คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
นาถปรีชา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,184 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 915/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเริ่มนับวันต้องขัง: คุมขังโดยเจ้าพนักงานปกครอง/ตำรวจ ถือเป็นคุมขังตามกฎหมายแล้ว
เมื่อจำเลยถูกจับกุมคุมขังในกรณีที่ถูกกล่าวหา โดยพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจแล้ว ก็ได้ชื่อว่า ต้องคุมขังมาในคดีตามความหมายใน กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 32 แล้ว ไม่จำต้องรอให้ถึงมือพนักงานสอบสวนเสียก่อน จึงจะถือว่าถูกคุมขัง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 915/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเริ่มต้นระยะเวลาคุมขัง: การคุมขังโดยเจ้าพนักงานปกครอง/ตำรวจนับเป็นระยะเวลาคุมขังตามกฎหมายได้ แม้ยังไม่ได้ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน
เมื่อจำเลยถูกจับกุมคุมขังในกรณีที่ถูกกล่าวหา โดยพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจแล้ว ก็ได้ชื่อว่า ต้องคุมขังมาในคดีตามความหมายใน ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 32 แล้ว ไม่จำต้องรอให้ถึงมือพนักงานสอบสวนเสียก่อน จึงจะถือว่าถูกคุมขัง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 914/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเลิกห้างหุ้นส่วนสามัญและการตั้งผู้ชำระบัญชี: ศาลอุทธรณ์แก้ไขเล็กน้อยไม่อุทธรณ์ข้อเท็จจริงได้
ฟ้องขอให้แสดงว่าห้างหุ้นส่วนเลิกกันและขอให้ตั้งผู้ชำระบัญชีนั้นเป็นคดีขอให้ปลดเปลื้องทุกข์กำหนดเป็นราคาเงินมิได้ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขศาลชั้นต้นเพียงเล็กน้อย จะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้
ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นหุ้นส่วนขอให้ชำระบัญชีจำเลยที่ 1 ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นหุ้นส่วน และว่าเป็นเจ้าของโรงมหรสพแต่ผู้เดียวเมื่อได้ความตามทางพิจารณาว่าจำเลยครอบครองโรงมหรสพในฐานะเป็นผู้จัดการของหุ้นส่วนก็เป็นการสมควรที่จะต้องกล่าวคำวินิจฉัยให้แจ้งชัดตามประเด็นข้อต่อสู้ของจำเลยเองว่า จำเลยครอบครองในฐานะอันใดการกล่าวคำวินิจฉัยเช่นนี้หาใช่เป็นการวินิจฉัยเกินประเด็นไม่
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าห้างหุ้นส่วนสามัญเลิกกันและให้ตั้งผู้ชำระบัญชี ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าห้างหุ้นส่วนเลิกกันแล้วทรัพย์สินของหุ้นส่วนเป็นกรรมสิทธิ์รวมจึงให้บังคับคดีตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 โดยให้จัดการประมูลขายหรือขายทอดตลาดทรัพย์สิน แบ่งให้ผู้ถือหุ้นตามส่วนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า ให้ตั้งผู้ชำระบัญชีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1061,1062,1063 ดังนี้ถือว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขศาลชั้นต้นแต่เพียงเล็กน้อย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 914/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คดีเลิกหุ้นส่วน-การตั้งผู้ชำระบัญชี: ศาลอุทธรณ์แก้ไขเล็กน้อยไม่อุทธรณ์ข้อเท็จจริงได้
ฟ้องขอให้แสดงว่าห้างหุ้นส่วนเลิกกันและขอให้ตั้งผู้ชำระบัญชีนั้น เป็นคดีขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ กำหนดเป็นราคาเงินมิได้ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขศาลชั้นต้นเพียงเล็กน้อย จะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้
ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นหุ้นส่วนขอให้ชำระบัญชีจำเลยที่ 1 ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นหุ้นส่วน และว่าเป็นเจ้าของโรงมหรสพแต่ผู้เดียว เมื่อได้ความตามทางพิจารณาว่าจำเลยครอบครองโรงมหรสพใน ฐานะเป็นผู้จัดการของหุ้นส่วนก็เป็นการสมควรที่จะต้องกล่าวคำวินิจฉัยให้แจ้งชัดตามประเด็นข้อต่อสู้ของจำเลยเองว่า จำเลยครอบครองในฐานะอันใดการกล่าวคำวินิจฉัยเช่นนี้หาใช่เป็นการวินิจฉัยเกินประเด็นไม่
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าห้างหุ้นส่วนสามัญเลิกกันและให้ตั้งผู้ชำระบัญชีศาลชั้นต้นพิพากษาว่าห้างหุ้นส่วนเลิกกันแล้ว ทรัพย์สินของหุ้นส่วนเป็นกรรมสิทธิรวม จึงให้บังคับคดีตาม ป.พ.พ. มาตรา 1364 โดยให้จัดการประมูลขายหรือขายทอดตลาดทรัพย์สิน แบ่งให้ผู้ถือหุ้นตามส่วนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า ให้ตั้งผู้ชำระบัญชีตาม ป.พ.พ.มาตรา 1061-1062-1063 ดังนี้ ถือว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขศาลชั้นต้นแต่เพียงเล็กน้อย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 913/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิฟ้องขับไล่ของผู้ให้เช่าเกิดขึ้นเมื่อได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการ แม้แจ้งภายหลังใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
คณะกรรมการควบคุมค่าเช่า ฯลฯ ลงมติให้ความยินยอมแก่ผู้ให้เช่าเลิกให้ผู้เช่าใช้หรือรับประโยชน์ในเคหะที่เช่าตั้งแต่ก่อนบังคับใช้ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 แม้จะแจ้งมติให้คู่กรณีทราบภายหลังที่ใช้พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันพ.ศ.2489 แล้ว สิทธิของผู้ให้เช่าที่จะฟ้องขับไล่ผู้เช่า ก็ย่อมเกิดขึ้นนับแต่เวลาที่คณะกรรมการให้ความยินยอม และหาถูกกระทบกระเทือนโดย พระราชบัญญัติใหม่อย่างใดไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 912/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาซื้อขายและการเลิกสัญญาเมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ สัญญาเป็นโมฆะเมื่อมีเหตุสุดวิสัย
สิ่งของที่ซื้อขายต้องถูกควบคุมอยู่ตาม กฎหมาย ผู้ซื้อและผู้ขายก็ทราบดีแล้วว่า การซื้อขายจะกระทำกันได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งไม่อนุญาตให้ผู้ขายขายแก่ผู้ซื้อผู้ซื้อก็ทราบแล้ว และยังได้วิ่งเต้นให้ผู้ขายขายสิ่งของนั้นแก่บุคคลอื่นอีก ถือได้ว่าผู้ซื้อและผู้ขายได้ตกลงเลิกสัญญาซื้อขายกันแล้ว ภายหลังที่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต จะต้องสันนิษฐานว่าบุคคลกระทำการโดยสุจริต โจทก์จะอ้างความไม่สุจริตเพื่อหลอกลวงผู้อื่นขึ้นมาเป็นประโยชน์แก่ตนเองย่อมฟังไม่ขึ้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 910/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้เครื่องหมายการค้า การแจ้งความเท็จ และสิทธิในการคัดค้านการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
เครื่องหมายการค้าที่ ก.ม.ลักษณะอาญา ม. 237 คุ้มครองไว้นั้น ย่อมหมายถึงเครื่องหมายที่ได้ใช้แล้วกับสินค้าที่ได้ใช้แล้วกับสินค้า รอยรูปขีดเขียนที่ประดิษฐ์ขึ้นแล้ว เก็บไว้โดยยังมิได้ใช้ในการค้าอย่างใด ๆ นั้น หาได้รับความคุ้มครองตาม ก.ม.ไม่
ในคดีมูลละเมิดฐานะทำให้โจทก์เสียหายต่อร่างกายและเสรีภาพนั้น โจทก์จะต้องสืบให้ได้ความว่า จำเลยได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อกระทำให้โจทก์ต้องเสียหายต่อร่างกายและเสรีภาพ เพียงแต่ได้ความว่าโจทก์ถูกตำรวจจับไป เนื่องจากคำซักทอดของผู้อื่นซึ่งจำเลยแจ้งความให้จับ โดยจำเลยไม่ทราบว่าเกี่ยวเนื่องถึงโจทก์ด้วยนั้น ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์
ยื่นคำคัดค้านการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ต่อนายทะเบียนโดยเชื่อว่าตนมีสิทธิในเครื่องหมายดีกว่าผู้ขอจดทะเบียนนั้น เป็นการใช้สิทธิในการคัดค้านโดยสุจริต

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 910/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้เครื่องหมายการค้า การแจ้งความ และสิทธิคัดค้านการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
เครื่องหมายการค้าที่ กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 237 คุ้มครองไว้นั้น ย่อมหมายถึงเครื่องหมายที่ได้ใช้แล้วกับสินค้า รอยรูป,ขีดเขียนที่ประดิษฐ์ขึ้นแล้ว เก็บไว้โดยยังมิได้ใช้ในการค้าอย่างใดๆ นั้น หาได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ไม่
ในคดีมูลละเมิดฐานทำให้โจทก์เสียหายต่อร่างกายและเสรีภาพนั้นโจทก์จะต้องสืบให้ได้ความว่า จำเลยได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อกระทำให้โจทก์ต้องเสียหายต่อร่างกายและเสรีภาพ เพียงแต่ได้ความว่าโจทก์ถูกตำรวจจับไป เนื่องจากคำซัดทอดของผู้อื่นซึ่งจำเลยแจ้งความให้จับ โดยจำเลยไม่ทราบว่าเกี่ยวเนื่องถึงโจทก์ด้วยนั้น ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์
ยื่นคำคัดค้านการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ต่อนายทะเบียนโดยเชื่อว่าตนมีสิทธิในเครื่องหมายดีกว่า ผู้ขอจดทะเบียนนั้น เป็นการใช้สิทธิในการคัดค้านโดยสุจริต

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 909/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา แม้คดีอาญาถึงที่สุดแล้ว คดีแพ่งก็ยังต้องห้ามฎีกาหากข้อเท็จจริงเป็นอย่างเดียวกัน
ฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา แม้ข้อหาในทางอาญาได้ยุติแล้วโดยต้องห้ามฎีกา ก็ไม่เป็นเหตุให้ข้อหาในทางส่วนแพ่งซึ่งอาจฎีกาต่อไปอีกได้นั้น ต้องห้ามฎีกาด้วยไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 909/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา แม้ข้อหาอาญาหมดอายุความแล้ว ก็ไม่เป็นเหตุให้ข้อหาแพ่งต้องห้ามฎีกา
ฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา แม้ข้อหาในทางอาญาได้ยุติแล้ว โดยต้องห้ามฎีกา ก็ไม่เป็นเหตุให้ข้อหาในทางส่วนแพ่งซึ่งอาจฎีกาต่อไปอีกได้นั้น ต้องห้ามฎีกาด้วยไม่
of 219