากระทำผิดในคดีนี้ภายหลังที่พ้นโทษครั้งที่ 4 ไปยังไม่เกิน 3 ปี ก็เพิ่มโทษตามมาตรา 73 ได้
เมื่อคดีต้องเพิ่มโทษตามมาตรา 73 กึ่งหนึ่ง และลดฐานปราณีตามมาตรา 59 ลงกึ่งหนึ่ง โทษเพิ่มและลดมีกำหนดเสมอกัน ต้องหักกลบลบกันไปตามมาตรา 39
จำเลยให้การรับสารภาพว่า ได้รับของโจรตามฟ้องไว้จริง แต่ไม่ได้ลักทรัพย์ตามโจทก์ฟ้อง การพิพากษาให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จึงเกินคำรับของจำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 956/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิ่มโทษอาญาซ้ำจากเคยหลบหนีระหว่างต้องโทษ และขอบเขตการบังคับใช้มาตรา 73, 59, 39
จำเลยต้องโทษมาแล้วหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายจำเลยได้หลบหนีไปในระหว่างต้องโทษ แล้วกลับมากระทำผิดในคดีนี้ภายหลังที่พ้นโทษครั้งที่ 4 ไปยังไม่เกิน 3 ปี ก็เพิ่มโทษตามมาตรา 73 ได้
เมื่อคดีต้องเพิ่มโทษตามมาตรา 73 กึ่งหนึ่ง และลดฐานปราณีตามมาตรา 59 ลงกึ่งหนึ่ง โทษเพิ่มและลดมีกำหนดเสมอกัน ต้องหักกลบลบกันไปตาม มาตรา 39
จำเลยให้การรับสารภาพว่า ได้รับของโจรตามฟ้องไว้จริง แต่ ไม่ได้ลักทรัพย์ตามโจทก์ฟ้อง การพิพากษาให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จึงเกินคำรับของจำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 939/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การมอบหมายทรัพย์ที่อายัติ - โจทก์มีสิทธิพิสูจน์การมอบหมายให้จำเลยรักษาได้ แม้จำเลยอ้างเอกสารการอายัติกับผู้อื่น
ในคดียักยอกทรัพย์ต้องอายัติ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับมอบหมายทรัพย์ที่อายัติจากเจ้าพนักงานป่าไม้ผู้จับกุมในวันที่ 11 มกราคม 2488 แล้ว จำเลยอ้างเอกสารซึ่งพนักงานสอบสวนทำไว้ว่ายึดไม้ในวันที่ 10 มกราคม 2488 และอายัติไว้กับนายปั่น ดังนี้ ยังไม่พอฟังได้เด็ดขาดว่า ในวันที่ 11 มกราคม 2488 ซึ่งโจทก์หานั้น เจ้าพนักงานจะไม่ได้มอบหมายไม้ให้จำเลยรักษา โจทก์ย่อมมีสิทธิจะนำสืบให้สมฟัองได้
of 219