พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,810 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1822/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการครอบครองโรงเรือนในที่ดินของผู้อื่นสิ้นสุดตามสิทธิเจ้าของโรงเรือน ละเมิดสิทธิเจ้าของที่ดิน
ข้อฎีกาที่ว่าศาลล่างไม่ฟังข้อเท็จจริงตามที่ควรจะฟังนั้น เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงส่วนฎีกาที่ว่าศาลล่างฟังข้อเท็จจริงโดยไม่มีถ้อยคำสำนวนสนับสนุนนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
เจ้าของที่ดินฟ้องเจ้าของโรงเรือน ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินนั้นให้รื้อถอนโรงเรือนไปจนยอมความกันจะรื้อถอนโรงเรือนไปแล้ว แต่ไม่สามารถรื้อได้เพราะมีผู้เช่าโรงเรือนนั้นอยู่ ไม่ยอมออกไป ดังนี้ ถือได้ว่าการที่ผู้เช่าโรงเรือนไม่ยอมออกไปเป็นเหตุให้เจ้าของโรงเรือนรื้อไม่ได้ตามที่ตกลงไว้กับเจ้าของที่ดินย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของที่ดิน ๆ จึงฟ้องขับไล่ผู้เช่าโรงเรือนให้ออกไปจากโรงเรือนได้ ผู้เช่าจะอ้างว่าได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ก็ไม่ได้ เพราะผู้เช่าอยู่ในโรงเรือนโดยอาศัยสิทธิของเจ้าของโรงเรือนเมื่อเจ้าของโรงเรือนเองก็หมดอำนาจไปแล้ว สิทธิของผู้เช่าอยู่ก็หมดไปด้วย
เจ้าของที่ดินฟ้องเจ้าของโรงเรือน ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินนั้นให้รื้อถอนโรงเรือนไปจนยอมความกันจะรื้อถอนโรงเรือนไปแล้ว แต่ไม่สามารถรื้อได้เพราะมีผู้เช่าโรงเรือนนั้นอยู่ ไม่ยอมออกไป ดังนี้ ถือได้ว่าการที่ผู้เช่าโรงเรือนไม่ยอมออกไปเป็นเหตุให้เจ้าของโรงเรือนรื้อไม่ได้ตามที่ตกลงไว้กับเจ้าของที่ดินย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของที่ดิน ๆ จึงฟ้องขับไล่ผู้เช่าโรงเรือนให้ออกไปจากโรงเรือนได้ ผู้เช่าจะอ้างว่าได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ก็ไม่ได้ เพราะผู้เช่าอยู่ในโรงเรือนโดยอาศัยสิทธิของเจ้าของโรงเรือนเมื่อเจ้าของโรงเรือนเองก็หมดอำนาจไปแล้ว สิทธิของผู้เช่าอยู่ก็หมดไปด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1822/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเจ้าของที่ดินเมื่อผู้เช่ายึดครองโรงเรือนหลังเจ้าของโรงเรือนผิดสัญญา
ข้อฎีกาที่ว่าศาลล่างไม่ฟังข้อเท็จจริงตามที่ควรจะฟังนั้น เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาที่ว่าศาลล่างฟังข้อเท็จจริงโดยไม่มีถ้อยคำสำนวนสนับสนุนนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
เจ้าของที่ดินฟ้องเจ้าของโรงเรือนซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินนั้นให้รื้อถอนโรงเรือนไปจนยอมความกันจะรื้อถอนโรงเรือนไปแล้ว แต่ไม่สามารถรื้อได้เพราะมีผู้เช่าโรงเรือนนั้นอยู่ไม่ยอมออกไป ดังนี้ ถือได้ว่าการที่ผู้เช่าโรงเรือนไม่ยอมออกไปเป็นเหตุให้เจ้าของโรงเรือนรื้อไม่ได้ตามที่ตกลงไว้กับเจ้าของที่ดินย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของที่ดิน เจ้าของที่ดินจึงฟ้องขับไล่ผู้เช่าโรงเรือนให้ออกไปจากโรงเรือนได้ ผู้เช่าจะอ้างว่าได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ก็ไม่ได้ เพราะผู้เช่าอยู่ในโรงเรือนโดยอาศัยสิทธิของเจ้าของโรงเรือน เมื่อเจ้าของโรงเรือนเองก็หมดอำนาจไปแล้วสิทธิของผู้เช่าอยู่ก็หมดไปด้วย
เจ้าของที่ดินฟ้องเจ้าของโรงเรือนซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินนั้นให้รื้อถอนโรงเรือนไปจนยอมความกันจะรื้อถอนโรงเรือนไปแล้ว แต่ไม่สามารถรื้อได้เพราะมีผู้เช่าโรงเรือนนั้นอยู่ไม่ยอมออกไป ดังนี้ ถือได้ว่าการที่ผู้เช่าโรงเรือนไม่ยอมออกไปเป็นเหตุให้เจ้าของโรงเรือนรื้อไม่ได้ตามที่ตกลงไว้กับเจ้าของที่ดินย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของที่ดิน เจ้าของที่ดินจึงฟ้องขับไล่ผู้เช่าโรงเรือนให้ออกไปจากโรงเรือนได้ ผู้เช่าจะอ้างว่าได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ก็ไม่ได้ เพราะผู้เช่าอยู่ในโรงเรือนโดยอาศัยสิทธิของเจ้าของโรงเรือน เมื่อเจ้าของโรงเรือนเองก็หมดอำนาจไปแล้วสิทธิของผู้เช่าอยู่ก็หมดไปด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1593/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าเลิกแล้วแต่จำเลยยังอยู่ ผู้ให้เช่ามีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้ แม้ฟ้องเรียกค่าเช่า
ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าโดยอ้างว่าสัญญาเช่าสิ้นสุดลง ได้บอกกล่าวให้ออกจากห้องเช่าแล้วจำเลยไม่ยอมออก จึงขอให้บังคับให้จำเลยออก และให้เสียค่าเช่าจนกว่าจะออก ดังนี้ แม้จะถือว่าสัญญาเช่าเลิกกันแล้ว การที่จำเลยอยู่ต่อไปเป็นการละเมิดผู้ให้เช่าต้องเรียกเป็นค่าเสียหาย ไม่ใช่ค่าเช่าก็ตาม แต่ตามฟ้องที่กล่าวก็พอถือได้ว่า ผู้ให้เช่าเรียกเอาค่าเสียหายเท่าในอัตราค่าเช่านั้นเอง ศาลย่อมพิพากษาให้ได้ไม่เป็นการเกินคำขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1593/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าสิ้นสุดแล้วจำเลยยังอยู่ต่อ ผู้ให้เช่ามีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้ แม้จะคิดเป็นอัตราค่าเช่าเดิม
ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าโดยอ้างว่าสัญญาเช่าสิ้นสุดลง ได้บอกกล่าวให้ออกจากห้องเช่าแล้วจำเลยไม่ยอมออก จึงขอให้บังคับให้จำเลยออก และให้เสียค่าเช่าจนกว่าจะออกดังนี้ แม้จะถือว่าสัญญาเช่าเลิกกันแล้ว การที่จำเลยอยู่ต่อไปเป็นการละเมิด ผู้ให้เช่าต้องเรียกเป็นค่าเสียหาย ไม่ใช่ค่าเช่าก็ตาม แต่ตามฟ้องที่กล่าวก็พอถือได้ว่า ผู้ให้เช่าเรียกเอาค่าเสียหายเท่าในอัตราค่าเช่านั้นเอง ศาลย่อมพิพากษาให้ได้ไม่เป็นการเกินคำขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1160-1161/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาความกับผลตอบแทนที่ดิน: โมฆะตามมาตรา 113 และผลของการมอบครอง
ลูกความทำสัญญากับบุตรของทนายผู้ว่าคดีให้ว่า ถ้าความที่จะฎีกานั้นชนะก็จะให้ที่นาพิพาททั้งหมดนั้นแก่บุตรของทนาย แต่บุตรทนายความต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการฎีกาดังนี้ ถือได้ว่าบุตรของทนายออกเงินให้เขาเพื่อเป็นความเกี่ยวกับนาพิพาทโดยหวังจะได้ที่นาพิพาทเป็นสิทธิของตน เป็นสัญญาให้ได้รับประโยชน์ตอบแทนจากการเป็นความจึงเป็นโมฆะตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113
ทำสัญญายกที่ดินให้แก่เขา แม้สัญญายกให้นั้นจะเป็นโมฆะเนื่องจากขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนก็ดี เมื่อได้มอบที่ดินให้เขาครอบครองเด็ดขาดแล้ว ก็ย่อมถือได้ว่าผู้ให้ได้เจตนาสละสิทธิครอบครองที่นั้นให้เขา เขาย่อมได้สิทธิครอบครองที่นั้น
ทำสัญญายกที่ดินให้แก่เขา แม้สัญญายกให้นั้นจะเป็นโมฆะเนื่องจากขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนก็ดี เมื่อได้มอบที่ดินให้เขาครอบครองเด็ดขาดแล้ว ก็ย่อมถือได้ว่าผู้ให้ได้เจตนาสละสิทธิครอบครองที่นั้นให้เขา เขาย่อมได้สิทธิครอบครองที่นั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1143/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเข้าทำประโยชน์ที่ดินพิพาทระหว่างคดี: สิทธิบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ไม่ถือเป็นการละเมิด
โจทก์จำเลยต่างแย่งกันเป็นเจ้าของนาพิพาทจนคดีถึงศาล โดยฝ่ายจำเลยอ้างว่าโจทก์เอาที่พิพาทตีชำระหนี้แก่จำเลยแต่โจทก์ปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชะนะ จำเลยจึงเข้าทำนาพิพาทรายนี้ ดังนี้ เป็นเรื่องที่จำเลยเข้าทำโดยมีสิทธิที่จะบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลจังหวัดได้อยู่ในเวลานั้น แม้ภายหลังศาลอุทธรณ์จะพิพากษากลับให้โจทก์ชะนะ และคดีถึงที่สุดเพียงนั้น ก็จะถือว่าการที่จำเลยเข้าทำนารายนี้เป็นการผิดกฎหมายอันจะประกอบให้เป็นการกระทำฐานละเมิดตาม ป.พ.พ.มาตรา 420 ไม่ได้ โจทก์จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยโดยอาศัยมูลละเมิดไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1143/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิบังคับคดีและการกระทำละเมิด: แม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษากลับ การเข้าทำที่ดินภายใต้คำพิพากษาเดิมไม่ถือเป็นการละเมิด
โจทก์จำเลยต่างแย่งกันเป็นเจ้าของนาพิพาทจนคดีถึงศาลโดยฝ่ายจำเลยอ้างว่าโจทก์เอาที่พิพาทตีชำระหนี้แก่จำเลยแต่โจทก์ปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชนะ จำเลยจึงเข้าทำนำพิพาทรายนี้ ดังนี้ เป็นเรื่องที่จำเลยเข้าทำโดยมีสิทธิที่จะบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลจังหวัดได้อยู่ในเวลานั้น แม้ภายหลังศาลอุทธรณ์จะพิพากษากลับให้โจทก์ชนะ และคดีถึงที่สุดเพียงนั้น ก็จะถือว่าการที่จำเลยเข้าทำนารายนี้เป็นการผิดกฎหมายอันจะประกอบให้เป็นการกระทำฐานละเมิดตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ไม่ได้ โจทก์จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยโดยอาศัยมูลละเมิดไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 844/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งเท็จขัดขวางการอุปสมบท ทำให้เกิดความเสียหาย เจ้าภาพมีสิทธิฟ้อง
การที่จำเลยไปแจ้งต่อผู้ใหญ่บ้านว่า เขาเป็นผู้ร้ายปล้นทรัพย์ฆ่าคน ซึ่งจำเลยรู้อยู่ว่าไม่เป็นความจริงทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใหญ่บ้านคัดค้านต่อพระอุปัชฌาย์ ผู้ใหญ่บ้านมีหนังสือถึงพระอุปัชฌาย์ พระอุปัชฌาย์จึงไม่บวชเขานั้น นับได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดแล้ว พี่ชายของเขาผู้เป็นเจ้าภาพและออกเงินซื้อของในการอุปสมบท ย่อมมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 5/2494)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 844/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งเท็จเพื่อขัดขวางการอุปสมบทถือเป็นการละเมิด ผู้มีส่วนได้เสียจากการลงทุนมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายได้
การที่จำเลยไปแจ้งต่อผู้ใหญ่บ้านว่า เขาเป็นผู้ร้ายปล้นทรัพย์ฆ่าคน ซึ่งจำเลยรู้อยู่ว่าไม่เป็นความจริง ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใหญ่บ้านคัดค้านต่อพระอุปัชณาย์ ผู้ใหญ่บ้านมีหนังสือถึงพระอุปัชณาย์ ๆ จึงไม่บวชเขานั้น นับได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดแล้ว พี่ชายของเขาผู้เป็นเจ้าภาพและออกเงินซื้อของในการอุปสมบท ย่อมมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 5)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 744/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิผู้ซื้อจากการขายทอดตลาด vs สิทธิผู้ครอบครอง: ศาลไม่อาจบังคับทำสัญญาเช่าได้
ผู้ครอบครองที่ดินจะรู้หรือไม่รู้ว่ามีการขายทอดตลาด ก็หาเป็นเหตุที่จะยกขึ้นต่อสู้สิทธิของผู้ซื้อที่ดินนั้นในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1330 ได้ไม่
เจ้าของที่ดินมีสิทธิที่จะฟ้องขับไล่ผู้ที่อาศัยในที่ดินของตนให้ออกไปได้ แต่ไม่มีสิทธิจะบังคับให้ผู้นั้นต้องคำสัญญาเช่ากับตน
เจ้าของที่ดินมีสิทธิที่จะฟ้องขับไล่ผู้ที่อาศัยในที่ดินของตนให้ออกไปได้ แต่ไม่มีสิทธิจะบังคับให้ผู้นั้นต้องคำสัญญาเช่ากับตน