คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.พ.พ. ม. 420

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,810 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1582/2506

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิครอบครองที่ดินหลังสัญญาซื้อขาย การละเมิดสิทธิโดยการขัดขวางการใช้ประโยชน์ และการคำนวณค่าเสียหายที่เหมาะสม
การที่โจทก์ซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยที่สัญญาซื้อขายมีข้อตกลงกันว่าให้โจทก์มีสิทธิครอบครองได้ทันที และได้รับส่งมอบที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นเรียบร้อยแล้ว แม้โจทก์จะยังไม่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นในทันทีก็ตาม โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยผู้ละเมิดขัดขวางมิให้โจทก์เข้าใช้สิทธิในที่ดินตามข้อสัญญาดังกล่าวได้
ค่าเสียหายในการละเมิดขัดขวางมิให้โจทก์เข้าใช้สิทธิในที่ดินนั้น หากโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าตนจะได้เงินกินเปล่าเป็นจำนวนเท่าใด ทั้งมิได้นำสืบว่าที่ดินข้างเคียงกับที่ดินของโจทก์ได้เคยมีการให้เช่า และเสียเงินกินเปล่ากันอย่างไร และเงินกินเปล่าตามที่ฟ้องพฤติการณ์เป็นเรื่องที่โจทก์คาดคะเนเอาเองเมื่อฟ้องคดีนั้น โจทก์พึงได้รับแต่เฉพาะแค่ค่าเช่าที่โจทก์ควรจะได้จากวันที่โจทก์ได้รับสิทธิครอบครองตามสัญญาซื้อขายจนถึงวันฟ้องในฐานะเป็นค่าเสียหายเท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1576/2506

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดทางละเมิดจากการขับรถประมาท และการคิดดอกเบี้ยค่าเสียหายจากวันทำละเมิด
จำเลยขับรถยนต์ประมาทชนผู้ตาย เป็นเหตุให้นาฬิกา แว่นตา ที่ติดตัวผู้ตายสูญหายไปนั้น จำเลยต้องชดใช้แทนให้
ค่าปลงศพ ค่าใช้ราคาทรัพย์ และค่าขาดไร้อุปการะ เป็นค่าสินไหมทดแทนที่ต้องชดใช้ด้วยเงิน การที่ศาลกำหนดจำนวนให้จำเลยใช้ มิใช่ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายตั้งแต่ศาลพิพากษา แต่เป็นการกำหนดค่าเสียหายที่โจทก์ได้รับความเสียหายมาแล้วตั้งแต่วันจำเลยทำละเมิดขับรถยนต์ประมาทชนผู้ตายตาย จำเลยจึงต้องเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่จะต้องชดใช้ตั้งแต่วันทำละเมิดเพราะถือว่าจำเลยผิดนัดตั้งแต่วันนั้นแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1576/2506 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดทางละเมิดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์, การร่วมรับผิดของนายจ้าง, และการคิดดอกเบี้ยค่าเสียหาย
จำเลยขับรถยนต์ประมาทชนผู้ตาย เป็นเหตุให้นาฬิกา แว่นตา ที่ติดตัวผู้ตายสูญหายไปนั้น จำเลยต้องชดใช้แทนให้
ค่าปลงศพ ค่าใช้ราคาทรัพย์และค่าขาดไร้อุปการะ เป็นค่าสินไหมทดแทนที่ต้องชดใช้ด้วยเงินการที่ศาลกำหนดจำนวนให้จำเลยใช้ มิใช่ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายตั้งแต่ศาลพิพากษา แต่เป็นการกำหนดค่าเสียหายที่โจทก์ได้รับความเสียหายมา แล้วตั้งแต่วันจำเลยทำละเมิดรถยนต์ประมาทชนผู้ตายตาย จำเลยจึงต้องเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงิน ที่จะต้องชดใช้ตั้งแต่วันทำละเมิด เพราะถือว่าจำเลยผิดนัดตั้งแต่วันนั้นแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2506

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การละเมิดเครื่องหมายการค้า: การเลียนแบบรูปจรเข้ในเครื่องหมายการค้าจอบ ทำให้สาธารณชนสับสน
โจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับจอบเป็นรูปจรเข้หันข้างตามยาว หัวไปทางขวา ปลายหางปัดลงเล็กน้อย ส่วนจำเลยขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับจอบเป็นรูปจรเข้หันข้างตามยาวในลักษณะเช่นเดียวกัน หันหัวไปทางซ้ายปลายหางปัดขึ้นเล็กน้อย อยู่ในช่องว่างตอนกลางของรูปโลก ซึ่งเว้นว่างไว้กว่า 1 ใน 3 และมีหนังสือภาษาอังกฤษตอนบนเหนือรูปโลกและภาษาจีนใต้รูปโลกแปลว่าลูกโลกจรเข้และมีภาษาไทยเหนือภาษาอังกฤษว่า ลูกโลกจรเข้ทั้งหมดนี้อยู่ภายในกรอบสี่เหลี่ยมอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเห็นรูปจรเข้ได้เด่นชัดกว่ารูปโลก ทำให้ผู้ซื้อจอบไม่เห็นข้อแตกต่างระหว่างจอบของโจทก์และของจำเลยแล้ว ก็เห็นได้ว่าเครื่องหมายของจำเลยเลียนรูปและลักษณะจรเข้ของโจทก์เป็นการลวงสาธารณชนให้หลงเข้าใจผิด เป็นละเมิดต่อโจทก์แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2506 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเลียนแบบเครื่องหมายการค้า รูปจรเข้ ทำให้สาธารณชนเข้าใจผิด เป็นละเมิด
โจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับจอบเป็นรูปจรเข้หันข้างตามยาว หัวไปทางขวา ปลายปัดลงเล็กน้อย ส่วนจำเลยขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับจอบเป็นรูปจรเข้หันข้างตามยาวในลักษณะเช่นเดียวกัน หันหัวไปทางซ้าย ปลายทางปัดขึ้นเล็กน้อย อยุ่ในช่องว่างตอนกลาง ของรูปโจทก์ ซึ่งเว้นว่างไว้กว่า 1 ใน 3 และมีหนังสือภาษาอังกฤษตอนบนเหนือรูปโลกและภาษาจีนใต้รูปโลกแปลว่า ลูกโลกจรเข้ และมีภาษีไทยเหนือภาษาอังกฤษว่า ลูกโลกจรเข้ ทั้งหมดนี้อยู่ภายในกรอบสี่เหลี่ยมอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเห็นรูปจรเข้ได้เด่นชัดกว่ารูปโลก ทำให้ผู้ซื้อจอบไม่เห็นข้อแตกต่างระหว่างจอบของโจทก์และและของจำเลยแล้ว ก็เห็นได้ว่าเครื่องหมายของจำเลยเลียนรูปและลักษณะจรเข้ของโจกท์ เป็นการลวงสาธารณชนให้หลงเข้าใจผิด เป็นละเมิดต่อโจทก์แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1472/2506 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดร่วมกันในละเมิด: การร่วมกันกระทำละเมิดทำให้ต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งหมด แม้แยกแยะความเสียหายไม่ได้
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรับผิดร่วมในผลที่บุตรผู้เยาว์ของจำเลยกระทำละเมิดจำเลยไม่อุทธรณ์ในข้อนี้ ทั้งยังแก้อุทธรณ์ยอมรับว่าศาลชั้นต้นพิพากษาชอบแล้ว จำเลยฎีกาในข้อนี้ไม่ได้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 432 วรรคท้าย เป็นบทบัญญัติสำหรับแยกความรับผิดชอบ ระหว่างผู้ละเมิดด้วยกัน มิใช่ว่ารับผิดต่อเจ้าหนี้ ซึ่งมีวรรค + บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้วว่า ต้องร่วมกันรับผิดใช้ คำว่า "ร่วมกันใช้มีความหมายว่า แต่ละคนจำต้องชำระหนี้สิ้นเชิง แต่เจ้าหนี้จะเรียกชำระหนี้จากคนใดทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ ถึงกระนั้น ลูกหนี้ทั้งหมดก็ยังคงต้องผูกพันอยู่ทั่วทุกคนจนกว่าหนี้นั้นจะได้ชำระสิ้นเชิงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 291
การทำให้ทรัพย์เขาเสียหายโดยผิดกฎหมายเป็นละเมิด เมื่อร่วมกันกระทำ ก็เป็นการร่วมกันทำละเมิด และต้องร่วมกันรับผิด กฎหมายมุ่งหมายถึงการกระทำ มิใช่ดูผลของความเสียหายว่า แยกกันได้หรือไม่ แม้จะไม่รู้ตัวว่าคนไหนก่อให้เกิดเสียหาย แต่ถ้าเป็นพวกที่ทำละเมิดร่วมกันแล้ว ก็ต้องรับผิดร่วมกันทั้งหมดตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์มาตรา 432

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1472/2506

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดร่วมกันในละเมิด: แม้แยกแยะความเสียหายไม่ได้ ผู้กระทำร่วมกันต้องรับผิดทั้งหมด
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรับผิดร่วมในผลที่บุตรผู้เยาว์(ของจำเลย ทำละเมิด จำเลยไม่อุทธรณ์ในข้อนี้ ทั้งยังแก้อุทธรณ์ยอมรับว่าศาลชั้นต้นพิพากษาชอบแล้วจำเลยฎีกาในข้อนี้ไม่ได้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 432 วรรคท้าย เป็นบทบัญญัติสำหรับแยกความรับผิดระหว่างผู้ละเมิดด้วยกัน มิใช่ว่ารับผิดต่อเจ้าหนี้ ซึ่งมีวรรคหนึ่ง บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้วว่าต้องร่วมกันรับผิดใช้ คำว่า "ร่วมกันใช้" มีความหมายว่า แต่ละคนจำต้องชำระหนี้สิ้นเชิง แต่เจ้าหนี้จะเรียกชำระหนี้จากคนใดทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ถึงกระนั้นลูกหนี้ทั้งหมดก็ยังคงต้องผูกพันอยู่ทั่วทุกคนจนกว่าหนี้นั้นจะได้ชำระสิ้นเชิง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 291
การทำให้ทรัพย์เขาเสียหายโดยผิดกฎหมายเป็นละเมิด เมื่อร่วมกันกระทำก็เป็นการร่วมกันทำละเมิด และต้องร่วมกันรับผิด กฎหมายมุ่งหมายถึงการกระทำ มิใช่ดูผลของความเสียหายว่าแยกกันได้หรือไม่ แม้จะไม่รู้ตัวว่าคนไหนก่อให้เกิดเสียหาย แต่ถ้าเป็นพวกที่ทำละเมิดร่วมกันแล้ว ก็ต้องรับผิดร่วมกันทั้งหมดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 432

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1358-1369/2506

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ จำเลยรื้อห้องเช่าเกินคำสั่งชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากการรื้อถอนหรือความเสียหายที่เกิดขึ้น
การที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งได้สั่งการตามประกาศของคณะปฏิวัติรื้อห้องแถวที่ให้โจทก์เช่าทั้งหมด มิใช่รื้อเฉพาะส่วนที่รุกล้ำทางสาธารณะนั้น เป็นการทำเกินคำสั่งส่วนที่จำเลยทำเกินจะอ้างว่าเป็นนิรโทษกรรมตามกฎหมายไม่ได้ แต่ถ้าโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายตามสัญญา หรือไม่ได้รับความเสียหายอันจะเป็นละเมิดแล้ว จำเลยก็หาต้องรับผิดต่อโจทก์ไม่
การที่จำเลยรื้อห้องแถวดังกล่าว ทำให้สามีโจทก์เสียใจไปกระโดดน้ำตาย การที่โจทก์ต้องเสียค่าทำศพสามีและไม่ได้ขายสินค้านั้น ความเสียหายนั้นหาได้เกิดจากการกระทำของจำเลยไม่ ฉะนั้น จะเรียกร้องให้จำเลยรับผิดหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1355/2506

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การร้องเรียนเจ้าหน้าที่โดยสุจริต ไม่ถือเป็นการละเมิด แม้การสอบสวนพบเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามหน้าที่
จำเลยยื่นคำร้องทุกข์ไปยังผู้บังคับบัญชาของโจทก์กล่าวหาว่าโจทก์กลั่นแกล้งให้จำเลยได้รับความเดือดร้อน โดยบรรยายรายละเอียดด้วยว่าโจทก์กระทำอย่างใดต่อจำเลยบ้าง แล้วขอให้สั่งสอบสวนพฤติการณ์ที่โจทก์กระทำต่อจำเลยนั้น ดังนี้ เมื่อได้ความว่าพฤติการณ์ตามที่จำเลยร้องเรียนไปนั้นเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นแก่จำเลยจริงจำเลยกล่าวไปโดยไม่มีข้อความที่ผิดกฎหมายหรือฝ่าฝืนความจริง แม้ผลของการสอบสวนโจทก์จะปรากฏว่าโจทก์ได้กระทำการไปตามหน้าที่ราชการแล้ว โจทก์ก็จะอ้างว่าคำร้องของจำเลยที่ว่าโจทก์กลั่นแกล้งนั้นเป็นการฝ่าฝืนต่อความจริงหาได้ไม่ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการละเมิดโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1355/2506 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การร้องเรียนเจ้าพนักงานต่อผู้บังคับบัญชา ไม่ถือเป็นการละเมิด หากข้อความนั้นเป็นความจริงและสุจริต
จำเลยยื่นคำร้องทุกข์ไปยังผู้บังคับบัญชากลางโจทก์ กล่าวหาว่าโจทก์กลั่นแกล้งให้จำเลยได้รับความเดือดร้อน โดยบรรยายรายละเอียดด้วยว่า โจทก์กระทำอย่างใดต่อจำเลยบ้าง แล้วขอให้สั่งสอบสวนพฤติการณ์ที่โจทก์กระทำต่อจำเลยนั้น ดังนี้ เมื่อได้ความว่าพฤติการณ์ตามที่จำเลยร้องเรียนไปนั้นเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นแก่จำเลยจริง จำเลยกล่าวไปโดยไม่มีข้อความที่ผิดกฎหมายหรือฝ่าฝืนความจริง แม้ผลของการสอบสวนโจทก์จะปรากฎว่าโจทก์ได้กระทำการไปตามหน้าที่ราชการแล้ว โจทก์ก็จะอ้างว่าคำร้องของจำเลยที่ว่าโจทก์กลั่นแกล้งนั้นเป็นการฝ่าฝืนต่อความจริงหาได้ไม่การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการละเมิดโจทก์
of 481