พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,184 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 836/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีอาญา จำเป็นต้องบรรยายฟ้องให้ชัดเจนว่าจำเลยกระทำการตามที่กล่าวอ้างจริง
ฟ้องว่าจำเลยจำหน่ายยาสูบเกินราคาที่อธิบดีกรมสรรพสามิตกำหนดแต่ไม่ได้บรรยายว่าจำเลยเป็นผู้ทำการจำหน่ายยาสูบ ดังนี้ การกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดตามมาตรา 19 ลงโทษจำเลยไม่ได้ (อ้างฎีกา 1023/2487 และ 1059/2487)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 818/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
โมฆะกรรมสัญญาซื้อขายที่ดิน - การกลับคืนสู่ฐานะเดิม - กรรมสิทธิ - การครอบครอง
เรื่องโมฆะกรรมที่คู่กรณีได้กลับคืนยังฐานะเดิมนั้น ก.ม.บัญญัติไว้ฉะเพาะกรณีที่เป็นโมฆียะกรรมแล้ว ถูกบอกล้างตาม ป.พ.พ.มาตรา 136 ส่วนนิติกรรมที่เป็นโมฆะมาแต่แรกนั้น หาได้บัญญัติถึงการกลับคืนฐานะเดิมไม่ เพราะเมื่อเป็นการเสียเปล่ามาแต่ต้นแล้ว ฐานะนของคู่กรณีก็มิได้เคยมีการเปลี่ยนแปลงเลย
ที่ดินยังเป็นกรรมสิทธิของเจ้าของอยู่ ผู้อื่นไปขอใบเหยียบย่ำได้มาเท่านั้น หาทำให้เกิดกรรมสิทธิในที่ดินไม่
ที่พิพาทเป็นที่บ้าน แม้ภายหลังรื้อเรือลง ก็หาทำให้สภาพของที่เปลี่ยนไปไม่
ซื้อขายที่ดินโดยมิได้จดทะเบียน สัญญาเป็นโมฆะ ผู้ขายฟ้องเรียกที่ดินคืนได้ ถ้าผู้ซื้อไม่ได้ฟ้องแย้งขอให้ผู้ขายคืนราคาที่รับไป ศาลก็ไม่พิพากษาให้ผู้ขายคืนเงิน
ที่ดินยังเป็นกรรมสิทธิของเจ้าของอยู่ ผู้อื่นไปขอใบเหยียบย่ำได้มาเท่านั้น หาทำให้เกิดกรรมสิทธิในที่ดินไม่
ที่พิพาทเป็นที่บ้าน แม้ภายหลังรื้อเรือลง ก็หาทำให้สภาพของที่เปลี่ยนไปไม่
ซื้อขายที่ดินโดยมิได้จดทะเบียน สัญญาเป็นโมฆะ ผู้ขายฟ้องเรียกที่ดินคืนได้ ถ้าผู้ซื้อไม่ได้ฟ้องแย้งขอให้ผู้ขายคืนราคาที่รับไป ศาลก็ไม่พิพากษาให้ผู้ขายคืนเงิน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 818/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
โมฆะกรรมสัญญาซื้อขายที่ดินและผลของการกลับคืนสู่ฐานะเดิม สิทธิครอบครอง
เรื่องโมฆะกรรมที่คู่กรณีได้กลับคืนยังฐานะเดิมนั้น กฎหมายบัญญัติไว้เฉพาะกรณีที่เป็นโมฆียะกรรมแล้วถูกบอกล้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 136 ส่วนนิติกรรมที่เป็นโมฆะมาแต่แรกนั้น หาได้บัญญัติถึงการกลับคืนฐานะเดิมไม่ เพราะเมื่อเป็นการเสียเปล่ามาแต่ต้นแล้ว ฐานะของคู่กรณีก็มิได้เคยมีการเปลี่ยนแปลงเลย
ที่ดินยังเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของอยู่ ผู้อื่นไปขอใบเหยียบย่ำได้มาเท่านั้น หาทำให้เกิดกรรมสิทธิ์ในที่ดินไม่
ที่พิพาทเป็นที่บ้าน แม้ภายหลังรื้อเรือนลง ก็หาทำให้สภาพของที่เปลี่ยนไปไม่
ซื้อขายที่ดินโดยมิได้จดทะเบียน สัญญาเป็นโมฆะ ผู้ขายฟ้องเรียกที่ดินคืนได้ถ้าผู้ซื้อไม่ได้ฟ้องแย้งขอให้ผู้ขายคืนราคาที่รับไปศาลก็ไม่พิพากษาให้ผู้ขายคืนเงิน
ที่ดินยังเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของอยู่ ผู้อื่นไปขอใบเหยียบย่ำได้มาเท่านั้น หาทำให้เกิดกรรมสิทธิ์ในที่ดินไม่
ที่พิพาทเป็นที่บ้าน แม้ภายหลังรื้อเรือนลง ก็หาทำให้สภาพของที่เปลี่ยนไปไม่
ซื้อขายที่ดินโดยมิได้จดทะเบียน สัญญาเป็นโมฆะ ผู้ขายฟ้องเรียกที่ดินคืนได้ถ้าผู้ซื้อไม่ได้ฟ้องแย้งขอให้ผู้ขายคืนราคาที่รับไปศาลก็ไม่พิพากษาให้ผู้ขายคืนเงิน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 817/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบรรยายฟ้องการพนัน: สถานที่เล่นกับการเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลย + คนสมคบกันเล่นการพะนันที่บ้านจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 - 3 เป็นเจ้ามือ จำเลยนอกนั้นเป็นคนแทง ดังนี้ ถือได้ว่าโจทก์หาว่าจำเลยที่ 1 เป็นคนแทงด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 817/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบรรยายฟ้องฐานสมคบเล่นการพนัน: การตีความบทบาทของผู้ถูกกล่าวหา
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลย 6 คนสมคบกันเล่นการพนันที่บ้านจำเลยที่ 1โดยจำเลยที่ 2-3 เป็นเจ้ามือ จำเลยนอกนั้นเป็นคนแทง ดังนี้ ถือได้ว่าโจทก์หาว่าจำเลยที่ 1 เป็นคนแทงด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 813/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายทรัพย์สินที่มีข้อจำกัดในการโอน และการกำหนดค่าปรับที่สมเหตุสมผล
ทำสัญญาขายทรัพย์ซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของ แล้วทำการโอนไม่ได้เพราะ เจ้าของอีกคนหนึ่งคัดค้านนั้น ไม่ทำให้ผู้ขายหลุดพ้นจากความรับผิดในฐานผิดสัญญา
เบี้ยปรับฐานผิดสัญญาซึ่งคู่ความตกลงกันไว้ในสัญญา เมื่อศาลได้พิจารณาข้อสัญญาประกอบด้วยเหตุผลทั่วๆ ไปที่ปรากฏตามทางพิจารณาแล้วศาลมีอำนาจกำหนดให้ตามจำนวนที่เห็นสมควรตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 ได้
การคืนเงินมัดจำในกรณีเลิกสัญญา ไม่ใช่คิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้อง
เบี้ยปรับฐานผิดสัญญาซึ่งคู่ความตกลงกันไว้ในสัญญา เมื่อศาลได้พิจารณาข้อสัญญาประกอบด้วยเหตุผลทั่วๆ ไปที่ปรากฏตามทางพิจารณาแล้วศาลมีอำนาจกำหนดให้ตามจำนวนที่เห็นสมควรตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 ได้
การคืนเงินมัดจำในกรณีเลิกสัญญา ไม่ใช่คิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 808/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาสามารถพิจารณาการป้องกันตัวได้
โจทก์ฟ้องฐานฆ่าคนตาย จำเลยต่อสู้ว่ากระทำโดยบันดาลโทสะตามมาตรา 55 จำเลยย่อมยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ว่ากระทำเพราะจำเป็นเพื่อป้องกันตัวตามมาตรา 49(2) ได้
ผู้ตายบังอาจขึ้นไปตีจำเลยถึงบนเรือนของจำเลย ตีแล้วยังถือไม้อยู่เมื่อจำเลยถูกทำร้ายและเป็นเวลาปัจจุบันทันด่วนจำเลยจึงหยิบมีดขอฟันผู้ตายไป 1 ที ถูกผู้ตายการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ
ผู้ตายบังอาจขึ้นไปตีจำเลยถึงบนเรือนของจำเลย ตีแล้วยังถือไม้อยู่เมื่อจำเลยถูกทำร้ายและเป็นเวลาปัจจุบันทันด่วนจำเลยจึงหยิบมีดขอฟันผู้ตายไป 1 ที ถูกผู้ตายการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 808/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย: การกระทำเพื่อป้องกันการประทุษร้ายต่อตนเองบนเรือน
โจทก์ฟ้องฐานฆ่าคนตาย จำเลยต่อสู้ว่า กระทำโดยบรรดาลโทษะตามมาตรา 55 จำเลยย่อมยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ว่า กระทำเพราะจำเป็นเพื่อป้องกันตัวตามมาตรา 49(2) ได้
พฤตติการณ์ที่ถือว่าเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ
พฤตติการณ์ที่ถือว่าเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 800/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยาต้องมีกฎหมายให้อำนาจเฉพาะเจาะจง
โดยปกติเมื่อชายหญิงยังเป็นสามีภรรยากันอยู่จะฟ้องร้องกันด้วยเรื่องทรัพย์ที่บริคณห์กันอยู่ไม่ได้ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจไว้ เช่นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1467,1472,1478 ในกรณีเช่นที่โจทก์ฟ้องนี้ ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องจำเลย(อ้างฎีกา 622/2489)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 800/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องเรียกทรัพย์ระหว่างสามีภรรยา: สิทธิฟ้องต้องมีฐานตามกฎหมายเฉพาะ
โดยปรกติเมื่อชายหญิงยังเป็นสามีภรรยากันอยู่ จะฟ้องร้องกันด้วยเรื่องทรัพย์ที่บริคณฑ์กันอยู่ไม่ได้ เว้นแต่จะมี ก.ม.บัญญัติให้อำนาจไว้ เช่น ป.พ.พ.มาตรา 1467, 1472, 1478 ในกรณีเช่นที่โจทก์ฟ้องนี้ ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องจำเลย
(อ้างฎีกา 622/2489)
(อ้างฎีกา 622/2489)