พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,810 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 502/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ระเบียบภายใน ไม่ผูกพันบุคคลภายนอก การประมาทเลินเล่อต้องรู้ข้อบังคับ
ระเบียบการของกระทรวงมหาดไทยใช้บังคับเฉพาะภายในวงอันจำกัด ไม่ได้ประกาศเป็นกฎหมายไม่มีผลบังคับได้ทั่วไป และประชาชนไม่จำต้องรับรู้ เป็นเรื่องข้อเท็จจริงจะยืนยันแต่เพียงว่ามีระเบียบการนั้นๆอยู่แล้ว หากไม่ปฏิบัติโดยจะรู้หรือไม่รู้ว่ามีอยู่ก็เป็นการกระทำผิดกฎหมายในตัวแล้ว ดังนี้หาได้ไม่
การกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ฝ่าฝืนระเบียบนั้นจะต้องปรากฎว่าผู้นั้นได้รู้ว่ามีระเบียบอยู่แล้วยังปฏิบัติฝ่าฝืนถ้าได้ปฏิบัติไปตามปกติ จะว่าการที่ไม่รู้และไม่ปฏิบัติตามระเบียบเป็นการประมาทเลินเล่ออันเป็นละเมิดไม่ได้
การกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ฝ่าฝืนระเบียบนั้นจะต้องปรากฎว่าผู้นั้นได้รู้ว่ามีระเบียบอยู่แล้วยังปฏิบัติฝ่าฝืนถ้าได้ปฏิบัติไปตามปกติ จะว่าการที่ไม่รู้และไม่ปฏิบัติตามระเบียบเป็นการประมาทเลินเล่ออันเป็นละเมิดไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 502/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ระเบียบภายในองค์กร ไม่ใช่กฎหมายบังคับใช้ทั่วไป การประมาทเลินเล่อต้องรู้ข้อบังคับ
ระเบียบการของกระทรวงมหาดไทยใช้บังคับเฉพาะภายในวงอันจำกัดไม่ได้ประกาศเป็นกฎหมายไม่มีผลบังคับได้ทั่วไป และประชาชนไม่จำต้องรับรู้เป็นเรื่องข้อเท็จจริงจะยืนยันแต่เพียงว่ามีระเบียบการนั้นๆ อยู่แล้วหากไม่ปฏิบัติโดยจะรู้หรือไม่รู้ว่ามีอยู่ก็เป็นการกระทำผิดกฎหมายในตัวแล้ว ดังนี้หาได้ไม่
การกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ฝ่าฝืนระเบียบนั้นจะต้องปรากฏว่าผู้นั้นได้รู้ว่ามีระเบียบอยู่แล้วยังปฏิบัติฝ่าฝืนถ้าได้ปฏิบัติไปตามปกติจะว่าการที่ไม่รู้และไม่ปฏิบัติตามระเบียบเป็นการประมาทเลินเล่ออันเป็นละเมิดไม่ได้
การกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ฝ่าฝืนระเบียบนั้นจะต้องปรากฏว่าผู้นั้นได้รู้ว่ามีระเบียบอยู่แล้วยังปฏิบัติฝ่าฝืนถ้าได้ปฏิบัติไปตามปกติจะว่าการที่ไม่รู้และไม่ปฏิบัติตามระเบียบเป็นการประมาทเลินเล่ออันเป็นละเมิดไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 312/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าพนักงานที่ดินประมาทเลินเล่อในการดำเนินการอายัดที่ดิน ทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้รับซื้อฝาก ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย
มีผู้ลักโฉนดที่ดินเขาไป เจ้าของจึงไปแจ้งอายัดไว้ แต่เจ้าพนักงานที่ดินผู้ได้รับคำสั่งอายัดมาดำเนินการต่อไปนั้นลืมเอาไปให้เจ้าหน้าที่ลงบัญชีอายัดไว้จึงได้มีการขายฝากที่ดินนั้นแก่ผู้อ่นไปเจ้าของเดิมจึงฟ้องขอให้เพิกถอนทำลายนิติกรรม เจ้าพนักงานที่ดินก็รัองต่อศาลขอให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนสัญญาขายฝากเสียตาม พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดินฉะบับที่ 2 มาตรา 7 จนศาลมีคำสั่งและพิพากษาให้เพิกถอน ดังนี้ เจ้าพนักงานที่ดินผู้รับคำสั่งอายัดแล้ว บกพร่องประมาทเลินเล่อลืมลงบัญชีอายัดนั้น ต้องรับผิดใช่ค่าเสียหายแก่ผู้รับซื้อฝาก และกรมที่ดินก็ต้องรับผิดร่วมด้วยตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 76
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 312/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าพนักงานที่ดินประมาทเลินเล่อละเลยการลงบัญชีอายัดที่ดิน ทำให้เกิดนิติกรรมขายฝากที่ไม่สมบูรณ์ ผู้รับซื้อฝากและกรมที่ดินต้องรับผิด
มีผู้ลักโฉนดที่ดินเขาไปเจ้าของจึงไปแจ้งอายัดไว้แต่เจ้าพนักงานที่ดินผู้ได้รับคำสั่งอายัดมาดำเนินการต่อไปนั้นลืมเอาไปให้ เจ้าหน้าที่ลงบัญชีอายัดไว้จึงได้มีการขายฝากที่ดินนั้นแก่ผู้อื่นไปเจ้าของเดิมจึงฟ้องขอให้เพิกถอนทำลายนิติกรรมเจ้าพนักงานที่ดินก็ร้องต่อศาลขอให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนสัญญาขายฝากเสียตาม พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน ฉบับที่ 2 มาตรา 7 จนศาลมีคำสั่งและพิพากษาให้เพิกถอนดังนี้ เจ้าพนักงานที่ดินผู้รับคำสั่งอายัดแล้ว บกพร่องประมาทเลินเล่อลืมลงบัญชีอายัดนั้น ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้รับซื้อฝากและกรมที่ดินก็ต้องรับผิดร่วมด้วยตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 76
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 287/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิในที่ดินและการขอออกโฉนด: จำเลยไม่ต้องรับผิดหากเจ้าพนักงานไม่ออกโฉนดเพราะโจทก์ยังไม่ได้ครอบครอง
โจทย์ฟ้องจำเลยหาว่า เจ้าพนักงานไม่ออกดตราจองที่ดินให้โจทก์ เพราะจำเลยไปร้องคัดค้าน แต่ทางพิจารณาได้ความว่าเจ้าพนักงานไม่ออกดตราจองให้โจทก์เพราะโจทก์ยังไม่เคยเข้าครอบครองที่ดินนั้นเลยจำเลยจะคัดค้านหรือไม่ ก็ไม่อาจทำให้โจทก์ได้ตราจองตามขอได้ ดังนี้ จำเลยจึงไม่ได้เป็นผู้ทำละเมิดต่อโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 287/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การออกตราจองที่ดิน: สิทธิในการครอบครองทำประโยชน์เป็นหลักเกณฑ์สำคัญ หากไม่มีสิทธิ ผู้ยื่นคำขอไม่อาจได้ตราจอง แม้ไม่มีการคัดค้าน
โจทก์ฟ้องจำเลยหาว่า เจ้าพนักงานไม่ออกตราจองที่ดินให้โจทก์เพราะจำเลยไปร้องคัดค้านแต่ทางพิจารณาได้ความว่าเจ้าพนักงานไม่ออกตราจองให้โจทก์เพราะโจทก์ยังไม่เคยเข้าครอบครองที่ดินนั้นเลย จำเลยจะคัดค้านหรือไม่ก็ไม่อาจทำให้โจทก์ได้ตราจองตามขอได้ดังนี้ จำเลยจึงไม่ได้เป็นผู้ทำละเมิดต่อโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 243/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความละเมิด: การฟ้องคดีล่าช้าเกิน 1 ปีนับแต่วันรู้ถึงการละเมิดและตัวผู้กระทำ
โจทย์ฟ้องบรรยายกล่าวว่าจำเลยกระทำการโดยประมาทเลินเล่อปราศจากความระมัดระวัง มิได้ปฏิบัติตามระเบียบหน้าที่และคำสั่ง อันเป็นการมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้ผู้อยู่ในบังคับบัญชาของจำเลยยักยอกเงินของทางราชการไป ทำให้โจทก์เสียหาย อันเป็นการแสดงชัดว่า โจทก์ขอให้จำเลยรับผิดฐานละเมิดตามป.ม.แพ่งฯมาตรา 420 ฉะนั้นเมื่อปรากฎว่าโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยภายหลัง 1 ปี นับแต่วันที่โจทก์ทราบถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ละเมิดแล้ว ก็ต้องถือว่าคดีขาดอายุความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 243/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความละเมิด: การฟ้องคดีเกิน 1 ปี นับแต่วันรู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำละเมิด ทำให้คดีขาดอายุความ
โจทก์ฟ้องบรรยายกล่าวว่าจำเลยกระทำการโดยประมาทเลินเล่อปราศจากความระมัดระวัง มิได้ปฏิบัติตามระเบียบหน้าที่และคำสั่ง อันเป็นการมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้ผู้อยู่ในบังคับบัญชาของจำเลยยักยอกเงินของทางราชการไปทำให้โจทก์เสียหาย อันเป็นการแสดงชัดว่า โจทก์ขอให้จำเลยรับผิดฐานละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา420 ฉะนั้น เมื่อปรากฏว่าโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยภายหลัง 1 ปี นับแต่วันที่โจทก์ทราบถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ละเมิดแล้ว ก็ต้องถือว่าคดีขาดอายุความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1474/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ที่สาธารณะประโยชน์: สิทธิครอบครองในลำรางและการฟ้องขับไล่
ที่ในลำรางสาธารณะเรือเดินได้นั้น ย่อมเป็นทางน้ำอันราษฎรใช้ร่วมกันเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน แม้ผู้ใดจะเคยเข้าไปทำนาในลำรางนั้นมาก่อน ผู้นั้นก็หามีสิทธิครอบครองอันชอบด้วยกฎหมายไม่ จะขอให้ศาลแสดงว่าที่นั้นเป็นของผู้นั้นไม่ได้ และเมื่อมีราษฎรอื่นมาทำนาในที่นั้นบ้าง ผู้ที่เคยทำนาอยู่ก่อนจะหาว่าผู้เข้าทำใหม่ละเมิดก็ไม่ได้ เพราะผู้เข้าทำใหม่หาได้ทำละเมิดต่อข้าวที่คนเดิมทำไว้ก่อนแล้วไม่ และเมื่อปรากฏว่าผู้เข้าทำใหม่มีที่นามีโฉนดอยู่ติดต่อกับที่สาธารณะนี้ ส่วนผู้เคยทำคนเดิมหามีนาอยู่แถวนั้นไม่ ดังนี้ ผู้เคยทำนามาเดิมย่อมไม่มีสิทธิอะไรจะมาฟ้องขับไล่ ผู้เข้าทำใหม่นั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1474/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ที่สาธารณะประโยชน์: สิทธิครอบครองในลำราง และการฟ้องขับไล่
ที่ในลำรางสาธารณะเรือเดินได้นั้น ย่อมเป็นทางน้ำอันราษฎรใช้ร่วมกันเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน แม้ผู้ใดจะเคยเข้าไปทำนาในลำรางนั้นมาก่อน ผู้นั้นก็หามีสิทธิครอบครองอันชอบด้วยกฎหมายไม่ จะขอให้ศาลแสดงว่าที่นั้นเป็นของผู้นั้นไม่ได้ และเมื่อมีราษฎรอื่นมาทำนาในที่นั้นบ้าง ผู้ที่เคยทำนาอยู่ก่อนจะหาว่าผู้เข้าทำใหม่ละเมิดก็ไม่ได้ เพราะผู้เข้าทำใหม่หาได้ทำละเมิดต่อข้าวที่คนเดิมทำไว้ก่อนแล้วไม่ และเมื่อปรากฎว่าผู้เข้าทำใหม่มีที่นามีโฉนดอยู่ติดต่อกับที่สาธารณะนี้ ส่วนผู้เคยทำคนเดิมหามีนาอยู่แถวนั้นไม่ ดังนี้ ผู้เคยทำนามาเดิม ย่อมไม่มีสิทธิอะไรจะมาฟ้องขับไล่ ผู้เข้าทำใหม่นั้นได้