คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.พ.พ. ม. 420

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,810 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าช่วงและการสิ้นสุดสิทธิเช่า: การให้ผู้อื่นอยู่อาศัยไม่ถือเป็นการโอนสิทธิเช่าหากไม่ใช่การให้เช่าช่วง
การที่ผู้เช่าให้บริวารของผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกัน อาศัยอยู่ในห้องเช่า แล้วตนไปอยู่ที่อื่น ภายหลังเมื่อเลิกหุ้นส่วนกันแล้วได้ฟ้องขับไล่ผู้อาศัยนั้น ดังนี้ไม่ถือว่าเป็นการให้เช่าช่วงหรือโอนการเช่าให้อยู่แทนเด็ดขาดไม่ผิดสัญญาเช่า
เมื่อสัญญาเช่าของผู้เช่าเดิมยังไม่ระงับ แม้บริวารผู้อาศัยนั้นจะไปทำสัญญาเช่ากับผู้ให้เช่าใหม่ ก็ยังไม่มีสิทธิตามสัญญาเช่าใหม่นั้น
การที่บริวารผู้อาศัยอยู่ในห้องเช่าพิพาทโดยฝ่าฝืนคำบังคับของศาลที่สั่งขับไล่ ดังนี้จะอ้างสิทธิ ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 543(1) มิได้ เพราะถือว่าอยู่ในลักษณะละเมิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การให้บริวารเข้าอยู่แทนไม่ถือเป็นการเช่าช่วงผิดสัญญาเช่า และผู้ละเมิดไม่อ้างสิทธิครอบครองได้
การที่ผู้เช่าให้บริวารของผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกัน อาศัยอยู่ในห้องเช่าแล้วตนไปอยู่ที่อื่น ภายหลังเมื่อเลิกหุ้นส่วนกันแล้วได้ฟ้องขับไล่ผู้อาศัยนั้น ดังนี้ไม่ถือว่าเป็นการให้เช่าช่วงหรือโอนการเช่าให้อยู่แทนเด็ดขาดไม่ผิดสัญญาเช่า
เมื่อสัญญาเช่าของผู้เช่าเดิมยังไม่ระงับแม้บริวารผู้อาศัยนั้นจะไปทำสัญญาเช่ากับผู้ให้เช่าใหม่ ก็ยังไม่มีสิทธิตามสัญญาเช่าใหม่นั้น
การที่บริวารผู้อาศัยอยู่ในห้องเช่าพิพาทโดยฝ่าฝืนคำบังคับของศาลที่สั่งขับไล่ดังนี้ จะอ้างสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 543(1) มิได้ เพราะถือว่าอยู่ในลักษณะละเมิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2005/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยินยอมให้ก่อสร้างอาคารล้ำหลังคา และสิทธิในการฟ้องร้องเมื่อไม่ละเมิดสิทธิ
การที่ยอมให้ผู้ครอบครองที่ดินใกล้เคียงปลูกอาคาร หลังคาเหลื่อมล้ำคลุมหลังคาเรือนของตนบางส่วนเช่นนี้ ย่อมไม่มีสิทธิฟ้องขอให้รื้อถอนไป และแม้ผู้ปลูกสร้างอาคารในที่ดินใกล้เคียงจะปลูกผิดเทศบัญญัติก็ดี หากมิได้ละเมิดสิทธิโจทก์ ๆ ก็ไม่มีอำนาจฟ้อง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2005/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยินยอมให้ปลูกสร้างอาคารล้ำหลังคา ไม่ถือเป็นการละเมิดสิทธิ และไม่มีอำนาจฟ้องหากไม่เกิดความเสียหาย
การที่ยอมให้ผู้ครอบครองที่ดินใกล้เคียงปลูกอาคาร หลังคาเหลื่อมล้ำคลุมหลังคาเรือนของตนบางส่วนเช่นนี้ ย่อมไม่มีสิทธิฟ้องขอให้รื้อถอนไป และแม้ผู้ปลูกสร้างอาคารในที่ดินใกล้เคียงจะปลูกผิดเทศบัญญัติก็ดี หากมิได้ละเมิดสิทธิโจทก์ โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1785/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การหลอกลวงให้มอบเงินเพื่อจัดการเรื่องอากรแสตมป์แล้วนำไปใช้ส่วนตัว จำเลยต้องคืนเงินให้โจทก์
โจทก์มอบเงินให้จำเลยไปตามที่จำเลยหลอกลวงว่าจะนำใบรับเงินที่ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ไปให้เจ้าพนักงานปิดอากรแสตมป์ให้บริบูรณ์ มิฉะนั้นจะมีโทษ แล้วจำเลยเอาเงินนั้นไปเป็นประโยชน์ตนเสีย โดยมิได้จัดการประการใดนั้น โจทก์เรียกเงินคืนจากจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1749/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจ้างระงับเมื่อรถถูกยึด และจำเลยไม่ต้องรับผิดฐานละเมิดจากการถูกจับ
จำเลยนำรถยนตร์ไปจ้างโจทก์พ่นสีแล้วโจทก์ถูกจับและถูกยึดรถยนตร์ไป โดยปรากฎว่าเป็นรถที่ถูกผู้ร้ายลักมาแล้วโจทก์รับซื้อและเอาไปจ้างพ่นสี หลังจากถูกจับแล้ว โจทก์รับรถคืนไปพ่นสีโดยโจทก์อ้างว่าจำเลยตกลงให้โจทก์พ่นสีต่อไป แต่โจทก์สืบไม่ได้ดังนี้ ถือว่าสัญญาจ้างพ่นสีระหว่างโจทก์จำเลยเป็นอันระงับ
เพียงแต่ปรากฎว่าจำเลยรับซื้อรถยนตร์ที่ถูกคนร้ายลักมาไปจ้างโจทก์พ่นสีแล้วโจทก์ถูกตำรวจจับไปขังนั้น ยังไม่พอให้จำเลยต้องรับผิดฐานละเมิด.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1749/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจ้างระงับเมื่อรถถูกยึด และจำเลยไม่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุถูกจับกุม
จำเลยนำรถยนต์ไปจ้างโจทก์พ่นสีแล้วโจทก์ถูกจับและถูกยึดรถยนต์ไปโดยปรากฏว่าเป็นรถที่ถูกผู้ร้ายลักมา แล้วโจทก์รับ ซื้อและเอาไปจ้างพ่นสีหลังจากถูกจับแล้วโจทก์รับรถคืนไปพ่นสีโดยโจทก์อ้างว่าจำเลยตกลงให้โจทก์พ่นสีต่อไปแต่โจทก์สืบไม่ได้ ดังนี้ถือว่าสัญญาจ้างพ่นสีระหว่างโจทก์จำเลยเป็นอันระงับ
เพียงแต่ปรากฏว่าจำเลยรับซื้อรถยนต์ที่ถูกคนร้ายลักมาไปจ้างโจทก์พ่นสีแล้วโจทก์ถูกตำรวจจับไปขังนั้น ยังไม่พอให้จำเลยต้องรับผิดฐานละเมิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1706/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในโกดังที่ซื้อจากสหประชาชาติ: การพิสูจน์อำนาจขายของผู้ขายและการครอบครองทรัพย์สิน
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยจากที่ดินของโจทก์และสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินจำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ให้บริษัทมิตซุยฯ ซึ่งเป็นชนชาติญี่ปุ่นเช่าที่ดินปลูกโกดัง โดยมีข้อสัญญาว่าสิ่งปลูกสร้างนี้เป็นของบริษัทมิตซุยฯ บริษัทรื้อถอนไปได้ และเมื่อประเทศญี่ปุ่นแพ้สงคราม สิ่งปลูกสร้างนี้ตกอยู่ในความครอบครองดูแลของก.ท.ส.โดยอำนาจแห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกักคุมตัวและควบคุมจัดกิจการ ฯลฯ และจำเลยรับว่าต่อมาสหประชาชาติได้ขายเลหลังโกดังหมายเลข 1,2,8,9 บนที่ดินพิพาทโดยโจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อได้ แต่จำเลยยังเถียงว่าสหประชาชาติไม่มีอำนาจขายดังนี้ ถ้าหากเป็นจริงดังข้อเถียงของจำเลย โจทก์ก็ไม่ใช่เจ้าของโกดังจำเลยก็ไม่ต้องรับผิดฐานละเมิดในการใช้โกดังนั้นต่อโจทก์ ฉะนั้นการที่ศาลล่างชี้ขาดปัญหาเบื้องต้นตามมาตรา 24ประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ว่าโกดังหมายเลข 1,2,8,9 เป็นของโจทก์จึงไม่ชอบ
ส่วนปัญหาเกี่ยวกับที่ดินนั้น จำเลยไม่ได้แสดงว่ามีสิทธิอย่างไร การห้ามจำเลยไม่ให้ใช้ที่ดินจึงเป็นการชอบแล้ว
ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลล่างโดยให้ยกคำชี้ขาดบางข้อเสียแล้ว ให้ดำเนินการพิจารณาใหม่ ส่วนนอกนั้นยืนตามได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1706/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจการขายทรัพย์สินของสหประชาชาติและการพิสูจน์ความเป็นเจ้าของโกดังมีผลต่อการฟ้องละเมิด
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยจากที่ดินของโจทก์และสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ให้บริษัทมิตซุย ฯ ซึ่งเป็นชนชาติญี่ปุ่นเช่าที่ดินปลูกโกดัง โดยมีสัญญาว่าสิ่งปลูกสร้างนี้เป็นของบริษัทมิตซุย ฯ บริษัทรื้อถอนไปได้ และเมื่อประเทศญี่ปุ่นแพ้สงคราม สิ่งปลูกสร้างนี้ตกอยู่ในความครอบครองดูแลของ ก.ท.ส. โดยอำนาจแห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกักคุมตัวและควบคุมจัดการ ฯลฯ และจำเลยรับว่า ต่อมาสหประชาชาติได้ขายเลหลังโกดังหมายเลข 1,2,8,9 บนที่ดินพิพาทโดยโจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อได้ แต่จำเลยยังเถียงว่าสหประชาชาติไม่มีอำนาจขายดังนี้ ถ้าหากเป็นจริงดังข้อเถียงของจำเลย โจทก์ก็ไม่ใช่เจ้าของโกดัง จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดฐานละเมิดในการใช้โกดังนั้นต่อโจทก์
ฉะนั้นการที่ศาลล่างชี้ขาดปัญหาเบื้องต้นตามมาตรา 24 ประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ว่าโกดังหมายเลข 1,2,8,9 เป็นของโจทก์จึงไม่ชอบ
ส่วนปัญหาเกี่ยวกับที่ดินนั้น จำเลยไม่ได้แสดงว่ามีสิทธอย่างไร การห้ามจำเลยไม่ให้ใช้ที่ดินจึงเป็นการชอบแล้ว
ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลล่างโดยให้ยกคำชี้ขาดบางข้อเสียแล้ว ให้ดำเนินการพิจารณาใหม่ ส่วนนอกนั้นยืนตามได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1694/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขายทรัพย์โดยไม่มีอำนาจและการละเมิดต่อเจ้าของทรัพย์ แม้จะทำแทนผู้อื่นก็ต้องรับผิด
จำเลยขายทอดตลาดทรัพย์ของโจทก์โดยเชื่อทหารอังกฤษซึ่งเป็นผู้สั่งให้ขาย โจทก์มาคัดค้านในขณะขาย แต่จำเลยคงขืนขายทอดตลาดไปย่อมเป็นการละเมิดต่อโจทก์เจ้าของทรัพย์แม้จำเลยทำแทนผู้อื่นก็ไม่พ้นความรับผิด
ข้อที่จำเลยอ้างว่าขายโดยคำสั่งของทางสหประชาชาตินั้นจำเลยจะต้องแสดงว่าสหประชาชาติมีสิทธิประการใดที่จะมาขายทรัพย์ของโจทก์ ส่วนที่จำเลยอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมจัดกิจการและทรัพย์สิน ฯลฯ นั้นก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้กระทำไปตามคำสั่งของคณะกรรมการตาม พ.ร.บ. นั้นจำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์
of 481