พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,184 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 542/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลอุทธรณ์จำกัดเฉพาะข้อกฎหมายเมื่ออุทธรณ์เฉพาะข้อกฎหมาย ห้ามวินิจฉัยข้อเท็จจริงใหม่
คดีที่โจทก์อุทธรณ์ฉะเพาะข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดมา โดยไม่มีอำนาจวินิจฉัยข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 542/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลอุทธรณ์จำกัดเฉพาะข้อกฎหมายเมื่อโจทก์ไม่อุทธรณ์ข้อเท็จจริงเดิม
คดีที่โจทก์อุทธรณ์เฉพาะข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดมา โดยไม่มีอำนาจวินิจฉัยข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 540/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความสุจจริตในคดีอาญาและคดีแพ่ง: ผลกระทบต่อการโอนทรัพย์สิน
ในคดีอาญาศาลพิพากษาว่าคดีโจทก์ไม่พอฟังว่า จำเลยได้รู้เห็นสมคบในการรับโอนที่ดินโดยทุจจริต และจำเลยก็นำสืบได้สมว่า ซื้อไว้โดยสุจจริตใจ แล้วชี้ขาดว่าหลักฐานไม่พอฟังว่า จำเลยเกี่ยวข้องกับการทุจจริตนั้น ย่อมหมายความแต่เพียงว่า จำเลยมิได้มีเจตนาทุจจริตอันเป็นผิดในคดีอาญาเท่านั้นจะฟังว่าจำเลยได้รับโอนที่ดินนั้นโดยสุจจริตตามประมวลแพ่งฯ ไม่ได้
คำว่าสุจจริตตามกฎหมายอาญาต่างกับคำว่าสุจจริตตามกฎหมายแพ่ง เช่นในเรื่องได้ทรัพย์มา สำหรับตามกฎหมายอาญาหมายความเพียงว่า ไม่รู้สึกตนว่าทำการติดต่อกับผู้ร้ายส่วนตามกฎหมายแพ่งหมายความว่าไม่รู้หรือไม่ควรจะรู้ถึงความบกพร่องแห่งกรรมสิทธิ์ที่มีมาในอดีต
การพิพากษาคดีส่วนแพ่ง จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีส่วนอาญาเพียงไร
คำว่าสุจจริตตามกฎหมายอาญาต่างกับคำว่าสุจจริตตามกฎหมายแพ่ง เช่นในเรื่องได้ทรัพย์มา สำหรับตามกฎหมายอาญาหมายความเพียงว่า ไม่รู้สึกตนว่าทำการติดต่อกับผู้ร้ายส่วนตามกฎหมายแพ่งหมายความว่าไม่รู้หรือไม่ควรจะรู้ถึงความบกพร่องแห่งกรรมสิทธิ์ที่มีมาในอดีต
การพิพากษาคดีส่วนแพ่ง จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีส่วนอาญาเพียงไร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 540/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความสุจริตในทางอาญาและแพ่งต่างกัน การวินิจฉัยคดีแพ่งต้องพิจารณาความสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งฯ
ในคดีอาญาศาลพิพากษาว่าคดีโจทก์ไม่พอฟังว่า จำเลยได้รู้เห็นสมคบในการรับโอนที่ดินโดยทุจริต และจำเลยก็นำสืบได้สมว่า ซื้อไว้โดยสุจริตใจแล้วชี้ขาดว่า หลักฐานไม่พอฟังว่า จำเลยเกี่ยวข้องกับการทุจริตนั้น ย่อมหมายความแต่เพียงว่า จำเลยมิได้มีเจตนาทุจริตอันเป็นผิดในคดีอาญาเท่านั้นจะฟังว่าจำเลยได้รับโอนที่ดินนั้นโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้
คำว่าสุจริตตามกฎหมายลักษณะอาญาต่างกับคำว่าสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่นในเรื่องได้ทรัพย์มาสำหรับตามกฎหมายลักษณะอาญาหมายความเพียงว่า ไม่รู้สึกตนว่าทำการติดต่อกับผู้ร้าย ส่วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หมายความว่า ไม่รู้หรือไม่ควรจะรู้ถึงความบกพร่องแห่งกรรมสิทธิ์ที่มีมาในอดีต
การพิพากษาคดีส่วนแพ่ง จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีส่วนอาญาเพียงไร
คำว่าสุจริตตามกฎหมายลักษณะอาญาต่างกับคำว่าสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่นในเรื่องได้ทรัพย์มาสำหรับตามกฎหมายลักษณะอาญาหมายความเพียงว่า ไม่รู้สึกตนว่าทำการติดต่อกับผู้ร้าย ส่วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หมายความว่า ไม่รู้หรือไม่ควรจะรู้ถึงความบกพร่องแห่งกรรมสิทธิ์ที่มีมาในอดีต
การพิพากษาคดีส่วนแพ่ง จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีส่วนอาญาเพียงไร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 510/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สมคบคิดทำผิด vs. สมรู้ร่วมคิด: ศาลลงโทษได้แม้มิได้อ้างมาตราเฉพาะ
ฟ้องว่าสมคบกันทำผิดร่วมกัน ทางพิจารณาได้ความว่าผิดฐานสมรู้ แม้มิได้อ้างมาตรา 65 ศาลก็ลงโทษฐานสมรู้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 510/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงฐานความผิดจากสมคบคิดเป็นสมรู้ร่วมคิด ศาลลงโทษได้ตามฐานที่พิพากษา
ฟ้องว่าสมคบกันทำผิดร่วมกัน ทางพิจารณาได้ความว่าผิดฐานสมรู้แม้มิได้อ้างมาตรา 65 ศาลก็ลงโทษฐานสมรู้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 509/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าพนักงานจดข้อมูลเท็จในเอกสารราชการ กรณีออกบัตรอนุญาตโดยไม่มีเหตุผล เป็นความผิดตามมาตรา 230
เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจออกบัตรอนุญาตให้ผู้ถูกเกณฑ์กลับก่อนกำหนดเมื่อมีเหตุจำเป็น ได้ออกบัตรอนุญาตให้ผู้ถูกเกณฑ์กลับก่อนรับตัวผู้ถูกเกณฑ์โดยไม่มีเหตุจำเป็นและลงวันเท็จนั้นเป็นผิดตามมาตรา 230 ไม่ใช่มาตรา 229
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 509/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าพนักงานจดข้อความเท็จลงในบัตรอนุญาต แม้ไม่มีอำนาจออกบัตรก็เป็นความผิด
เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจออกบัตรอนุญาตให้ผู้ถูกเกณฑ์กลับก่อนกำหนดเมื่อมีเหตุจำเป็นได้ออกบัตรอนุญาตให้ผู้ถูกเกณฑ์กลับก่อนรับตัวผู้ถูกเกณฑ์โดยไม่มีเหตุจำเป็นและลงวันเท็จนั้นเป็นผิดตาม ม.230 ไม่ใช่ ม. 229
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 507/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ตำรวจจับกุมโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย แม้มีคำสั่งผู้บังคับบัญชา ก็ไม่อาจเป็นเหตุยกเว้นความผิดได้
ผู้บังคับบัญชาสั่งให้จำเลยสืบจับผู้ลักเล่นการพนัน จำเลยจะจับใครย่อมอยู่ในความรับผิดชอบของจำเลย เมื่อปรากฏว่า จำเลยแกล้งจับโจทก์ซึ่งมิได้เป็นผู้เล่นการพนัน จำเลยก็ต้องมีความผิดจะอ้างคำสั่งผู้บังคับบัญชามาเป็นข้อยกเว้นโทษไม่ได้
ตำรวจแกล้งจับคนโดยไม่มีความผิด โดยมีอาวุธไปด้วย ต้องลงโทษตามมาตรา 268 ซึ่งเป็นบทหนัก
ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยต่ำกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดถ้าโจทก์ไม่ฎีกา ศาลฎีกาไม่แก้กำหนดโทษ
ตำรวจแกล้งจับคนโดยไม่มีความผิด โดยมีอาวุธไปด้วย ต้องลงโทษตามมาตรา 268 ซึ่งเป็นบทหนัก
ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยต่ำกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดถ้าโจทก์ไม่ฎีกา ศาลฎีกาไม่แก้กำหนดโทษ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 507/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ตำรวจจับกุมโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย แม้ได้รับคำสั่ง ก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำ
ผู้บังคับบัญชาสั่งให้จำเลยสืบจับผู้ลักเล่นการพะนันจำเลยจะจับใครย่อมอยู่ในความรับผิดชอบของจำเลยเมื่อปรากฎว่า จำเลยแกล้งจับโจทก์ซึ่งมิได้เป็นผู้เล่นการพะนัน จำเลยก็ต้องมีความผิด จะอ้างคำสั่งผู้บังคับบัญชามาเป็นข้อยกเว้นโทษไม่ได้
ตำรวจแกล้งจับคนโดยไม่มีความผิด โดยมีอาวุธไปด้วย ต้องลงโทษตามมาตรา 268 ซึ่งเป็นบทหนัก
ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยต่ำกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ถ้าโจทก์ไม่ฎีกา ศาลฎีกาไม่แก้กำหนดโทษ
ตำรวจแกล้งจับคนโดยไม่มีความผิด โดยมีอาวุธไปด้วย ต้องลงโทษตามมาตรา 268 ซึ่งเป็นบทหนัก
ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยต่ำกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ถ้าโจทก์ไม่ฎีกา ศาลฎีกาไม่แก้กำหนดโทษ