พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,184 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 33/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินด้วยวาจาและผลกระทบของการครอบครองไม่ครบ 10 ปีตามกฎหมาย
ซื้อขายที่สวนกันด้วยปากเปล่า ผู้ซื้อซื้อแล้วก็เข้าครอบครองถึง 6 ปีแม้ที่สวนนั้นจะไม่มีหนังสือสำคัญผู้ซื้อก็ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ เพราะครอบครองยังไม่ครบ 10 ปี ตามมาตรา 1382 ผู้ขายฟ้องเรียกคืนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 33/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินด้วยปากเปล่า ผู้ซื้อครอบครองไม่ครบ 10 ปี ยังไม่เกิดกรรมสิทธิ์ ผู้ขายมีสิทธิเรียกคืนได้
ซื้อขายที่สวนกันด้วยปากเปล่า ผู้ซื้อซื้อแล้วก็เข้าครอบครองถึง 6 ปี แม้ที่สวนนั้นจะไม่มีหนังสือสำคัญ ผู้ซื้อก็ยังไม่ได้กรรมสิทธิ เพราะครอบครองยังไม่ครบ 10 ปี ตามมาตรา 1382 ผู้ขายฟ้องเรียกคืนได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 32/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนการซื้อขายที่ดินโดยอ้างการครอบครองเกิน 10 ปี และความไม่สุจริตของผู้ซื้อ
ซื้อที่ดินแล้วเข้าครอบครองเป็นเจ้าของมาเกิน 10 ปี แม้จะยังไม่ได้แก้ทะเบียนโอนโฉนดกัน ผู้ซื้อก็ย่อมอยู่ในฐานะอันจะจดทะเบียนสิทธิของตนได้ จึงมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนการโอนที่ดินนั้นโดยไม่สุจริตได้ตามมาตรา 1300
ในคดีแพ่งเมื่อโจทก์ฟ้องบรรยายข้อเท็จจริงมาครบถ้วนตามมูลกรณีและมีคำขอมาถูกต้องแล้ว ย่อมเป็นหน้าที่ของศาลที่จะปรับบทกฎหมายบทใด โจทก์ไม่จำเป็นต้องอ้างบทมาตราแห่งกฎหมายนั้นมาด้วย
ความข้อใดที่คู่ความฝ่ายหนึ่งรับแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งไม่จำต้องนำสืบความข้อนั้นอีก ศาลฟังได้ตามที่รับนั้น
ในคดีแพ่งเมื่อโจทก์ฟ้องบรรยายข้อเท็จจริงมาครบถ้วนตามมูลกรณีและมีคำขอมาถูกต้องแล้ว ย่อมเป็นหน้าที่ของศาลที่จะปรับบทกฎหมายบทใด โจทก์ไม่จำเป็นต้องอ้างบทมาตราแห่งกฎหมายนั้นมาด้วย
ความข้อใดที่คู่ความฝ่ายหนึ่งรับแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งไม่จำต้องนำสืบความข้อนั้นอีก ศาลฟังได้ตามที่รับนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 32/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์และการเพิกถอนนิติกรรมที่ไม่สุจริต การซื้อขายที่ดินที่มีผู้ครอบครองก่อน
ซื้อที่ดินแล้วเข้าครอบครองเป็นเจ้าของมาเกิน 10 ปีแม้จะยังไม่ได้แก้ทะเบียนโอนโฉนดกัน ผู้ซื้อก็ย่อมอยู่ในฐานะอันจะจดทะเบียนสิทธิของตนได้ จึงมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนการโอนที่ดินนั้นโดยไม่สุจริตได้ตามมาตรา 1300
ในคดีแพ่งเมื่อโจทก์ ฟ้องบรรยายข้อเท็จจริงมาครบถ้วนตามมูลกรณีและมีคำขอมาถูกต้องแล้ว ย่อมเป็นหน้าที่ของศาลที่จะปรับบทกฎหมายบทใด โจทก์ไม่จำเป็นต้องอ้างบทมาตราแห่งกฎหมายนั้นมาด้วย
ความข้อใดที่คู่ความฝ่ายหนึ่งรับแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งไม่จำต้องนำสืบความข้อนั้นอีก ศาลฟังได้ตามที่รับนั้น
ในคดีแพ่งเมื่อโจทก์ ฟ้องบรรยายข้อเท็จจริงมาครบถ้วนตามมูลกรณีและมีคำขอมาถูกต้องแล้ว ย่อมเป็นหน้าที่ของศาลที่จะปรับบทกฎหมายบทใด โจทก์ไม่จำเป็นต้องอ้างบทมาตราแห่งกฎหมายนั้นมาด้วย
ความข้อใดที่คู่ความฝ่ายหนึ่งรับแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งไม่จำต้องนำสืบความข้อนั้นอีก ศาลฟังได้ตามที่รับนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 31/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารราชการ (สมุดลงเวลา) โดยเจตนาใช้เป็นหลักฐานเท็จ
ข้าราชการขีดฆ่าข้อความที่พนักงานเจ้าหน้าที่เขียนและหมายเหตุไว้ตามหน้าที่ในสมุดลงเวลามาทำงานแล้วตกเติมข้อความใหม่ เปลี่ยนความหมายแห่งถ้อยคำให้เป็นอย่างอื่นโดยจงใจเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงในสมุดนั้น เพื่อใช้เป็นหลักฐานลวงให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าความจริงเป็นดังที่แก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้น เป็นความผิดฐานปลอมหนังสือตามมาตรา 224
โจทก์ฟ้องขอให้ลงจำเลยตามมาตรา 230 แต่ความผิดของจำเลยต้องด้วยมาตรา 224 ซึ่งเป็นบทมีอัตราโทษเบากว่า ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามมาตรา 224 ได้.
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 2/2491
โจทก์ฟ้องขอให้ลงจำเลยตามมาตรา 230 แต่ความผิดของจำเลยต้องด้วยมาตรา 224 ซึ่งเป็นบทมีอัตราโทษเบากว่า ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามมาตรา 224 ได้.
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 2/2491
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 31/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานปลอมหนังสือจากการแก้ไขสมุดลงเวลามาทำงานโดยจงใจ
ข้าราชการขีดฆ่าข้อความที่พนักงานเจ้าหน้าที่เขียนและหมายเหตุไว้ตามหน้าที่ในสมุดลงเวลามาทำงาน แล้วตกเติมข้อความใหม่เปลี่ยนความหมายแห่งถ้อยคำให้เป็นอย่างอื่นโดยจงใจเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงในสมุดนั้น เพื่อใช้เป็นหลักฐานลวงให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าความจริงเป็นดังที่แก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้น เป็นความผิดฐานปลอมหนังสือตามมาตรา 224
โจทก์ฟ้องขอให้ลงจำเลยตามมาตรา 230 แต่ความผิดของจำเลยต้องด้วยมาตรา 224 ซึ่งเป็นบทมีอัตราโทษเบากว่าศาลย่อมลงโทษจำเลยตามมาตรา 224 ได้
โจทก์ฟ้องขอให้ลงจำเลยตามมาตรา 230 แต่ความผิดของจำเลยต้องด้วยมาตรา 224 ซึ่งเป็นบทมีอัตราโทษเบากว่าศาลย่อมลงโทษจำเลยตามมาตรา 224 ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 29/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การมีอาวุธปืน 9 มม. ไม่ผิดตามมาตรา 7 พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ หากไม่ได้ห้ามไว้โดยชัดแจ้ง
มีอาวุธปืนพกธรรมดาขนาด 9 มม. โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งตามกฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความในมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ. อาวุธปืนฯลฯ 2477 (ฉบับที่ 4) ข้อ 1(5) ห้ามมิให้ออกใบอนุญาตให้ทำ นำเข้ามา หรือสั่งอาวุธปืนชนิดนี้ มิได้กล่าวถึงการมีไว้และมิได้กล่าวระบุไว้ว่าเป็นอาวุธปืนชนิดอันต้องห้าม นั้นถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำฝ่าฝืนต่อมาตรา 7 ในส่วนที่ 2 หมวด 1 แห่ง พ.ร.บ.อาวุธปืนฯลฯ จะลงโทษตามมาตรา 54 ไม่ได้ คงผิดแต่เพียงมาตรา 52 เท่านั้น.
มีอาวุธปืนก่อนปี 2490 คดีอยู่ระหว่างพิจารณา และศาลฎีกาตัดสินเมื่อพ้นกำหนดผ่อนผันการจดทะเบียนตามมาตรา 86 แล้ว ย่อมลงโทษได้.
มีอาวุธปืนก่อนปี 2490 คดีอยู่ระหว่างพิจารณา และศาลฎีกาตัดสินเมื่อพ้นกำหนดผ่อนผันการจดทะเบียนตามมาตรา 86 แล้ว ย่อมลงโทษได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 29/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อาวุธปืน 9 มม. ไม่เข้าข่ายต้องห้ามตามกฎกระทรวงฯ โทษตามมาตรา 54 ไม่อาจใช้ได้
มีอาวุธปืนพกธรรมดาขนาด 9 มม. โดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งตามกฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความในมาตรา 7 แห่ง พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯลฯ 2477(ฉบับที่ 4) ข้อ 1(5) ห้ามมิให้ออกใบอนุญาตให้ทำ นำเข้ามา หรือสั่งอาวุธปืนชนิดนี้ มิได้กล่าวถึงการมีไว้และมิได้กล่าวระบุไว้ว่าเป็นอาวุธปืนชนิดอันต้องห้าม นั้น
ถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำฝ่าฝืนต่อมาตรา 7 ในส่วนที่ 2 หมวด 1 แห่ง พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯลฯ จะลงโทษตามมาตรา54 ไม่ได้ คงผิดแต่เพียงมาตรา 52 เท่านั้น
มีอาวุธปืนก่อนปี 2490 คดีอยู่ระหว่างพิจารณา และศาลฎีกาตัดสินเมื่อพ้นกำหนดผ่อนผันการจดทะเบียนตามมาตรา 86 แล้วย่อมลงโทษได้
ถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำฝ่าฝืนต่อมาตรา 7 ในส่วนที่ 2 หมวด 1 แห่ง พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯลฯ จะลงโทษตามมาตรา54 ไม่ได้ คงผิดแต่เพียงมาตรา 52 เท่านั้น
มีอาวุธปืนก่อนปี 2490 คดีอยู่ระหว่างพิจารณา และศาลฎีกาตัดสินเมื่อพ้นกำหนดผ่อนผันการจดทะเบียนตามมาตรา 86 แล้วย่อมลงโทษได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 26/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินโดยตกลงหักหนี้จำนองเป็นราคาซื้อขายต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือจึงมีผลผูกพัน
จำนองที่ดินไว้แก่เขา ภายหลังตกลงขายที่ดินนั้นแก่ผู้รับจำนองครึ่งหนึ่ง โดยตกลงกันให้หักหนี้ที่จำนองเป็นการชำระหนี้สินสิ้นเชิง
ถ้าการตกลงนั้นมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ ผู้รับจำนองไม่มีอำนาจฟ้องผู้จำนองให้โอนที่ดินครึ่งที่ขายให้ตนได้ และจะถือว่าเงินที่รับจำนองเท่าราคาซื้อขายจึงเป็นการชำระเงินแล้วก็ไม่ได้ เพราะผู้รับจำนองยังมิได้ปลดการจำนองให้ผู้จำนอง.
ถ้าการตกลงนั้นมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ ผู้รับจำนองไม่มีอำนาจฟ้องผู้จำนองให้โอนที่ดินครึ่งที่ขายให้ตนได้ และจะถือว่าเงินที่รับจำนองเท่าราคาซื้อขายจึงเป็นการชำระเงินแล้วก็ไม่ได้ เพราะผู้รับจำนองยังมิได้ปลดการจำนองให้ผู้จำนอง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 26/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงซื้อขายที่ดินทางปากเปล่าและผลของการไม่ปลดจำนอง แม้จำนวนเงินจะเท่ากันก็ไม่ถือว่าชำระหนี้
จำนองที่ดินไว้แก่เขาภายหลังตกลงขายที่ดินนั้นแก่ผู้รับจำนองครึ่งหนึ่ง โดยตกลงกันให้หักหนี้ที่จำนองเป็นการชำระหนี้สินสิ้นเชิง
ถ้าการตกลงนั้นมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ ผู้รับจำนองไม่มีอำนาจฟ้องผู้จำนองให้โอนที่ดินครึ่งที่ขายให้ตนได้ และจะถือว่าเงินที่รับจำนองเท่าราคาซื้อขายจึงเป็นการชำระเงินแล้วก็ไม่ได้ เพราะผู้รับจำนองยังมิได้ปลดการจำนองให้ผู้จำนอง
ถ้าการตกลงนั้นมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ ผู้รับจำนองไม่มีอำนาจฟ้องผู้จำนองให้โอนที่ดินครึ่งที่ขายให้ตนได้ และจะถือว่าเงินที่รับจำนองเท่าราคาซื้อขายจึงเป็นการชำระเงินแล้วก็ไม่ได้ เพราะผู้รับจำนองยังมิได้ปลดการจำนองให้ผู้จำนอง