พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,184 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 431/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การวินิจฉัยข้อเท็จจริงขัดแย้งกันระหว่างคดีก่อนและคดีหลัง ศาลต้องสืบพยานเพิ่มเติมเพื่อหาความจริง
พยานโจทก์เบิกความถึงวันเกิดเหตุตรงตามฟ้อง แต่ว่าต่างกับวันฟ้องในคดีก่อนไปวันหนึ่งนั้น ดังนี้จะถือว่าวันเกิดเหตุจริงคือวันในฟ้องคดีก่อนยังไม่ได้ ถ้าฟ้องจริงและคดีมีหลักฐานพอแล้วต้องมีผิด.
+ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง+ว่า พยานโจทก์เบิกความต่างกันไม่น่าเชื่อนั้น ถือว่าศาลวินิจฉัยขาดข้อเท็จจริงแห่งคดี ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาให้ศาล+เป็นการสืบพยานแล้วพิพากษา+ ถ้าศาลอุทธรณ์ประสงค์จะฟังพยานต่อไปจนสิ้นกระแสร์ความเสียก่อน ก็ควรให้ศาลชั้นต้นสืบพยานให้ส่งสำนวนคืนให้ศาลอุทธรณ์พิพากษา.
+ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง+ว่า พยานโจทก์เบิกความต่างกันไม่น่าเชื่อนั้น ถือว่าศาลวินิจฉัยขาดข้อเท็จจริงแห่งคดี ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาให้ศาล+เป็นการสืบพยานแล้วพิพากษา+ ถ้าศาลอุทธรณ์ประสงค์จะฟังพยานต่อไปจนสิ้นกระแสร์ความเสียก่อน ก็ควรให้ศาลชั้นต้นสืบพยานให้ส่งสำนวนคืนให้ศาลอุทธรณ์พิพากษา.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 430/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำลายทรัพย์มรดก แม้มีส่วนได้ร่วม ก็ไม่มีอำนาจกระทำ
บังอาจทำลายทรัพย์ มฤดกที่ยังไม่ได้แบ่ง แม้ภริยาจำเลยจะมีส่วนได้อยู่ในทรัพย์รายนี้ด้วย จำเลยก็ไม่มีอำนาจทำลาย จึงต้องมีผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 324.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 430/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำลายทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง แม้มีส่วนได้ร่วม ก็ไม่มีอำนาจกระทำ
บังอาจทำลายทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง แม้ภริยาจำเลยจะมีส่วนได้อยู่ในทรัพย์รายนี้ด้วย จำเลยก็ไม่มีอำนาจทำลายจึงต้องมีผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา324
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 429/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้พื้นที่เช่าเพื่อการค้าหรือไม่ และผลกระทบต่อความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากสถานที่เช่าโดยอ้างเหตุว่าสัญญาเช่าสิ้นอายุ จำเลยต่อสู้ว่าได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯลฯ เพราะจำเลยใช้เป็นที่อยู่อาศัย แต่โจทก์เถียงว่าจำเลยใช้เป็นที่ทำการค้าดังนี้ แม้ในฟ้องโจทก์จะมิได้บรรยายว่าจำเลยได้ใช้สถานที่เช่าทำการค้าก็ดีคดีย่อมมีประเด็นที่คู่ความจะต้องนำสืบว่าเป็นที่อยู่อาศัยหรือทำการค้า
เมื่อจำเลยใช้อาคารเพื่อการค้า จึงไม่เป็นเคหะตามความหมายแห่ง พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า 2488 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะที่โจทก์ฟ้องคดี จำเลยย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า 2486และไม่อาจยกพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าปี 2489 มาใช้บังคับเพราะเป็นกฎหมายที่เพิ่งใช้ภายหลังเวลาที่จำเลยได้ครอบครองอาคารมาอย่างละเมิดฉะนั้น พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าปี 2490 ก็จะนำมาย้อนหลังบังคับไม่ได้ในกรณีเช่นนี้
เมื่อจำเลยใช้อาคารเพื่อการค้า จึงไม่เป็นเคหะตามความหมายแห่ง พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า 2488 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะที่โจทก์ฟ้องคดี จำเลยย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า 2486และไม่อาจยกพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าปี 2489 มาใช้บังคับเพราะเป็นกฎหมายที่เพิ่งใช้ภายหลังเวลาที่จำเลยได้ครอบครองอาคารมาอย่างละเมิดฉะนั้น พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าปี 2490 ก็จะนำมาย้อนหลังบังคับไม่ได้ในกรณีเช่นนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 422/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อุปการะช่วยเหลือนักโทษหลบหนี ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย
จำเลยทราบดีว่านักโทษจะหนีออกจากเรือนจำ จำเลยได้นำรถยนต์ไปคอยรับตรงที่นักโทษจะหนีออกมา เมื่อนักโทษหนีออกมาจากเรือนจำแล้ว จำเลยรับนักโทษเหล่านั้นขับหนีไปดังนี้ นับว่าเป็นการอุปการะให้หนีได้ ต้องมีความผิดตามกฏหมายลักษณะอาญามาตรา 165.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 422/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การช่วยเหลือนักโทษหลบหนีเข้าข่ายอุปการะตามกฎหมายอาญา แม้จะเกิดขึ้นหลังการหลบหนี
จำเลยทราบดีว่านักโทษจะหนีออกจากเรือนจำ จำเลยจึงนำรถยนต์ไปคอยรับตรงที่นักโทษจะหนีออกมา เมื่อนักโทษหนีออกมาจากเรือนจำแล้ว จำเลยรับนักโทษเหล่านั้นขับหนีไปดังนี้นับว่าเป็นการอุปการะให้หนีได้ ต้องมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 165
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 415/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญารักษาโรค: ศาลฟังพยานบุคคลเปลี่ยนแปลงสัญญาได้ หากมีหลักฐานสนับสนุน
ในเรื่องทำหนังสือสัญญาจ้างรักษาโรค คู่ความนำพยานบุคคลสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงผิดไปจากหนังสือสัญญาได้ ไม่มีกฎหมายห้าม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 415/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาด้วยพยานบุคคล และการเชื่อหรือไม่เชื่อเอกสารสัญญา
ในเรื่องทำหนังสือสัญญาจ้างรักษาโรค คู่ความนำพะยาน+สืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงผิด+จากหนังสือสัญญาได้ ไม่มีกฎหมายห้าม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 413/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสละสิทธิครอบครองที่ดินโดยการทำสัญญาตีใช้หนี้ ทำให้ไม่มีสิทธิเรียกคืน
กู้เงินเขาไปแล้วมอบที่มือเปล่าเอาทำต่างดอกเบี้ย ต่อมาได้ทำสัญญาเอาที่นั้นตีใช้หนี้แก่เขา เป็นการแสดงว่าได้สละสิทธิครอบครองในที่นั้นให้แก่เขาแล้ว ไม่มีสิทธิจะมาเรียกคืน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 413/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสละสิทธิครอบครองที่ดินเพื่อชำระหนี้: สัญญาตีใช้หนี้ทำให้สิทธิในที่ดินสิ้นสุด
กู้เงินเขาไปแล้วมอบที่มือเปล่าให้เขาทำต่างดอกเบี้ย ต่อมาได้ทำสัญญาเอาที่นั้นตีใช้หนี้แก่เขาดังนี้เป็นการแสดงว่าได้สละสิทธิครอบครองในที่นั้นให้แก่เขาแล้ว ไม่มีสิทธิจะมาเรียกคืน