พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,810 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1120/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิพากษาแก้ไขจำนวนค่าเสียหายเล็กน้อยในคดีมูลละเมิดไม่อาจฎีกาได้ตามมาตรา 248
ฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้นค่าเสียหายที่แท้จริงมีเท่าใด เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิศูจน์เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้จำนวนค่าเสียหายจากเจ็ดร้อยบาทเศษเป็นเจ็ดร้อยบาท ถ้วนจึงเป็นการแก้ไข เล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 248
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1120/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ค่าเสียหายในคดีมูลละเมิดและการห้ามฎีกาเมื่อศาลอุทธรณ์แก้ไขจำนวนค่าเสียหายเล็กน้อย
ฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้น ค่าเสียหายที่แท้จริงมีเท่าใด เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้จำนวนค่าเสียหายจากเจ็ดร้อยบาทเศษเป็นสี่ร้อยบาทเศษจึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการละเมิด แม้โอนทรัพย์สินไปแล้ว สิทธิยังคงอยู่
มีผู้ทำละเมิดให้เสียหายแก่อสังหาริมทรัพย์ในขณะที่เจ้าของทรัพย์ยังเป็นเจ้าของทรัพย์นั้นอยู่แม้ภายหลังได้โอนทรัพย์นั้นให้แก่ผู้อื่นไปแล้ว ก็ยังมีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายแก่ผู้ทำละเมิดนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าของเดิมมีสิทธิฟ้องค่าเสียหายจากการละเมิดต่ออสังหาริมทรัพย์ แม้จะโอนให้ผู้อื่นไปแล้ว
มีผู้ทำละเมิดให้เสียหายแก่อสังหาริมทรัพย์ในขณะที่เจ้าของเดิมยังเป็นเจ้าของทรัพย์นั้นอยู่ แม้ภายหลังจะได้โอนทรัพย์นั้นให้แก่ผู้อื่นไปแล้วเจ้าของเดิมก็ยังมีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายแก่ผู้ทำละเมิดนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 820/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การคืนทรัพย์สิน: โจทก์มีสิทธิรับคืนทรัพย์สินเมื่อยังอยู่ครบถ้วน แม้มีการฟ้องร้องทำลายทรัพย์สิน
ฟ้องหาว่าจำเลยลักทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ กับให้ใช้ทรัพย์เมื่อปรากฏว่าทรัพย์ที่พิพาทยังอยู่หาได้ถูกทำลายสูญไป เมื่อศาลตัดสินว่า โจทก์เป็นเจ้าของก็ชอบที่ดจทก์จะได้รับคืนไป ศาลจะพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องนอกความประสงค์ของโจทก์ ไม่มีประเด็นที่จะพิจารณาข้อค่าเสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 820/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การคืนทรัพย์สินเดิมเมื่อไม่มีความเสียหาย: โจทก์มีสิทธิรับคืนทรัพย์สินที่ยังอยู่ แม้ฟ้องเรียกค่าเสียหายไม่ได้
ฟ้องหาว่าจำเลยลักทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ กับให้ใช้ทรัพย์เมื่อปรากฏว่าทรัพย์ที่พิพาทยังอยู่หาได้ถูกทำลายสูญไปไม่เมื่อศาลตัดสินว่า โจทก์เป็นเจ้าของก็ชอบที่โจทก์จะได้รับคืนไป ศาลจะพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายไม่ได้เพราะเป็นเรื่องนอกความประสงค์ของโจทก์ไม่มีประเด็นที่จะพิจารณาข้อค่าเสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 730/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายทรัพย์สินโดยไม่มีอำนาจและการละเมิดสิทธิเจ้าของทรัพย์สิน ผู้รู้เห็นร่วมกันต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย
เอาเรือนและครัวไฟของผู้อื่นไปขาย โดยไม่มีอำนาจผู้ซื้อก็ทราบแต่ยังขืนรับซื้อไว้ แล้วรื้อครัวไฟนั้นไป ย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของ ผู้ที่รู้เห็นในการซื้อขายรายนี้มาแต่ต้นเมื่อไปช่วยผู้ซื้อรื้อด้วย ก็ย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของด้วย ผู้ลงมือกระทำต้องรับผิดในค่าเสียหายร่วมกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 730/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายทรัพย์สินโดยไม่มีอำนาจ และการรื้อถอนทรัพย์สินของผู้อื่น ย่อมเป็นการละเมิดสิทธิและต้องรับผิดในค่าเสียหายร่วมกัน
เอาเรือนและครัวไฟของผู้อื่นไปขาย โดยไม่มีอำนาจ ผู้ซื้อก็ทราบแต่ยังขืนรับซื้อไว้ แล้วรื้อครัวไฟนั้นไป ย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของผู้ที่รู้เห็นในการซื้อขายรายนี้มาแต่ต้น เมื่อไป่วยผู้ซื้อรื้อด้วย ก็ย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของด้วย ผู้ลงมือกระทำต้องรับผิดในค่าเสียหายร่วมกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 638/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์เรือที่ถูกยึดโดยสหประชาชาติและจำเลยซื้อต่อโดยสุจริต โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย
เรือของโจทก์ซึ่งให้บริษัทญี่ปุ่นเช่าไป และภายหลังถูกสหประชาชาติยึดมาให้จำเลยเช่าากเรือลำเลียงให้สหประชาชาติ และเรือนั้นได้เปลี่ยนชื่อใหม่ต่อมาสหประชาชาตได้ขายเรือนั้นให้จำเลย การที่เรือมาตกอยู่ในความครอบครองครองของสหประชาชาตและจำเลยนั้น เป็นไปตามข้อตกลงที่ทำกันระหว่างรัฐบาลไทยกับสหประชาชาต ดังนี้จำเลยผู้รับซื้อย่อมได้กรรมสิทธิ์และเมื่อไม่ปรากฏว่า จำเลยได้รับซื้อไว้โดยไม่สุจริตอย่างใดแล้ว จะถือว่าละเมิดมิได้ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 638/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์เรือที่ถูกยึดโดยสหประชาชาติ: การซื้อโดยสุจริตของผู้รับซื้อ
เรือของโจทก์ซึ่งให้บริษัทญี่ปุ่นเช่าไปและภายหลังถูกสหประชาชาติยึดมาให้จำเลยเช่าลากเรือลำเลียงให้สหประชาชาติ และเรือนั้นได้เปลี่ยนชื่อใหม่ต่อมาสหประชาชาติได้ขายเรือนั้นให้จำเลย การที่เรือมาตกอยู่ในความครอบครองของสหประชาชาติและจำเลยนั้น เป็นไปตามข้อตกลงที่ทำกันระหว่างรัฐบาลไทยกับสหประชาชาติ ดังนี้จำเลยผู้รับซื้อย่อมได้กรรมสิทธิ์และเมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับซื้อไว้โดยไม่สุจริตอย่างใดแล้ว จะถือว่าละเมิดมิได้ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลย