คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
นาถปรีชา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,184 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 788/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานลักทรัพย์หรือยักยอกทรัพย์เกี่ยวกับทรัพย์ที่ถูกยึดหรืออายัด พิจารณาจากผู้ครอบครอง
ความผิดอันเกี่ยวกับการที่เอาทรัพย์ที่ถูกยึดหรืออายัดไปอาจเป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือยักยอกทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วแต่กรณี คือถ้าทรัพย์นั้นจำเลยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้พิทักษ์รักษาและจำเลยคิดทุจริตเอาทรัพย์ที่ต้องอายัติไป ก็เป็นผิดฐานยักยอก ตาม ก.ม.อาญา ม. 316 ถ้าทรัพย์นั้นจำเลยมิได้รับมอบหมายให้อยู่ในความครอบครองของจำเลย แม้ทรัพย์นั้นจะเป็นของจำเลยเองก็ดี ถ้าจำเลยบังอาจเอาทรัพย์นั้นไปเสียโดยเจตนาทุจริต จำเลยก็มีความฐานลักทรัพย์ตาม ก.ม.อาญา มาตรา 290.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 777/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบอกเลิกสัญญาเช่าก่อนมี พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ 2489 สัญญาเช่าสิ้นสุดแล้ว ไม่คุ้มครองตามกฎหมาย
การเช่าที่ถูกบอกเลิกโดยถูกต้องก่อนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ 2489 นั้น ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ 2489 เพราะสัญญาเช่าได้สิ้นสุดลงก่อนแล้ว และ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า 2489 ก็ไม่มีบทบัญญัติให้ย้อนหลังไปคุ้มครองถึงการเช่าที่ถูกบอกเลิกไปก่อนแล้วด้วย.
เมื่อสัญญาเช่าระงับลงตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า 2488 และไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ 2489 แล้ว แม้ต่อมาในระหว่างพิจารณาของศาลแม้จะมี พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม 2490 ออกมาเป็นประโยชน์แก่จำเลยผู้เช่าจำเลยก็ไม่ได้รับความคุ้มครองเพราะ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าปี 2490 แก้ไขฉะเพาะกฎหมาย ปี 2489 เท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 777/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าสิ้นสุดก่อนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ 2489 ไม่ได้รับความคุ้มครอง แม้มีกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม
การเช่าที่ถูกบอกเลิกโดยถูกต้องก่อนใช้พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ 2489 นั้น ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ 2489 เพราะสัญญาเช่าได้สิ้นสุดลงก่อนแล้ว และพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า 2489ก็ไม่มีบทบัญญัติให้ย้อนหลังไปคุ้มครองถึงการเช่าที่ถูกบอกเลิกไปก่อนแล้วด้วย
เมื่อสัญญาเช่าระงับลงตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า2488 และไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ 2489 แล้ว แม้ต่อมาในระหว่างพิจารณาของศาล แม้จะมีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม 2490 ออกมาเป็นประโยชน์แก่จำเลยผู้เช่าจำเลยก็ไม่ได้รับความคุ้มครองเพราะพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าปี 2490 แก้ไขเฉพาะกฎหมายปี 2489 เท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 768/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าที่ดินเกิน 3 ปี ต้องทำตามแบบ หากไม่ถูกต้องบังคับคดีได้แค่ 3 ปี
ทำสัญญาเช่าที่ดินวันเดียวกัน 2 ฉบับมีกำหนดการเช่าฉบับละ 3 ปีอันเป็นเวลาต่อกันไปเป็น 6 ปีนั้น ถือว่าการเช่าที่เกิน 3 ปีขัดต่อมาตรา 538 จึงบังคับคดีได้เพียง 3 ปี
ข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายมาในฟ้อง และจำเลยมิได้ปฏิเสธข้ออ้างหรือมิได้ให้การถึง ต้องถือว่าจำเลยรับข้อเท็จจริงนั้นๆ จึงไม่มีประเด็นที่โจทก์จะต้องสืบอีก และในกรณีเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องขาดนัดยื่นคำให้การ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 768/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าที่ดินเกิน 3 ปี ต้องทำตามแบบ หากไม่ทำบังคับได้แค่ 3 ปี
ทำสัญญาเช่าที่ดินวันเดียวกัน 2 ฉบับมีกำหนดการเช่าฉบับละ 3 ปีอันเป็นเวลาต่อกันไปเป็น 6 ปีนั้น ถือว่าการเช่าที่เกิน 3 ปีขัดต่อมาตรา 538 จึงบังคับคดีได้เพียง 3 ปี
ข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายมาในฟ้อง และจำเลยมิได้ปฏิเสธข้ออ้าง หรือมิได้ให้การถึง ต้องถือว่าจำเลยรับข้อเท็จจริงนั้น ๆ จึงไม่มีประเด็นที่โจทก์จะต้องสืบอีกและในกรณีเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องขาดนัดยื่นคำให้การ.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 742/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาปรานีประนอมความชอบด้วยกฎหมายหรือไม่? การควบคุมสิทธิเพื่อประโยชน์ผู้เยาว์
ทำสัญญากันว่า ยอมสละสิทธิ์และหน้าที่ปกครองบุตรของโจทก์ตลอดจนทรัพย์สินตามพินัยกรรม์ ให้โจทก์ผู้เป็นมารดาเป็นผู้ปกครองต่อไปตามกฎหมาย แต่มีข้อผูกมัดโจทก์ว่า โฉนดสำหรับที่ดินตามพินัยกรรม์ซึ่งยกให้แก่บุตรนั้น โจทก์ยอมมอบให้จำเลยเป็นผู้รักษาไว้ก่อน จนกว่าผู้รับมฤดกจะบรรลุนิติภาวะ โจทก์จะไม่ขายหรือก่อภาระติดพันแก่ทรัพย์รายนี้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากจำเลยเป็นลายลักษณ์อักษร ดังนี้ ไม่ขัดต่อ ป.ม.แพ่งฯ ม. 1690 และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน สัญญาสมบูรณ์บังคับได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 742/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาอนุญาตให้ดูแลบุตรและทรัพย์สินหลังพินัยกรรม: ไม่ขัด กม.และสงบเรียบร้อย
ทำสัญญากันว่า ยอมสละสิทธิและหน้าที่ปกครองบุตรของโจทก์ตลอดจนทรัพย์สินตามพินัยกรรม ให้โจทก์ผู้เป็นมารดาเป็นผู้ปกครองต่อไปตามกฎหมาย แต่มีข้อผูกมัดโจทก์ว่า โฉนดสำหรับที่ดินตามพินัยกรรมซึ่งยกให้แก่บุตรนั้นโจทก์ยอมมอบให้จำเลยเป็นผู้รักษาไว้ก่อน จนกว่าผู้รับมรดกจะบรรลุนิติภาวะ โจทก์จะไม่ขายหรือก่อภาระติดพันแก่ทรัพย์รายนี้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากจำเลยเป็นลายลักษณ์อักษร ดังนี้ไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1690 และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน สัญญาสมบูรณ์บังคับได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องอาญาฐานปลอมแปลงเอกสาร จำเป็นต้องระบุเวลาที่กระทำผิดอย่างชัดเจนหรือประมาณได้ หากฟ้องไม่ระบุเวลา อาจขาดความสำคัญทำให้ศาลยกฟ้อง
ฟ้องว่าจำเลยปลอมหนังสือซึ่งโจทก์กู้เงินจำเลยฟ้องของโจทก์กล่าวถึงวันที่โจทก์ไปร้องต่ออำเภอขอชำระหนี้แก่จำเลยอย่างเดียวดังนี้ ถือว่าฟ้องไม่ระบุเวลาที่หาว่ากระทำผิดตามสมควร ต้องยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องอาญาฐานปลอมแปลงเอกสารต้องระบุเวลาที่กระทำผิดโดยละเอียดเพื่อให้จำเลยเข้าใจข้อหา
ฟ้องว่าจำเลยปลอมหนังสือซึ่งโจทก์กู้เงินจำเลย ฟ้องของโจทก์กล่าวถึงวันที่โจทก์ไปร้องต่ออำเภอขอชำระหนี้แก่จำเลยอย่างเดียวดังนี้ ถือว่าฟ้องไม่ระบุเวลาที่หาว่ากระทำผิดตามสมควร ต้องยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 730/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความเชื่อโดยสุจริตและมีเหตุผลสมควรเป็นเหตุให้ไม่ต้องรับผิดในความผิดฐานหมิ่นประมาท
จำเลยเชื่อโดยสุจริตใจและมีเหตุผลสมควรว่าโจทก์หมิ่นประมาทจำเลย ซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน จึงแจ้งต่อนายอำเภอจนโจทก์ถูกจับกุมฟ้องร้องนั้นแม้ภายหลัง ศาลจะชี้ขาดว่าถ้อยคำของโจทก์ไม่ถึงเป็นหมิ่นประมาทก็ดีหรือปรากฏว่า จำเลยไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานเพราะผู้ตั้งไม่มีอำนาจตั้งก็ดีก็ไม่ทำให้จำเลยต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อโจทก์
of 219