คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
นาถปรีชา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,184 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 291/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่านาโดยผู้ปกครองเด็กเกิน 3 ปี: ศาลบังคับใช้ได้เฉพาะส่วนที่เกิน 3 ปีไม่ได้ คืนค่าเช่าและค่าเสียหาย
บิดามารดาซึ่งเป็นผู้ปกครองเด็กทำหนังสือสัญญาให้ผู้อื่นเช่านาของเด็กมีกำหนดเวลากว่า 3 ปี การเช่านั้นย่อมสมบูรณ์ที่จะฟ้องร้องบังคับกันได้เพียง 3 ปี แม้การทำสัญญานั้นไม่ได้รับอนุญาตจากศาลสัญญานั้นก็ย่อมผูกพันเด็ก
โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ส่งทรัพย์ที่ เช่าหรือคืนค่าเช่าล่วงหน้าและเรียกค่าเสียหายแต่มายื่นฟ้องเมื่อจวนครบสิ้นสัญญาเช่า ศาลย่อมไม่บังคับให้ส่งทรัพย์ที่เช่าคงให้คืนค่าเช่าล่วงหน้ากับใช้ค่าเสียหาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 286-287/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจสอบสวนร่วม ตำรวจ-ข้าหลวงฯ เมื่อนายอำเภอไม่อยู่: ชอบด้วยกฎหมาย
ผู้กำกับการตำรวจประจำจังหวัดได้ทำการสอบสวนความผิดทางอาญาซึ่งได้เกิดขึ้นภายในเขตจังหวัดนั้นร่วมกับข้าหลวงประจำจังหวัด โดยไม่มีนายอำเภอท้องที่ร่วมด้วยเพราะในขณะนั้นไม่มีตัวนายอำเภอดังนี้ ถือว่าเป็นการสอบสวนที่ชอบด้วยคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 7164/2488

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 286-287/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจการสอบสวนความผิดอาญา: การสอบสวนร่วม ตำรวจ-ข้าหลวง-นายอำเภอ และข้อยกเว้น
ผู้กำกับการตำรวจประจำจังหวัด ทำการสอบสวนความผิดทางอาญา+ได้เกิดขึ้นภายในเขตต์จังหวัดนั้น+กับข้าหลวงประจำจังหวัด โดยมีนายอำเภอท้องที่ร่วมด้วยเพราะขณะนั้นไม่มีตัวนายอำเภอ ดังนี้ ถือว่าเป็นการสอบสวนที่ชอบด้วยคำกะรทรวงมหาดไทยที่ 7164/2488

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 285/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตการฟ้องคดีที่ดิน: การจำกัดเนื้อที่พิพาทตามคำฟ้อง และผลกระทบต่อการชี้ขอบเขตที่ดิน
โจทก์ฟ้องตั้งพิพาทแต่ฉะเพาะ+ เนื้อที่ประมาณ 10 ตารางวาเท่านั้น แม้คำขอท้ายฟ้องจะขอให้ห้ามจำเลยไม่ให้เกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ ก็่ย่อมต้องหมายว่าที่ดินของโจทก์ที่พิพาทกันนั้นเท่านั้น
ในการรังวัดทำแผนที่พิพาท โจทก์จะเที่ยวนำชี้ที่ดินตอนอื่นนอกเหนือไปจากที่ดินพิพาทอย่างไรนั้น หาทำให้เป็นการแก้ฟ้องให้คลุมไปถึงที่ดินอื่นไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 285/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตการฟ้องคดี การชี้ขอบเขตที่ดินพิพาท ศาลจำกัดเฉพาะที่ดินที่ระบุในฟ้อง
โจทก์ฟ้องตั้งพิพาทแต่เฉพาะที่ดินเนื้อที่ ประมาณ 10 ตารางวาเท่านั้นแม้คำขอท้ายฟ้องจะขอห้ามจำเลยไม่ให้เกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ก็ย่อมต้องหมายว่าที่ดินของโจทก์ที่พิพาทกันนั้นเท่านั้น
ในการรังวัดทำแผนที่พิพาทโจทก์จะเที่ยวนำชี้ที่ดินตอนอื่นนอกเหนือไปจากที่ดินพิพาทอย่างไรนั้นหาทำให้เป็นการแก้ฟ้องให้คลุมไปถึงที่ดินอื่นไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 272/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเปลี่ยนแปลงคำยืนยันในชั้นฎีกาขัดแย้งกับข้อตกลงในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกายืนตามศาลล่าง
ชั้นอุทธรณ์จำเลยยอมให้เอามรดกส่วนของผู้ตายแบ่งเป็นมรดกให้แก่โจทก์แล้ว มาชั้นฎีกากลับจะให้เอามาเป็นของจำเลย โดยไม่มีข้ออ้างอิงประการใดนั้น ฟังไม่ขึ้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 272/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยอมรับมรดกและการเปลี่ยนแปลงคำขอในชั้นฎีกา ศาลฎีกาไม่รับฟังการเปลี่ยนแปลงที่ขัดแย้งกับข้อตกลงเดิม
ชั้นอุทธรณ์จำเลยยอมให้เอามฤดกส่วนของผู้ตายแบ่งเป็นมฤดกให้แก่โจทก์แล้ว มาชั้นฎีกากลับจะให้เอามาเป็นของจำเลย โดยไม่มีข้ออ้างอิงประการใดนั้น ฟังไม่ขึ้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาไม่เป็นประโยชน์เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว แม้มีการอุทธรณ์คำสั่งชี้ขาดเบื้องต้น
จำเลยขอให้ศาลชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 24 ศาลชั้นต้นวินิจฉัยแล้วมีคำสั่งให้ยกคำขอของจำเลยเสีย จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นคงดำเนินการพิจารณาคดีต่อไปแล้วพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นอีก ดังนี้ ถือว่าคดีย่อมถึงที่สุดเด็ดขาดตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว เมื่อศาลอุทธรณ์ยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำขอของจำเลยนั้น จำเลยฎีกาคำสั่งนั้นต่อศาลฎีกาอีก ก็ไม่เป็นประโยชน์แก่คดีจำเลยอย่างใด เพราะศาลฎีกาไม่อาจจะพิพากษายกหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ถึงที่สุดเด็ดขาดแล้วนั้นได้ และฎีกาชนิดนี้ไม่เป็นประเด็นในผลแห่งคดีศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาไม่เป็นประโยชน์เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว แม้จะโต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นก่อนพิพากษา
จำเลยขอให้ศาลชี้ขาดปัญหาข้อกฏหมายเบื้องต้นตาม ป.วิ.แพ่ง ม.24 ศาลชั้นต้นวินิจฉัยแล้วมีคำสั่งให้ยกคำขอของจำเลยเสีย จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นคงดำเนินการพิจารณาคดีต่อไปแล้วพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นอีก ดังนี้ ถือว่าคดีย่อมถึงที่สุดเด็ดขาดตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว เมื่อศาลอุทธรณ์ยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำขอของจำเลยนั้น จำเลยฎีกาคำสั่งนั้นต่อศาลฎีกาอีก ก็ไม่เป็นประโยชน์แก่คดีจำเลยอย่างใด เพราะศาลฎีกาไม่อาจจะพิพากษายกหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ถึงที่สุดเด็ดขาดแล้วนั้นได้ และฎีกาชะนิดนี้ไม่เป็นประเด็นในผลแห่งคดี ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 266/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทุเลาการบังคับคดีที่หมดประเด็นเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแล้ว
จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ขอทุเลาการบังคับคดีไว้ชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งยกคำร้องนั้นเสีย จำเลยจึงฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์แต่ในระหว่างที่ฎีกาคำสั่งอยู่ที่ศาลฎีกา ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นแล้วดังนี้ ข้อที่จำเลยขอทุเลาการบังคับไว้ชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ จึงไม่มีประเด็นที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัย
of 219