คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.พ.พ. ม. 420

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,810 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2511 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คดีขับไล่ผู้เช่า: ค่าเช่าต่ำกว่าเกณฑ์, การแก้ไขคำฟ้อง, และการอยู่อาศัยหลังหมดสัญญาไม่ได้รับการคุ้มครอง
คดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท และโจทก์ตั้งทุนทรัพย์เรียกค่าเสียหายจากจำเลยเพียง 1,500 บาท จำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์และมิได้ยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาเช่า คดีจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง
ขอแก้คำฟ้องที่ว่า จำเลยได้เช่าตึกแถว เลขที่ 493/9 เป็นจำเลยได้เช่าตึกแถวเลขที่ 493/12 ดังนี้ เป็นกรณีที่โจทก์พิมพ์เลขผิดพลาด เพราะสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยในคดีนี้ระบุไว้ชัดว่าจำเลยตกลงรับเช่าตึกแถว 2 ชั้นห้องหมายเลขทะเบียนที่ 493/12 การขอแก้ไขคำฟ้องที่พิมพ์ผิดพลาด ย่อมไม่อยู่ในบังคับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 180ที่โจทก์จะต้องยื่นคำร้องขอแก้ไขก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยาน
หลังจากครบกำหนดเวลาเช่าตามสัญญาแล้ว โจทก์ได้บอกเลิกการเช่ากับจำเลย การที่จำเลยอยู่ต่อมาอีก ศาลชั้นต้นถือว่าจำเลยอยู่โดยละเมิด และถือว่าเงินค่าเช่าที่โจทก์รับไปเดือนละ 200 บาทนั้น เป็นค่าเสียหาย ฉะนั้นเมื่อจำเลยอยู่ต่อมา ฟังไม่ได้ว่าเป็นการเช่าแล้วพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ซึ่งใช้อยู่ในขณะนั้นย่อมไม่คุ้มครองจำเลย
พระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ไม่ได้คุ้มครองถึงการเรียกร้องค่าเสียหายไว้แต่ประการใด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2511 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คดีขับไล่ผู้เช่าที่มีค่าเช่าต่ำกว่าเกณฑ์ พ.ร.บ.ควบคุมเคหะฯ และการแก้ไขคำฟ้องที่พิมพ์ผิดพลาด
คดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท. และโจทก์ตั้งทุนทรัพย์เรียกค่าเสียหายจากจำเลยเพียง 1,500 บาท จำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ และมิได้ยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งข้อความในสัญญาเช่า คดีจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง
ขอแก้คำฟ้องที่ว่า จำเลยได้เช่าตึกแถว เลขที่ 493/9เป็นจำเลยได้เช่าตึกแถวเลขที่ 493/12 ดังนี้ เป็นกรณีที่โจทก์พิมพ์เลขผิดพลาด เพราะสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยในคดีนี้ระบุไว้ชัดว่าจำเลยตกลงรับเช่าตึกแถว 2 ชั้นห้องหมายเลขทะเบียนที่ 493/12 การขอแก้ไขคำฟ้องที่พิมพ์ผิดพลาด ย่อมไม่อยู่ในบังคับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 180 ที่โจทก์จะต้องยื่นคำร้องขอแก้ไขก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยาน
หลังจากครบกำหนดเวลาเช่าตามสัญญาแล้ว โจทก์ได้บอกเลิกการเช่ากับจำเลย การที่จำเลยอยู่ต่อมาอีก ศาลชั้นต้นถือว่าจำเลยอยู่โดยละเมิด และถือว่าเงินค่าเช่าที่โจทก์รับไปเดือนละ 200 บาทนั้น เป็นค่าเสียหาย ฉะนั้นเมื่อจำเลยอยู่ต่อมา ฟังไม่ได้ว่าเป็นการเช่าแล้วพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ซึ่งใช้อยู่ในขณะนั้นย่อมไม่คุ้มครองจำเลย
พระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ไม่ได้คุ้มครองถึงการเรียกร้องค่าเสียหายไว้แต่ประการใด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2511 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญากู้ไม่มีดอกเบี้ย การทำนาต่างดอกเบี้ยเป็นการอธิบายความหมายสัญญากู้ การไถนาทับที่ถือเป็นการทำละเมิด
หนังสือสัญญากู้ที่จำเลยกู้เงินโจทก์มีข้อความว่า ไม่มีดอกเบี้ย โจทก์มีสิทธินำสืบพยานบุคคลได้ว่าไม่มีดอกเบี้ยที่คิดเป็นเงิน แต่จำเลยยอมให้โจทก์ทำนาต่างดอกเบี้ยเพราะเป็นการสืบอธิบายความหมายของสัญญากู้ หาใช่เป็นการสืบเพิ่มเติมตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารสัญญากู้ไม่
จำเลยมอบนาให้โจทก์ทำต่างดอกเบี้ย และโจทก์ได้เข้าทำนาตลอดมา เมื่อจำเลยยังไม่ได้ชำระหนี้เงินกู้ และโจทก์ยังไม่ส่งมอบนาคืน การที่จำเลยเข้าไปไถนาทับที่ย่อมเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2511 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การตีความสัญญา, การทำต่างดอกเบี้ย, การทำละเมิดจากการบุกรุกพื้นที่หลังสัญญาค้ำประกัน
หนังสือสัญญากู้ที่จำเลยกู้เงินโจทก์มีข้อความว่า ไม่มีดอกเบี้ยโจทก์มีสิทธินำสืบพยานบุคคลได้ว่าไม่มีดอกเบี้ยที่คิดเป็นเงินแต่จำเลยยอมให้โจทก์ทำนาต่างดอกเบี้ยเพราะเป็นการสืบอธิบายความหมายของสัญญากู้ หาใช่เป็นการสืบเพิ่มเติมตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารสัญญากู้ไม่
จำเลยมอบนาให้โจทก์ทำต่างดอกเบี้ย และโจทก์ได้เข้าทำนาตลอดมา เมื่อจำเลยยังไม่ได้ชำระหนี้เงินกู้ และโจทก์ยังไม่ส่งมอบนาคืนการที่จำเลยเข้าไปไถนาทับที่ย่อมเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2511

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเปลี่ยนแปลงข้อตกลงสัญญากู้และสิทธิทำกินในที่ดิน การไถนาทับที่ถือเป็นการทำละเมิด
หนังสือสัญญากู้ที่จำเลยกู้เงินโจทก์มีข้อความว่า ไม่มีดอกเบี้ย. โจทก์มีสิทธินำสืบพยานบุคคลได้ว่าไม่มีดอกเบี้ยที่คิดเป็นเงิน. แต่จำเลยยอมให้โจทก์ทำนาต่างดอกเบี้ย.เพราะเป็นการสืบอธิบายความหมายของสัญญากู้ หาใช่เป็นการสืบเพิ่มเติมตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารสัญญากู้ไม่.
จำเลยมอบนาให้โจทก์ทำต่างดอกเบี้ย และโจทก์ได้เข้าทำนาตลอดมา. เมื่อจำเลยยังไม่ได้ชำระหนี้เงินกู้. และโจทก์ยังไม่ส่งมอบนาคืน. การที่จำเลยเข้าไปไถนาทับที่ย่อมเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 525/2511

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กลฉ้อฉลการประกันภัยและการเรียกร้องค่าเสียหายจากการสืบหาความจริง
ผู้เอาประกันภัยแสดงข้อความเท็จเพื่อให้ผู้รับประกันภัยทำสัญญาประกันภัยด้วย. แล้วผู้เอาประกันภัยเอาเรื่องอุบัติเหตุเท็จไปแจ้งเพื่อขอรับเงินซึ่งเอาประกันภัย. ผู้รับประกันภัยไม่จ่าย. แต่จ้างผู้มีชื่อสืบหาความจริง เสียค่าจ้าง7,771.10 บาท. การที่ผู้เอาประกันภัยแสดงข้อความเท็จอันเป็นเหตุให้ผู้รับประกันภัยทำสัญญาประกันภัยด้วย. ไม่ใช่การกระทำละเมิดเป็นแต่เรื่องกลฉ้อฉลเท่านั้น. ส่วนเงิน7,771.10 บาทนั้น ก็ไม่ใช่ความเสียหายโดยตรงของการกระทำของผู้เอาประกันภัย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 525/2511 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแสดงข้อความเท็จเพื่อทำประกันภัยและการเรียกร้องค่าเสียหายจากค่าสืบหาความจริง
ผู้เอาประกันภัยแสดงข้อความเท็จเพื่อให้ผู้รับประกันภัยทำสัญญาประกันภัยด้วย แล้วผู้เอาประกันภัยเอาเรื่องอุบัติเหตุเท็จไปแจ้งเพื่อขอรับเงินซึ่งเอาประกันภัย ผู้รับประกันภัยไม่จ่าย แต่จ้างผู้มีชื่อสืบหาความจริง เสียค่าจ้าง 7,771.10 บาท การที่ผู้เอาประกันภัยแสดงข้อความเท็จอันเป็นเหตุให้ผู้รับประกันภัยทำสัญญาประกันภัยด้วย ไม่ใช่การกระทำละเมิดเป็นแต่เรื่องกลฉ้อฉลเท่านั้น ส่วนเงิน7,771.10 บาทนั้น ก็ไม่ใช่ความเสียหายโดยตรงของการกระทำของผู้เอาประกันภัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 525/2511 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแสดงข้อความเท็จเพื่อเอาประกันภัยและการเรียกร้องค่าเสียหายจากการสืบหาความจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นการกลฉ้อฉล ไม่ใช่ละเมิด
ผู้เอาประกันภัยมาแสดงข้อความเท็จเพื่อให้ผู้รับประกันภัยทำสัญญาประกันภัยด้วย แล้วผู้เอาประกันภัยเอาเรื่องอุบัติเหตุเท็จไปแจ้งเพื่อขอรับเงินซึ่งเอาประกันภัย ผู้รับประกันภัยไม่จ่าย แต่จ้างผู้มีชื่อสืบหาความจริง เสียค่าจ้าง 7,771.10 บาท การที่ผู้เอาประกันภัยแสดงข้อความเท็จอันเป็นเหตุให้ผู้รับประกันภัยทำสัญญาประกันภัยด้วย ไม่ใช่การกระทำละเมิดเป็นแต่เรื่องกลฉ้อฉลเท่านั้น ส่วนเงิน 7,771.10 บาทนั้น ก็ไม่ใช่ความเสียหายโดยตรงของการกระทำของผู้เอาประกันภัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 493/2511 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดของเจ้าหน้าที่ในการสูญหายของไม้ที่ยึดตามกฎหมาย และการคืนค่าภาคหลวง
โจทก์กับพวกได้รับอนุญาตให้ตัดฟันไม้ในป่าโดยโจทก์ได้ชำระค่าภาคหลวง จำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นป่าไม้เขต ได้ออกตรวจและตีตรายึดไม้ที่โจทก์กับพวกตัดไม้ รวมทั้งไม้ 1021 ท่อนที่จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นนายอำเภอสั่งให้นายดวงสอนตรวจวัดไม้และตีตราเพื่อชำระค่าภาคหลวงให้โจทก์ ไม้จำนวน 1021 ท่อนนี้ถูกจำเลยที่ 5 ยึดไว้รวมกับไม้อื่น ๆ ที่โจทก์กับพวกตัดฟันและยังไม่ได้ตรวจตีตรา ไม้ 1021 ท่อนได้สูญหายไปหมดสิ้น ดังนี้ ถ้าจำเลยที่ 5 มิได้สั่งยึดไม้รายนี้ไว้ และไม้รายนี้มิได้สูญหายไปในระหว่างที่ถูกจำเลยที่ 5 ผู้เป็นเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ยึดไว้แล้ว การทำไม้ก็เป็นอันสมบูรณ์ แต่ไม้รายนี้ได้ทำถูกต้องตามกฎหมายแล้ว แต่จำเลยที่ 5 ได้มีคำสั่งให้ยึดไว้รวมกับไม้รายอื่นที่โจทก์ทำผิดแล้วไม่ถอนคืนให้โจทก์ ต่อมาไม้ได้สูญหายไปในระหว่างถูกจำเลยที่ 5 สั่งยึดและการสูญหายก็อยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ด้วย ดังนี้ จะถือว่าการทำได้สมบูรณ์แล้วหาได้ไม่ การทำไม้รายนี้เป็นการทำโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว แต่โจทก์ไม่ได้ไม้ไป จำเลยจึงไม่มีอำนาจเอาเงินค่าภาคหลวงของโจทก์ไว้ โดยที่มิใช่เรื่องละเมิด จำเลยที่ 1 ผู้เดียวจึงต้องคืนเงินค่าภาคหลวงที่เก็บไปแล้วแก่โจทก์ ส่วนจำเลยที่ 2 - 5 ไม่ต้องรับผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 493/2511

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การคืนค่าภาคหลวงไม้ที่ถูกยึดและสูญหายโดยเจ้าหน้าที่ จำเลยรับผิดเฉพาะผู้ที่สั่งยึด
โจทก์กับพวกได้รับอนุญาตให้ตัดฟันไม้ในป่าโดยโจทก์ได้ชำระค่าภาคหลวง. จำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นป่าไม้เขต ได้ออกตรวจและตีตรายึดไม้ที่โจทก์กับพวกตัดไม้ รวมทั้งไม้ 1021ท่อนที่จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นนายอำเภอสั่งให้นายดวงสอนตรวจวัดไม้และตีตราเพื่อชำระค่าภาคหลวงให้โจทก์. ไม้จำนวน 1021 ท่อนนี้ถูกจำเลยที่ 5 ยึดไว้รวมกับไม้อื่นๆที่โจทก์กับพวกตัดฟันและยังไม่ได้ตรวจตีตรา. ไม้ 1021ท่อนได้สูญหายไปหมดสิ้น. ดังนี้ถ้าจำเลยที่ 5 มิได้สั่งยึดไม้รายนี้ไว้. และไม้รายนี้มิได้สูญหายไปในระหว่างที่ถูกจำเลยที่ 5 ผู้เป็นเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่1 ยึดไว้แล้ว. การทำไม้ก็เป็นอันสมบูรณ์. แต่ไม้รายนี้ได้ทำถูกต้องตามกฎหมายแล้ว แต่จำเลยที่ 5 ได้มีคำสั่งให้ยึดไว้รวมกับไม้รายอื่นที่โจทก์ทำผิดแล้วไม่ถอนคืนให้โจทก์. ต่อมาไม้ได้สูญหายไปในระหว่างถูกจำเลยที่ 5 สั่งยึดและการสูญหายก็อยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ด้วย. ดังนี้ จะถือว่าการทำไม้สมบูรณ์แล้วหาได้ไม่. การทำไม้รายนี้เป็นการทำโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว.แต่โจทก์ไม่ได้ไม้ไป. จำเลยจึงไม่มีอำนาจเอาเงินค่าภาคหลวงของโจทก์ไว้ โดยที่มิใช่เรื่องละเมิด. จำเลยที่ 1 ผู้เดียวจึงต้องคืนเงินค่าภาคหลวงที่เก็บไปแล้วแก่โจทก์. ส่วนจำเลยที่ 2-5 ไม่ต้องรับผิด.
of 481