พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,184 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสิ้นสุดสัญญาเช่าและการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ผู้เช่าที่ยึดครองทรัพย์สินหลังสัญญาหมดอายุ ไม่ได้รับการคุ้มครอง
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน คุ้มครองแต่ฉะเพาะผู้เช่าในวันใช้ พ.ร.บ. นั้น เป็นต้นมา.
สัญญาเช่าระงับลงแล้วก่อนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แต่ผู้เช่าไม่ยอมส่งทรัพย์ที่เช่าคืน คงอยู่ต่อมาจนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้วผู้เช่าก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ฉะบับใหม่ เพราะยึดถือทรัพย์สินนั้นไว้โดยมิชอบ เป็นการละเมิดสิทธิ จึงไม่อยู่ในฐานะผู้เช่าต่อไป.
สัญญาเช่าระงับลงแล้วก่อนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แต่ผู้เช่าไม่ยอมส่งทรัพย์ที่เช่าคืน คงอยู่ต่อมาจนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้วผู้เช่าก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ฉะบับใหม่ เพราะยึดถือทรัพย์สินนั้นไว้โดยมิชอบ เป็นการละเมิดสิทธิ จึงไม่อยู่ในฐานะผู้เช่าต่อไป.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าระงับแล้ว ผู้เช่ายึดครองทรัพย์สินต่อไม่ได้ความคุ้มครอง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน คุ้มครองแต่เฉพาะผู้เช่าในวันใช้ พ.ร.บ.นั้น เป็นต้นมา
สัญญาเช่าระงับลงแล้วก่อนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แต่ผู้เช่าไม่ยอมส่งทรัพย์ที่เช่าคืน คงอยู่ต่อมาจนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้ว ผู้เช่าก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ฉบับใหม่ เพราะยึดถือทรัพย์สินนั้นไว้โดยมิชอบ เป็นการละเมิดสิทธิ จึงไม่อยู่ในฐานะผู้เช่าต่อไป
สัญญาเช่าระงับลงแล้วก่อนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แต่ผู้เช่าไม่ยอมส่งทรัพย์ที่เช่าคืน คงอยู่ต่อมาจนใช้พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แล้ว ผู้เช่าก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ฉบับใหม่ เพราะยึดถือทรัพย์สินนั้นไว้โดยมิชอบ เป็นการละเมิดสิทธิ จึงไม่อยู่ในฐานะผู้เช่าต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 930/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้ความรุนแรงป้องกันทรัพย์สิน: การยิงผู้ลักทรัพย์ต้องพิจารณาความจำเป็นและเหตุผลสมควร
เห็นคนในสวนทุเรียนในเวลาค่ำคืน เข้าใจว่าเป็นคนร้ายร้องทักถามแล้วไม่ได้รับคำตอบจึงใช้ปืนแก๊ปยิงไป 1นัด ถูกที่ขา บาดเจ็บสาหัส ดังนี้เป็นการกระทำอันเกินสมควรแก่เหตุ และมีความผิด
ใช้ปืนแก๊บยิงคนร้ายถูกขาอ่อนทะลุเป็นบาดแผลสาหัส และเจตนาป้องกันทรัพย์และมีพฤติการณ์อื่นประกอบ ถือว่ามีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่พยายามฆ่าคน
ใช้ปืนแก๊บยิงคนร้ายถูกขาอ่อนทะลุเป็นบาดแผลสาหัส และเจตนาป้องกันทรัพย์และมีพฤติการณ์อื่นประกอบ ถือว่ามีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่พยายามฆ่าคน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 930/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้กำลังป้องกันทรัพย์สิน: เกินสมควรแก่เหตุ แม้เป็นผู้กระทำผิด
เห็นคนในสวนทุเรียนในเวลาค่ำคืน เข้าใจว่าเป็นคนร้าย ร้องทักถามแล้วไม่ได้รับคำตอบ จึงใช้ปืนแก๊บยิงไป 1 นัด ถูกที่ขา บาดเจ็บสาหัสดังนี้เป็นการกระทำอันเกินสมควรแก่เหตุ และมีความผิด
ใช้ปืนแก๊บยิงคนร้ายถูกขาอ่อนทลุเป็นบาดแผล สาหัส และเจตนาป้องกันทรัพย์ และมีพฤตติการณ์อื่นประกอบ ถือว่ามีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่พยายามฆ่าคน.
ใช้ปืนแก๊บยิงคนร้ายถูกขาอ่อนทลุเป็นบาดแผล สาหัส และเจตนาป้องกันทรัพย์ และมีพฤตติการณ์อื่นประกอบ ถือว่ามีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่พยายามฆ่าคน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 929/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาไม่รับเนื่องจากไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงโดยย่อ แม้จะอ้างว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อน
ฎีกาต้องระบุข้อเท็จจริงโดยย่อ ถ้ากล่าวแต่เพียงว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อน ขอยื่นฎีกาสืบไปดังที่ได้บรรยายคัดค้านไว้ในฟ้องอุทธรณ์ เพียงเท่านี้ถือว่ามิได้ระบุข้อเท็จจริงแม้แต่โดยย่อ รับเป็นฎีกาไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 925/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสิ้นสุดสิทธิในห้องเช่าและการทำสัญญาเช่าใหม่กับบุคคลอื่น สิทธิในห้องเช่าเดิมย่อมสิ้นสุดลง
โจทก์ขายสินค้าต่างๆ ของตนที่มีอยู่ในห้องเช่าให้จำเลย และยอมให้จำเลยใช้สิทธิในห้องนั้นได้ถ้าโจทก์ต้องการเมื่อใด จำเลยก็จะยอมคืนห้องโดยดี จำเลยจึงได้เข้าอยู่ในห้องนั้นต่อมา ดังนี้ ถือว่าจำเลยไม่ใช่ตัวแทนของโจทก์หากจะว่าเป็นผู้ครอบครองแทนในระหว่างสัญญาเช่า เมื่อสิ้นสัญญาเช่าแล้ว โจทก์มิได้มอบหมายให้จำเลยไปทำสัญญาเช่าแทนตนแต่ประการใด จนเจ้าของห้องได้ให้จำเลยเป็นผู้เช่าโดยตรงแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิให้จำเลยคืนห้องแก่โจทก์ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 925/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสิ้นสุดสิทธิการครอบครองและการทำสัญญาเช่าใหม่โดยจำเลย ย่อมตัดสิทธิโจทก์ในการเรียกร้องห้องคืน
โจทก์ขายสินค้าต่างๆ ของตนที่มีอยู่ในห้องเช่าให้จำเลย และยอมให้จำเลยใช้สิทธิในห้องนั้นได้ ถ้าโจทก์ต้องการเมื่อใด จำเลยก็จะยอมคืนห้องโดยดี จำเลยจึงได้เข้าอยู่ในห้องนั้นต่อมาดังนี้ ถือว่าจำเลยไม่ใช่ตัวแทนของโจทก์ หากจะว่าเป็นผู้ครอบครองแทนในระหว่างสัญญาเช่า เมื่อสิ้นสัญญาเช่าแล้ว โจทก์มิได้มอบหมายให้จำเลยไปทำสัญญาเช่าแทนตนแต่ประการใด จนเจ้าของห้องได้ให้จำเลยเป็นผู้เช่าโดยตรงแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิให้จำเลยคืนห้องแก่โจทก์ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 919/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าที่ดินแม้สัญญาหาย ก็ยังฟ้องบังคับชำระค่าเช่าได้ หากมีหลักฐานอื่นพิสูจน์ได้
ทำสัญญาเช่าที่ดินกันแล้วสัญญาเช่าหายโดยถูกคนลักไปดังนี้ ผู้ให้เช่าก็ฟ้องร้องผู้เช่าให้ชำระค่าเช่าตาม สัญญาได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 918/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง: คดีข้อเท็จจริงไม่ใช่ข้อกฎหมาย
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยรื้อเรือนส่วนหนึ่งของโจทก์ไป ขอให้ลงโทษฐานทำให้เสียทรัพย์จำเลยรับว่ารื้อจริง แต่จำเลยปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างนั้นไว้เมื่อเลิกเช่าจึงรื้อไปตามที่ตกลงไว้ ดังนี้ เป็นการต่อสู้กรรมสิทธิว่าตนเป็นเจ้าของและมีสิทธิจะรื้อไป ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างให้ลงโทษปรับจำเลย โดยฟังว่าจำเลยไม่มีสิทธิรื้อแล้ว คู่ความจะฎีกาต่อไปไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 918/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง: คดีข้อเท็จจริงที่ศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ฎีกา
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยรื้อเรือนส่วนหนึ่งของโจทก์ไป ขอให้ลงโทษฐานทำให้เสียทรัพย์ จำเลยรับว่ารื้อจริง แต่จำเลยปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างนั้นไว้ เมื่อเลิกเช่าจึงรื้อไปตามที่ตกลงไว้ ดังนี้ เป็นการต่อสู้กรรมสิทธิ์ว่าตนเป็นเจ้าของและมีสิทธิจะรื้อไป ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างให้ลงโทษปรับจำเลยโดยฟังว่าจำเลยไม่มีสิทธิรื้อแล้ว คู่ความจะฎีกาต่อไปไม่ได้