พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,184 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 793/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอาญาผูกพันคดีแพ่ง หากมีประเด็นข้อเท็จจริงและคู่ความเดียวกัน
คู่ความได้ขอให้ศาลรอฟังคำพิพากษาคดีอาญา เมื่อศาลอาญาได้พิพากษาชี้ขาดคดีอาญาแล้ว โจทก์ได้แถลงต่อศาลว่าศาลอาญาได้ชี้ขาดว่าผู้ร้องคดีนี้ได้เข้ามาอยู่บ้านรายนี้โดยอาศัยจำเลย ผู้ร้องมิได้โต้แย้งและเมื่อศาลชั้นต้นรับฟังผู้ร้องก็มิได้คัดค้าน ตลอดจนคำอุทธรณ์ของผู้ร้องก็มิได้โต้แย้งความข้อนี้ ฉะนั้นแม้ว่าโจทก์จะได้อ้าง แต่ยังไม่ได้ทำพิธีเรียกสำนวนมา คดีก็ย่อมรับฟังได้ว่าศาลอาญาได้พิพากษาไว้ดังโจทก์แถลงจริง
การวินิจฉัยคดีแพ่งต้องถือข้อเท็จจริงตามคำชี้ขาดของศาลในคดีอาญาซึ่งมีประเด็นข้อเท็จจริงอย่างเดียวกันและคู่ความชุดเดียวกัน
การวินิจฉัยคดีแพ่งต้องถือข้อเท็จจริงตามคำชี้ขาดของศาลในคดีอาญาซึ่งมีประเด็นข้อเท็จจริงอย่างเดียวกันและคู่ความชุดเดียวกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 793/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอาญาผูกพันคดีแพ่ง เมื่อมีประเด็นข้อเท็จจริงและคู่ความเดียวกัน
คู่ความได้ขอให้ศาลรอฟังคำพิพากษาคดีอาญา เมื่อศาลอาญาได้พิพากษาชี้ขาดคดีอาญาแล้ว โจทก์ได้แถลงต่อศาลว่า ศาลอาญาได้ชี้ขาดว่าผู้ร้องคดีนี้ได้เข้ามาอยู่บ้านรายนี้โดยอาศัยจำเลย ผู้ร้องมิได้โต้แย้ง และเมื่อศาลชั้นต้นรับฟังผู้ร้องก็มิได้คัดค้าน ตลอดจนคำอุทธรณ์ของผู้ร้องก็มิได้โต้แย้งความข้อนี้ ฉะนั้นแม้ว่าโจทก์จะได้อ้าง แต่ยังไม่ได้ทำพิธีเรียกสำนวนมา คดีก็ย่อมรับฟังได้ว่าศาลอาญาได้พิพากษาไว้ดังโจทก์แถลงจริง
การวินิจฉัยคดีแพ่งต้องถือข้อเท็จจริงตามคำชี้ขาดของศาลในคดีอาญา ซึ่งมีประเด็นข้อเท็จจริงอย่างเดียวกันและคู่ความชุดเดียวกัน.
การวินิจฉัยคดีแพ่งต้องถือข้อเท็จจริงตามคำชี้ขาดของศาลในคดีอาญา ซึ่งมีประเด็นข้อเท็จจริงอย่างเดียวกันและคู่ความชุดเดียวกัน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 776/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การให้สินบนเจ้าพนักงาน แม้เป็นตำรวจนอกท้องที่ ก็ถือเป็นความผิด
จำเลยให้สินบนแก่เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับจำเลยในการกระทำผิดแม้เจ้าพนักงานตำรวจจะเป็นตำรวจนอกท้องที่ จำเลยก็ต้องมีความผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 762/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ให้เช่ามีสิทธิฟ้องขับไล่ได้ แม้ไม่มีหลักฐานหนังสือ
ในกรณีที่ผู้ให้เช่าเดิมฟ้องขับไล่ผู้เช่าช่วง ซึ่งได้เช่าช่วงไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่าเดิมนั้น ผู้เช่าช่วงโดยมิชอบนี้จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้ให้เช่าเดิมว่า ผู้ให้เช่าเดิมไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือมาแสดงว่ามีการเช่าช่วง จึงจะนำสืบพะยานบุคคลไม่ได้ ดังนี้ หามีสิทธิยกขึ้นต่อสู้ได้ไม่.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 762/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ให้เช่ามีสิทธิฟ้องขับไล่ได้ แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ
ในกรณีที่ผู้ให้เช่าเดิมฟ้องขับไล่ผู้เช่าช่วง ซึ่งได้เช่าช่วงไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่าเดิมนั้นผู้เช่าช่วงโดยมิชอบนี้จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้ให้เช่าเดิมว่า ผู้ให้เช่าเดิมไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือมาแสดงว่ามีการเช่าช่วงจึงจะนำสืบพยานบุคคลไม่ได้ ดังนี้ หามีสิทธิยกขึ้นต่อสู้ได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สำเนาฟ้องผิดพลาดไม่กระทบสิทธิจำเลย หากศาลอ่านฟ้องให้ฟังและจำเลยทราบข้อกล่าวหา
สำเนาฟ้องของโจทก์มีข้อความผิดพลาดไม่ตรงกับข้อความในฟ้องฉบับที่ยื่นต่อศาลแต่ศาลได้อ่านฟ้องให้จำเลยฟังและศาลยังบอกให้จำเลยเข้าใจว่าให้ถือเอาข้อความตามฟ้องที่ศาลอ่าน จำเลยทราบดีว่าตามฟ้องโจทก์กล่าวหามีข้อความเป็นอย่างไรและสำเนาฟ้องที่โจทก์นำส่งให้จำเลยมีข้อความผิดพลาดไม่ตรงกับฟ้องอย่างไรบ้าง ดังนี้ไม่ทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้และไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความถูกต้องของสำเนาฟ้อง: ศาลอ่านฟ้องให้จำเลยฟังแล้ว ถือเป็นหลักสำคัญ มิใช่สำเนาฟ้อง
สำเนาฟ้องของโจทก์มีข้อความผิดพลาดไม่ตรงกับข้อความในฟ้องฉะบับที่ยื่นต่อศาล แต่ศาลได้อ่านฟ้องให้จำเลยฟัง และศาลยังบอกให้จำเลยเข้าใจว่า ให้ถือเอาข้อความตามฟ้องที่ศาลอ่าน จำเลยทราบดีว่าตามฟ้องโจทก์กล่าวหามีข้อความเป็นอย่างไร และสำเนาฟ้องที่โจทก์นำส่งให้จำเลยมีข้อความผิดพลาด ไม่ตรงกับฟ้องอย่างไรบ้าง ดังนี้ ไม่ทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้และไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 750/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแบ่งที่ดินมรดก/ที่ดินร่วม การนำสืบต้องสอดคล้องกับคำฟ้อง ศาลอุทธรณ์มีอำนาจแก้ไขคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องกล่าวว่า โจทก์กับจำเลยปกครองที่ดินร่วมกันมา บัดนี้จำเลยจะเอาที่ดินเสียผู้เดียว จึงขอให้จำเลยส่งโฉนดมาทำการแบ่งแยกตามส่วนครึ่งหนึ่ง หากแบ่งแยกไม่ตกลง ก็ขอให้ประมูลราคาหรือขายทอดตลาดแบ่งเงินกัน ชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบว่า โจทก์จำเลยต่างปกครองเป็นส่วนสัดกัน ดังนี้ ไม่เป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็น
โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่พิพาทแต่เพียงครึ่งหนึ่ง ถ้าทางพิจารณาได้ความว่า โจทก์มีกรรมสิทธิอยู่ในที่พิพาทจริง ศาลก็พิพากษาให้ที่ดินพิพาทไม่เกินครึ่งหนึ่งเป็นของโจทก์ได้ ไม่ผิดจากฟ้อง หรือเกินคำขอ
ศาลชั้นต้นพิพากษาชี้ขาดเลยจากคำขอท้ายฟ้องของโจทก์หรืออย่างไรนั้น ศาลอุทธรณ์มีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้.
โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่พิพาทแต่เพียงครึ่งหนึ่ง ถ้าทางพิจารณาได้ความว่า โจทก์มีกรรมสิทธิอยู่ในที่พิพาทจริง ศาลก็พิพากษาให้ที่ดินพิพาทไม่เกินครึ่งหนึ่งเป็นของโจทก์ได้ ไม่ผิดจากฟ้อง หรือเกินคำขอ
ศาลชั้นต้นพิพากษาชี้ขาดเลยจากคำขอท้ายฟ้องของโจทก์หรืออย่างไรนั้น ศาลอุทธรณ์มีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 750/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการแบ่งทรัพย์สินร่วม กรณีฟ้องขอแบ่งที่ดิน ศาลต้องพิพากษาภายในส่วนแบ่งที่โจทก์ขอ
โจทก์ฟ้องกล่าวว่า โจทก์กับจำเลยปกครองที่ดินร่วมกันมา บัดนี้จำเลยจะเอาที่ดินเสียผู้เดียว จึงขอให้จำเลยส่งโฉนดมาทำการแบ่งแยกตามส่วนครึ่งหนึ่ง หากแบ่งแยกไม่ตกลง ก็ขอให้ประมูลราคาหรือขายทอดตลาดแบ่งเงินกัน ชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบว่า โจทก์จำเลยต่างปกครองเป็นส่วนสัดกัน ดังนี้ ไม่เป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็น
โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่พิพาทแต่เพียงครึ่งหนึ่ง ถ้าทางพิจารณาได้ความว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์อยู่ในที่พิพาทจริง ศาลก็พิพากษาให้ที่ดินพิพาทไม่เกินครึ่งหนึ่งเป็นของโจทก์ได้ ไม่ผิดจากฟ้อง หรือเกินคำขอ
ศาลชั้นต้นพิพากษาชี้ขาดเลยจากคำขอท้ายฟ้องของโจทก์หรืออย่างไรนั้น ศาลอุทธรณ์มีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้
โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่พิพาทแต่เพียงครึ่งหนึ่ง ถ้าทางพิจารณาได้ความว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์อยู่ในที่พิพาทจริง ศาลก็พิพากษาให้ที่ดินพิพาทไม่เกินครึ่งหนึ่งเป็นของโจทก์ได้ ไม่ผิดจากฟ้อง หรือเกินคำขอ
ศาลชั้นต้นพิพากษาชี้ขาดเลยจากคำขอท้ายฟ้องของโจทก์หรืออย่างไรนั้น ศาลอุทธรณ์มีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 747/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฆ่าเจ้าพนักงาน: พิจารณาจากพฤติการณ์และเหตุผลประกอบ
ตำรวจกำลังกอดปล้ำจับผู้กระทำผิดอยู่ จำเลยมาถึงก็ใช้ปืนยิงไป 1 นัดถูกตำรวจถึงแก่ความตาย ดังนี้ เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยมีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ตาย และจำเลยกับผู้ตายก็เป็นญาติลูกพี่ลูกน้องกันจำเลยคงมีความผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนาตามมาตรา 249