พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,184 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 718/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ทางปรปักษ์ vs. สิทธิจากนิติกรรมซื้อขาย: การครอบครองที่ดินโดยอาศัย vs. การซื้อขายจริง
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยอ้างว่าอาศัย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ทางปรปักษ์ให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายระหว่างโจทก์กับผู้โอนตามฟ้องแย้งของจำเลย โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังว่า โจทก์ได้รับโอนโดยสุจริต ให้ขับไล่จำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจวินิจฉัยถึงประเด็นข้อที่ว่า จำเลยอยู่โดยปรปักษ์หรือโดยอาศัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 713/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องความผิดพ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว ต้องแสดงหลักฐานประกาศคณะกรรมการกำหนดเวลาแจ้งข้าว และการฝ่าฝืนประกาศ
ความผิดฐานมีข้าวไว้ในครอบครองในเขตต์ห้ามกักกันข้าว โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว พ.ศ. 2489 ฟ้องต้องได้ความว่า ได้มีประกาศคณะกรรมการกำหนดเวลาให้ผู้มีข้าวเกินปริมาณมาแจ้ง และจำเลยทำฝ่าฝืนประกาศนั้น จึงจะมีผิด
ฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวถึงประกาศของคณะกรรมการ และมิได้ยื่นสำเนาประกาศมาท้ายคำฟ้อง ซึ่งพอจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งแห่งคำฟ้อง ดังนี้ ถือว่า ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์ ลงโทษจำเลยไม่ได้
ฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวถึงประกาศของคณะกรรมการ และมิได้ยื่นสำเนาประกาศมาท้ายคำฟ้อง ซึ่งพอจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งแห่งคำฟ้อง ดังนี้ ถือว่า ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์ ลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 713/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดพ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว: ฟ้องไม่สมบูรณ์หากไม่ระบุประกาศกำหนดเวลาแจ้งข้าว
ความผิดฐานมีข้าวไว้ในครอบครองในเขตห้ามกักกันข้าวโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าวพ.ศ.2489.ฟ้องต้องได้ความว่า ได้มีประกาศคณะกรรมการกำหนดเวลาให้ผู้มีข้าวเกินปริมาณมาแจ้ง และจำเลยทำฝ่าฝืนประกาศนั้นจึงจะมีผิด
ฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวถึงประกาศของคณะกรรมการและมิได้ยื่นสำเนาประกาศมาท้ายคำฟ้อง ซึ่งพอจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งแห่งคำฟ้อง ดังนี้ ถือว่า ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์ลงโทษจำเลยไม่ได้
ฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวถึงประกาศของคณะกรรมการและมิได้ยื่นสำเนาประกาศมาท้ายคำฟ้อง ซึ่งพอจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งแห่งคำฟ้อง ดังนี้ ถือว่า ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์ลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 702/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์: ศาลฎีกาวินิจฉัยเรื่องการได้มาซึ่งที่ดินโดยการครอบครองเกิน 10 ปี แม้การอ้างเหตุอื่น
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยจากที่สวนของโจทก์ที่บิดาโจทก์ยกให้ จำเลยให้การว่า บิดาโจทก์ได้ขายแก่จำเลยกับสามีด้วยวาจา จำเลยกับสามีได้ครอบครองถือสิทธิเป็นเจ้าของเกิน 10 ปีแล้ว ในชั้นพิจารณาจำเลยกลับนำสืบว่า จำเลยได้มาซึ่งที่วิวาทโดยทางมรดก และครอบครองมา 10 ปีแล้วดังนี้ ตามคำให้การของจำเลย จำเลยถือเอาการครอบครองปรปักษ์เกินกว่า 10 ปีเป็นหลัก แม้จำเลยจะนำสืบถึงการได้มาซึ่งที่รายวิวาทผิดประเด็น ก็หาเป็นการตัดที่จะไม่รับวินิจฉัยข้อครอบครองเกิน 10 ปีของจำเลยเสียได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 702/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์: การเปลี่ยนแปลงฐานข้อต่อสู้ของจำเลยไม่ตัดสิทธิศาลในการวินิจฉัยข้อครอบครองเกิน 10 ปี
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยจาที่สวนของโจทก์ที่บิดาโจทก์ยกให้ จำเลยให้การว่า บิดาโจทก์ได้ขายแก่จำเลยกับสามีด้วยวาจา จำเลยกับสามีได้ครอบครองถือสิทธิเป็นเจ้าของเกิน 10 ปีแล้ว ในชั้นพิจารณาจำเลยกลับนำสืบว่า จำเลยได้มาซึ่งที่วิวาทโดยทางมรดก และครอบครองมา 10 ปีแล้ว ดังนี้ ตามคำให้การของจำเลย ๆ ถือเอาการครอบครองปรปักษ์เกินกว่า 10 ปีเป็นหลัก แม้จำเลยจะนำสืบถึงการได้มาซึ่งที่รายวิวาทผิดประเด็น ก็หาเป็นการตัดที่จะไม่รับวินิจฉัยข้อครอบครองเกิน 10 ปีของจำเลยเสียได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 691/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบอกเลิกสัญญาเช่าช่วงและผลกระทบของ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเมื่อใช้สิทธิบอกเลิกถูกต้อง
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยผู้เช่าโดยอ้างว่าจำเลยเอาไปให้เช่าช่วงนั้นโจทก์ไม่จำต้องระบุในฟ้องว่า จำเลยเอาไปให้ผู้ใดเช่าช่วงก็เป็นฟ้องที่สมบูรณ์แล้ว ไม่เคลือบคลุม
การบอกเลิกสัญญาเช่าในระหว่างเวลาใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2488 โดยชอบแล้ว จะยก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2490 มาใช้บังคับไม่ได้
การบอกเลิกสัญญาเช่าในระหว่างเวลาใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2488 โดยชอบแล้ว จะยก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2490 มาใช้บังคับไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 691/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบอกเลิกสัญญาเช่าช่วงและการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า: สิทธิของเจ้าของห้องหลังสัญญาหมดอายุ
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยผู้เช่าโดยอ้างว่าจำเลยเอาไปให้เช่าช่วงนั้น โจทก์ไม่จำต้องระบุในฟ้องว่า จำเลยเอาไปให้ผู้ใดเช่าช่วงก็เป็นฟ้องที่ชัดเจนแล้ว ไม่เคลือบคลุม
การบอกเลิกสัญญาเช่าในระหว่างเวลาใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน2488 โดยชอบแล้ว จะยก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2490 มาใช้บังคับไม่ได้
การบอกเลิกสัญญาเช่าในระหว่างเวลาใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน2488 โดยชอบแล้ว จะยก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2490 มาใช้บังคับไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 690/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าไม่มีกำหนดเวลา การบอกเลิกสัญญา และสิทธิในการครอบครอง
โจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยอาศัยและได้บอกกล่าวให้จำเลยออกไปแล้ว จำเลยไม่ออก จำเลยต่อสู้ว่าเป็นการเช่า ดังนี้แม้จะได้ความว่า จำเลยได้เช่าจากโจทก์ก็ดี เมื่อเป็นการเช่าที่ไม่มีกำหนดเวลา โจทก์ได้บอกกล่าวล่วงหน้าครบกำหนดตาม ป.พ.พ.มาตรา 566 แล้ว ศาลก็พิพากษาขับไล่จำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 690/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าไม่มีกำหนดเวลา สิ้นสุดลงได้ด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย
โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยอาศัยและได้บอกกล่าวให้จำเลยออกไปแล้ว จำเลยไม่ออก จำเลยต่อสู้ว่า เป็นการเช่า ดังนี้แม้จะได้ความว่า จำเลยได้เช่าจากโจทก์ก็ดีเมื่อเป็นการเช่าที่ไม่มีกำหนดเวลา โจทก์ได้บอกกล่าวล่วงหน้าครบกำหนดตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 566แล้ว ศาลก็พิพากษาขับไล่จำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 672/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยานหลักฐาน: การใช้คำให้การของโจทก์เองพิสูจน์นิสัยและความประพฤติในคดีได้
โจทก์อ้างตัวเองเป็นพะยานให้การของโจทก์ที่แสดงถึงนิสสัยและความประพฤติไม่ดีของโจทก์เองโดยตรง ศาลย่อมยกขึ้นมาประกอบการพิจารณาคดีได้