พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,184 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 417/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์แต่โอนสิทธิไปแล้ว ศาลล่างพิพากษายกฟ้องชอบแล้ว
โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์จากจำเลยอ้างว่าเป็นของโจทก์ทางพิจารณาได้ความว่าเดิมเป็นของโจทก์จริงแต่โจทก์ได้โอนกรรมสิทธิ์ให้คนอื่นแล้วดังนี้ ศาลต้องยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแสดงอาฆาตมาดร้าย: พิจารณาความใกล้เคียงของถ้อยคำในฟ้องและคำให้การต่อศาล
การแสดงความอาฆาตมาดร้ายตาม มาตรา 30 นั้น ต้องเป็นเรื่องแสดงความอาฆาตว่าจะทำร้ายภายใน 2 ปี
พฤติการณ์ที่แสดงว่า แสดงอาฆาตจะทำร้ายในระยะเวลาภายใน 2ปี
ฟ้องโจทก์หาว่า จำเลยกล่าวอาฆาตว่า มึงเป็นพยานให้โจทก์เรื่องโจรสลัด ไม่ถึง 10 ปีต้องตาย โดยจะให้นายแช่มทำร้ายเสีย แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกล่าวว่า 'มึงเป็นพยานผัวกูติดไม่เกิน 10 ปีออกมาพวกมึงต้องตาย' ดังนี้ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาต่างกับฟ้อง
พฤติการณ์ที่แสดงว่า แสดงอาฆาตจะทำร้ายในระยะเวลาภายใน 2ปี
ฟ้องโจทก์หาว่า จำเลยกล่าวอาฆาตว่า มึงเป็นพยานให้โจทก์เรื่องโจรสลัด ไม่ถึง 10 ปีต้องตาย โดยจะให้นายแช่มทำร้ายเสีย แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกล่าวว่า 'มึงเป็นพยานผัวกูติดไม่เกิน 10 ปีออกมาพวกมึงต้องตาย' ดังนี้ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาต่างกับฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแสดงอาฆาตมาดร้ายต้องแสดงเจตนาทำร้ายภายในระยะเวลาอันใกล้ แม้ถ้อยคำจะแตกต่างกันเล็กน้อยก็ไม่ถือว่าต่างกัน
การแสดงความอาฆาตมาดร้าย ตาม ม. 31 นั้น ต้องเป็นเรื่องแสดงความอาฆาตว่าจะทำร้ายภายใน 2 ปี
พฤติการณ์ที่แสดงว่า แสดงอาฆาตจะทำร้ายในระยะเวลาภายใน 2 ปี
ฟ้องโจทก์หาว่า จำเลยกล่าวอาฆาตว่า "ถึงเป็นพะยานให้โจทก์เรื่องโจรสลัด ไม่ถึง 10 ปีต้องตาย โดยจะให้นายแช่มทำร้ายเสีย" แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกล่าวว่า "มึงเป็นพะยานผัวกูติดไม่เกิน 10 ปี ออกมาพวกมึงต้องตาย" ดังนี้ ไม่ถือว่า ข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาต่างกับฟ้อง
พฤติการณ์ที่แสดงว่า แสดงอาฆาตจะทำร้ายในระยะเวลาภายใน 2 ปี
ฟ้องโจทก์หาว่า จำเลยกล่าวอาฆาตว่า "ถึงเป็นพะยานให้โจทก์เรื่องโจรสลัด ไม่ถึง 10 ปีต้องตาย โดยจะให้นายแช่มทำร้ายเสีย" แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกล่าวว่า "มึงเป็นพะยานผัวกูติดไม่เกิน 10 ปี ออกมาพวกมึงต้องตาย" ดังนี้ ไม่ถือว่า ข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาต่างกับฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 412/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เอกสารรับมอบทรัพย์สินต่อเนื่องจากสัญญาซื้อขายหุ้น ไม่ต้องทำเป็นหนังสือคู่กรณี สืบพยานบุคคลได้
เอกสารซึ่งทำเป็นบันทึกการรับมอบหมายทรัพย์สินซึ่งเป็นกิจการที่กระทำต่อเนื่องมาจากสัญญาซึ่งขายโอนหุ้นกันนั้นไม่มีกฎหมายบังคับว่าจะต้องทำเป็นหนังสือคู่กรณีจึงนำพยานบุคคลเข้าสืบได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 412/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับมอบหมายทรัพย์สินต่อเนื่องจากสัญญาซื้อขายหุ้น การนำสืบพยานบุคคลไม่ต้องมีหนังสือคู่กรณี
เอกสารซึ่งทำเป็นบันทึกการรับมอบหมายทรัพย์สินซึ่งเป็นกิจการที่กระทำต่อเนื่องมาจากสัญญาซึ่งขายโอนหุ้นกันนั้น ไม่มีกฎหมายบังคับว่า จะต้องทำเป็นหนังสือคู่กรณีจึงนำพะยานบุคคลเข้าสืบได้ ไม่ต้องห้าม ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 94 (ข)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 411/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำเสนอซื้อขายเฉพาะหน้าและผลของการไม่สนองรับ รวมถึงการเสนอซื้อใหม่
คำเสนอที่มีข้อความว่า มีความประสงค์จะซื้อแร่ 60 ตัน แต่จะซื้อวันนี้เพียง 10 ตันนั้นถือว่าเป็นคำเสนอขอซื้อ 10 ตัน ส่วนอีก 50 ตันเป็นเพียงคำปรารภไม่ใช่คำเสนอและไม่ใช่คำมั่นจะซื้อ
มีหนังสือเสนอซื้อแร่ในวันนั้น ฝ่ายผู้ขายก็สนองรับขายในวันนั้นถือว่าเป็นคำเสนอแก่ผู้อยู่เฉพาะหน้า ซึ่งจะสนองรับได้แต่ ณ ที่นั้นเวลานั้นเท่านั้น คำเสนอในส่วนที่ไม่สนองรับก็ย่อมสิ้นผล
ฝ่ายผู้ขายมีหนังสือถึงฝ่ายผู้ซื้อว่าตามที่ตกลงขายแร่ให้ส่วนที่เหลือผู้ซื้อจะมารับเมื่อไร ซึ่งความจริงไม่มีการเสนอสนองทำสัญญาในแร่ส่วนนี้ ดั่งนี้ ไม่ถือว่าเป็นคำสนอง เป็นแต่กล่าวอ้างถึงสิ่งซึ่งไม่มีและในกรณีที่มีคำเสนออยู่ก่อน ก็ย่อมทำให้กลายเป็นคำเสนอขึ้นใหม่ตาม มาตรา 359 ไม่ได้
คนหนึ่งบอกขายทรัพย์อีกคนหนึ่งบอกว่า เต็มใจซื้อ แต่มีอุปสรรคหรือยังไม่มีเงินนั้น ไม่ถือว่าเป็นคำสนอง
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์จำเลยทำสัญญาซื้อขายกันในเดือนกันยายนศาลจะตัดสินว่าทำสัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลยเกิดขึ้นในเดือนอื่นไม่ได้เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็น
มีหนังสือเสนอซื้อแร่ในวันนั้น ฝ่ายผู้ขายก็สนองรับขายในวันนั้นถือว่าเป็นคำเสนอแก่ผู้อยู่เฉพาะหน้า ซึ่งจะสนองรับได้แต่ ณ ที่นั้นเวลานั้นเท่านั้น คำเสนอในส่วนที่ไม่สนองรับก็ย่อมสิ้นผล
ฝ่ายผู้ขายมีหนังสือถึงฝ่ายผู้ซื้อว่าตามที่ตกลงขายแร่ให้ส่วนที่เหลือผู้ซื้อจะมารับเมื่อไร ซึ่งความจริงไม่มีการเสนอสนองทำสัญญาในแร่ส่วนนี้ ดั่งนี้ ไม่ถือว่าเป็นคำสนอง เป็นแต่กล่าวอ้างถึงสิ่งซึ่งไม่มีและในกรณีที่มีคำเสนออยู่ก่อน ก็ย่อมทำให้กลายเป็นคำเสนอขึ้นใหม่ตาม มาตรา 359 ไม่ได้
คนหนึ่งบอกขายทรัพย์อีกคนหนึ่งบอกว่า เต็มใจซื้อ แต่มีอุปสรรคหรือยังไม่มีเงินนั้น ไม่ถือว่าเป็นคำสนอง
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์จำเลยทำสัญญาซื้อขายกันในเดือนกันยายนศาลจะตัดสินว่าทำสัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลยเกิดขึ้นในเดือนอื่นไม่ได้เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 411/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำเสนอซื้อขายที่ไม่สมบูรณ์ และการไม่มีเจตนาผูกพันตามสัญญา
คำเสนอที่มีข้อความว่า มีประสงค์จะซื้อแร่ 60 ตัน วันนี้เพียง 10 ตันนั้น ถือว่าเป็นคำเสนอขอซื้อ 10 ตันส่วนอีก 60 ตันเป็นเพียงคำปรารภไม่ใช่คำเสนอและไม่ใช่คำมั่นจะซื้อ
มีหนังสือเสนอซื้อแร่ในวันนั้นฝ่ายผู้ขายก็สนองรับขายในวันนั้นถือว่าว่าเป็นคำเสนอแก่ผู้อยู่ฉะเพาะหน้า ซึ่งจะสนองรับนั้นเวลานั้นเท่านั้น คำเสนอในส่วนที่ไม่สนองรับก็ย่อมเป็นผล
ฝ่ายผู้ขายมีหนังสือถึงฝ่ายผู้ซื้อว่าตามที่ตกลงขายแร่ให้ ส่วนที่เหลือผู้ซื้อจะรับเมื่อไรซึ่งความจริงไม่มีการเสนอสนองค่าสัญญาในแร่ส่วนนี้ ดังนี้ ไม่ถือว่าเป็นคำสนอง เป็นแต่กล่าวอ้างถึงสิ่งซึ่งไม่มีและในกรณีคำเสนออยู่ก่อน ก็ย่อมทำให้กลายเป็นคำสนองขึ้นใหม่ตาม ม.359 ไม่ได้
คน 1 บอกขายทรัพย์อีกคน 1 บอกว่าเต็มใจซื้อ แต่มีอุปสรรคการนอกฟ้องนอกประเด็น จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์
มีหนังสือเสนอซื้อแร่ในวันนั้นฝ่ายผู้ขายก็สนองรับขายในวันนั้นถือว่าว่าเป็นคำเสนอแก่ผู้อยู่ฉะเพาะหน้า ซึ่งจะสนองรับนั้นเวลานั้นเท่านั้น คำเสนอในส่วนที่ไม่สนองรับก็ย่อมเป็นผล
ฝ่ายผู้ขายมีหนังสือถึงฝ่ายผู้ซื้อว่าตามที่ตกลงขายแร่ให้ ส่วนที่เหลือผู้ซื้อจะรับเมื่อไรซึ่งความจริงไม่มีการเสนอสนองค่าสัญญาในแร่ส่วนนี้ ดังนี้ ไม่ถือว่าเป็นคำสนอง เป็นแต่กล่าวอ้างถึงสิ่งซึ่งไม่มีและในกรณีคำเสนออยู่ก่อน ก็ย่อมทำให้กลายเป็นคำสนองขึ้นใหม่ตาม ม.359 ไม่ได้
คน 1 บอกขายทรัพย์อีกคน 1 บอกว่าเต็มใจซื้อ แต่มีอุปสรรคการนอกฟ้องนอกประเด็น จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 384/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในที่ดิน: หนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์มีน้ำหนักกว่าการอ้างสิทธิเดิม
เมื่อปรากฏว่า จำเลยครอบครองที่ดินและถือหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินอยู่แล้วแม้โจทก์จะนำสืบได้ความว่า จำเลยครอบครองที่ดินนั้นมายังไม่ถึง 10 ปี แต่ไม่นำสืบว่าหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินที่จำเลยยึดถืออยู่นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างใดแล้ว โจทก์ก็ต้องแพ้คดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 384/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ที่ดิน: ผู้ครอบครองมีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ย่อมได้เปรียบกว่าผู้มีสิทธิแต่ไม่มีหลักฐาน
เมื่อปรากฎว่า จำเลยครอบครองที่ดินและถือหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินอยู่แล้วแม้โจทก์จะนำสืบได้ความว่า จำเลยครอบครองที่ดินนั้นมายังไม่ถึง 10 ปี แต่ไม่นำสืบว่าหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินที่จำเลยยึดถืออยู่นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างใดแล้ว โจทก์ก็ต้องแพ้คดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 383/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองที่ดินโดยไม่มีมูลกฎหมาย สัญญาขายฝากโมฆะไม่ทำให้ได้กรรมสิทธิ์
ข้อเท็จจริงรับกันว่า สัญญาขายฝากมิได้ทำเป็นกรมธรรม์และจำเลยเข้าครอบครองยังไม่ครบ 10 ปี ต้องฟังว่าจำเลยได้ยึดถือที่ดินโดยปราศจากมูลอันจะอ้างตามกฎหมายไม่ได้กรรมสิทธิ์