พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,184 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 144/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขอเรียกคู่ความแทนจำเลยที่เสียชีวิตและการไม่ถือว่าทอดทิ้งคดีแม้จะล่าช้า
จำเลยตายก่อนฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอเรียกภรรยาจำเลยเข้ามาเป็นคู่ความแทนภายในกำหนด 1 ปี แต่ปรากฏว่าภรรยาจำเลยไม่ได้รับมรดก เนื่องจากจำเลยทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้แก่บุตรทั้งสิ้น โจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกบุตรจำเลยเข้ามาเป็นคู่ความแทนจำเลย แม้จะยื่นคำร้องตอนหลังนี้เกินกำหนด 1 ปีแล้วนับแต่จำเลยตายก็ถือได้ว่าโจทก์มิได้ทอดทิ้งคดีของตนเสียและจะถือว่าโจทก์ไม่มีคำขอภายใน 1 ปี ตามมาตรา 42 ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 143/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หนี้ส่งมอบทรัพย์เฉพาะการชำระหนี้ด้วยเงินเมื่อผิดนัด
จ้างโรงงานหีบอ้อยเป็นน้ำตาล เมื่อได้น้ำตาลแล้วโรงงานไม่ยอมมอบให้จนต้องฟ้องขอให้ศาลบังคับให้ส่งมอบน้ำตาลดังนี้ วัตถุแห่งนี้ก็คงเป็นน้ำตาลจำนวนนั้น จะกลายเป็นหนี้เงินโดยคำนวนเอาตามราคาน้ำตาลในขณะที่หีบน้ำตาลเสร็จและผิดนัดไม่ได้ เมื่อโรงงานไม่สามารถส่งน้ำตาลให้ได้ ก็ต้องใข้ราคาน้ำตาลโดยคำนวนในขณะที่เจ้าหนี้ร้องขอศาลให้บังคับชำระหนี้ตาม ป.พ.พ.ม.213
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 142/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การถอนฟ้องฎีกาและการขอคืนค่าฤชาธรรมเนียมหลังประนีประนอมยอมความ
จำเลยเป็นผู้ยื่นฎีกาแล้วยื่นคำร้องขอถอนฎีกากับขอถอนฟ้องชั้นศาลชั้นต้นชั้นศาลอุทธรณ์กับขอคืนค่าฤชาธรรมเนียมตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาด้วยนั้น ศาลฎีกาอนุญาตให้ถอนฟ้องฎีกาได้ แต่ส่วนการถอนฟ้องในชั้นศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์นั้นอนุญาตไม่ได้และให้คืนคำตัดสินและค่าคำบังคับชั้นฎีกาให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมนั้นคืนไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 142/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การถอนฟ้องฎีกาและฟ้องในชั้นต้น/อุทธรณ์หลังประนีประนอมยอมความ คืนค่าใช้จ่ายบางส่วน
จำเลยเป็นผู้ยื่นฎีกาแล้วยื่นคำร้อง ขอถอนฎีกา กับขอถอนฟ้องชั้นศาลชั้นต้น ชั้นศาลอุทธรณ์กับขอคืนค่าฤชา ธรรมเนียมตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาด้วยนั้น ศาลฎีกาอนุญาตให้ถอนฟ้องฎีกาได้ แต่ส่วนการถอนฟ้องในชั้นศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์นั้น อนุญาตไม่ได้ และให้คืนค่าตัดสินและค่าคำบังคับชั้นฎีกาให้แก่จำเลย ค่าฤาชาธรรมเนียมนั้นคืนไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 133-134/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
รวมคดีเหตุเดียวกัน ฟังพยานหลักฐานรวมกันได้ แม้ฟ้องต่างสำนวน ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยได้
คดีอาญาราษฎรและอัยการต่างเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในกรณีเหตุอันเดียวกันนั้น ถ้าศาลสั่งให้รวมการพิจารณาคดีเป็นคดีเดียวกันแล้วการฟังคำพยานหลักฐานก็รวมเป็นคดีเดียวกันได้ ไม่ต้องแยกว่าเป็นพยานของสำนวนไหน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปลูกสร้างบนที่ดินผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาต แม้หลงเชื่อบุคคลที่สามก็ไม่อาจบังคับให้เจ้าของที่ดินรับซื้อได้
ปลูกเรือนหอบนที่ดินของพี่ชายหญิงคู่หมั้น โดยบิดาหญิงให้ปลูกและว่าเจ้าของที่ดินไม่ขัดข้อง แต่ความจริงเจ้าของมิได้รู้เห็นยินยอมอนุญาตแต่ประการใดดังนี้ จะถือว่าการปลูกสร้างนั้นกระทำไปโดยสุจริตไม่ได้เพราะทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นที่ของผู้อื่น จะบังคับให้เจ้าของที่ดินรับซื้อโรงเรือนนั้นไว้ก็ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปลูกสร้างบนที่ดินผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาต ไม่ถือว่าสุจริต ผู้ปลูกสร้างบังคับให้เจ้าของที่ดินซื้อไม่ได้
ปลูกเรือนหอบนที่ดินของพี่ชายหญิงคู่หมั้น โดยบิดาหญิงให้ปลูกและว่าเจ้าของที่ดินไม่ขัดข้อง แต่ความจริงเจ้าของมิได้รู้เห็นยินยอมอนุญาต แต่ประการใด ดังนี้จะถือว่าการปลูกสร้างนั้นกระทำไปโดยสุจริตไม่ได้ เพราะทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นที่ของผู้อื่น จะบังคับให้เจ้าของที่ดินรับซื้อโรงเรือนนั้นไว้ก็ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 128/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาพยานหลักฐาน ศาลต้องพิจารณาประกอบทุกส่วน ไม่ยึดถือเพียงบางส่วนที่ขัดแย้งกับพยานหลักฐานอื่น
ศาลจำต้องพิเคราะห์คำพยานประกอบกันทั้งหมด แล้ววินิจฉัยตามเหตุผลที่ควรจะเป็นจริง จะถือเอาคำพยานของโจทก์เพียงบางปากที่เบิกความเป็นปรปักษ์ต่อคำฟ้องของโจทก์ขึ้นชี้ขาดนั้นหาควรไม่
เจ้าทรัพย์และบุตรเบิกความในชั้นศาลว่า เกิดเหตุวันแรม 2 ค่ำ แต่คำพยานปากอื่น ๆ ของโจทก์ตลอดจนพนักงานสอบสวน ผู้สอบสวนภายหลังเกิดเหตุเพียง 2 วัน ก็ว่าประจักษ์พยานของโจทก์ทุกปาก ยืนยันในชั้นสอบสวนว่า เหตุเกิดวันแรม 1 ค่ำ ตรงกับฟ้องทั้งนั้น ดังนี้ ย่อมฟังได้ว่า เกิดเหตุวันแรม 1 ค่ำ
เจ้าทรัพย์และบุตรเบิกความในชั้นศาลว่า เกิดเหตุวันแรม 2 ค่ำ แต่คำพยานปากอื่น ๆ ของโจทก์ตลอดจนพนักงานสอบสวน ผู้สอบสวนภายหลังเกิดเหตุเพียง 2 วัน ก็ว่าประจักษ์พยานของโจทก์ทุกปาก ยืนยันในชั้นสอบสวนว่า เหตุเกิดวันแรม 1 ค่ำ ตรงกับฟ้องทั้งนั้น ดังนี้ ย่อมฟังได้ว่า เกิดเหตุวันแรม 1 ค่ำ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 128/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาพยานหลักฐาน ศาลต้องพิจารณาประกอบกันทั้งหมด ไม่ยึดถือเพียงพยานที่ขัดแย้งกับคำฟ้อง
ศาลจำต้องพิเคราะห์คำพยานประกอบกันทั้งหมดแล้ววินิจฉัยตามเหตุผลที่ควรจะเป็นจริง จะถือเอาคำพยานของโจทก์เพียงบางปากที่เบิกความเป็นปรปักษ์ต่อคำฟ้องของโจทก์ขึ้นชี้ขาดนั้นหาควรไม่
เจ้าทรัพย์และบุตรเบิกความในชั้นศาลว่าเกิดเหตุวันแรม2 ค่ำแต่คำพยานปากอื่นๆ ของโจทก์ตลอดจนพนักงานสอบสวนผู้สอบสวนภายหลังเกิดเหตุเพียง 2 วัน ก็ว่าประจักษ์พยานของโจทก์ทุกปาก ยืนยันในชั้นสอบสวนว่า เหตุเกิดวันแรม 1 ค่ำตรงกับฟ้องทั้งนั้น ดังนี้ ย่อมฟังได้ว่า เกิดเหตุวันแรม 1 ค่ำ
เจ้าทรัพย์และบุตรเบิกความในชั้นศาลว่าเกิดเหตุวันแรม2 ค่ำแต่คำพยานปากอื่นๆ ของโจทก์ตลอดจนพนักงานสอบสวนผู้สอบสวนภายหลังเกิดเหตุเพียง 2 วัน ก็ว่าประจักษ์พยานของโจทก์ทุกปาก ยืนยันในชั้นสอบสวนว่า เหตุเกิดวันแรม 1 ค่ำตรงกับฟ้องทั้งนั้น ดังนี้ ย่อมฟังได้ว่า เกิดเหตุวันแรม 1 ค่ำ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 71-72/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแสดงความก้าวร้าวเสียดสีศาลในฟ้องอุทธรณ์ การละเมิดอำนาจศาล และการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล
ฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์กล่าวข้อความก้าวร้าวเสียดสีคำพิพากษาซึ่งศาลได้กระทำในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศาลสั่งให้แก้ไขข้อความให้เรียบร้อยเสียก่อนก็ยังกล่าวความเช่นนั้นอีก ศาลสั่งให้แก้เป็นครั้งที่ 2 ก็ไม่แก้และยืนยันให้ถือฟ้องอุทธรณ์นั้น ดังนี้ ศาลมีอำนาจสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ได้
ถ้อยคำที่กล่าวในฟ้อง จะมีความหมายธรรมดาถึงขนาดที่จะต้องตามบทบัญญัติของกฎหมายหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย
เรียงฟ้องอุทธรณ์กล่าวข้อความก้าวร้าวเสียดสี ศาลผู้ทำการพิจารณาพิพากษาคดีนั้นอย่างแรง ศาลสั่งให้แก้ไขเสียให้เรียบร้อยก็คงเรียงฟ้องอุทธรณ์กล่าวข้อความอย่างเดิมมายื่นอีก จนศาลสั่งให้แก้ไขเป็นครั้งที่ 2 ก็ยังเรียงคำร้องยื่นต่อศาลขอยืนยันให้รับอุทธรณ์นั้น ดังนี้ถือว่าเป็นคำกล่าวที่ไม่เรียบร้อย อันควรจะนำมายื่นต่อศาลผู้กระทำการในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลและ เมื่อศาลสั่งให้แก้ไขความไม่เรียบร้อยนั้นเสียก็ไม่แก้กลับจงใจยืนยันเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ศาลสั่งห้ามคู่ความมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในทางก่อความรำคาญหรือในทางประวิงให้ชักช้าหรือในทางฟุ่มเฟือยตามอำนาจศาลที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30 นั้นอีก จึงเป็นการกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา 31
ถ้อยคำที่กล่าวในฟ้อง จะมีความหมายธรรมดาถึงขนาดที่จะต้องตามบทบัญญัติของกฎหมายหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย
เรียงฟ้องอุทธรณ์กล่าวข้อความก้าวร้าวเสียดสี ศาลผู้ทำการพิจารณาพิพากษาคดีนั้นอย่างแรง ศาลสั่งให้แก้ไขเสียให้เรียบร้อยก็คงเรียงฟ้องอุทธรณ์กล่าวข้อความอย่างเดิมมายื่นอีก จนศาลสั่งให้แก้ไขเป็นครั้งที่ 2 ก็ยังเรียงคำร้องยื่นต่อศาลขอยืนยันให้รับอุทธรณ์นั้น ดังนี้ถือว่าเป็นคำกล่าวที่ไม่เรียบร้อย อันควรจะนำมายื่นต่อศาลผู้กระทำการในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลและ เมื่อศาลสั่งให้แก้ไขความไม่เรียบร้อยนั้นเสียก็ไม่แก้กลับจงใจยืนยันเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ศาลสั่งห้ามคู่ความมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในทางก่อความรำคาญหรือในทางประวิงให้ชักช้าหรือในทางฟุ่มเฟือยตามอำนาจศาลที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30 นั้นอีก จึงเป็นการกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา 31