พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1787/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของผู้ประกันจำเลย: การนำตัวจำเลยส่งศาล
ผู้ประกันจำเลยในคดีอาญาจะพ้นความรับผิดต่อเมื่อได้นำตัวจำเลยมาส่งศาลและศาลสั่งให้ถอนประกันหรือปล่อยตัวไปตามข้อ1 แห่งสัญญาประกันเท่านั้น การที่ศาลสั่งจำหน่ายคดีและให้ผู้ประกันส่งตัวจำเลยต่อศาล แล้วผู้ประกันส่งตัวจำเลยไม่ได้ ดังนี้หาทำให้ผู้ประกันพ้นจากความรับผิดไม่ ศาลย่อมมีอำนาจปรับผู้ประกันตามสัญญา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1787/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของผู้ประกันตัวเมื่อจำเลยไม่มาศาล ศาลยังคงมีอำนาจปรับตามสัญญา
ผู้ประกันจำเลยในคดีอาญาจะพ้นความรับผิดต่อเมื่อได้นำตัวจำเลยมาส่งศาลและศาลสั่งให้ถอนประกันหรือปล่อยตัวไปตามข้อ 1 แห่งสัญญาประกันเท่านั้น การที่ศาลสั่งจำหน่ายคดีและให้ผู้ประกันส่งตัวจำเลยต่อศาล แล้วผู้ประกันส่งตัวจำเลยไม่ได้ ดังนี้หาทำให้ผู้ประกันพ้นจากความรับผิดไม่ศาลย่อมมีอำนาจปรับผู้ประกันตามสัญญา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1746/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยึดของกลางที่ชอบด้วยกฎหมายและการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์
จำเลยต้องหาว่าลักกระบือเจ้าพนักงานสงสัยว่าจำเลยเอากระบือที่ลักไปขายเสียแล้ว ซื้อสิ่งของอื่นมา จึงจับจำเลยและสิ่งของอื่นนั้นมาเป็นของกลาง นำส่งปลัดอำเภอ ปลัดอำเภอรับตัวจำเลยจากตำรวจพร้อมทั้งของกลางได้ทำบันทึกการยึดและแจ้งให้จำเลยทราบด้วย ดังนี้ ถือได้ว่าได้ยึดสิ่งของที่จับมาเป็นของกลางโดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85 แล้ว เมื่อจำเลยลักเอาสิ่งของที่ถูกยึดนั้นไป ก็ย่อมมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 290
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1746/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยึดของกลางโดยชอบด้วยกฎหมายและการลักทรัพย์หลังการยึด
จำเลยต้องหาว่าลักกระบือเจ้าพนักงานสงสัยว่าจำเลยเอากระบือที่ลักไปขายเสียแล้ว ซื้อสิ่งของอื่นมา จึงจับจำเลยและสิ่งของอื่นนั้นมาเป็นของกลาง นำส่งปลัดอำเภอ ปลัดอำเภอรับตัวจำเลยจากตำรวจพร้อมทั้งของกลางได้ทำบันทึกการยึดและแจ้งให้จำเลยทราบด้วย ดังนี้ ถือได้ว่าได้ยึดสิ่งของที่จับมาเป็นของกลางโดยชอบตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 85 แล้ว เมื่อจำเลยลักเอาสิ่งของที่ถูกยึดนั้นไป ก็ย่อมมีความผิดฐานลักทรัพย์ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา290
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1745/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินยังไม่จดทะเบียน & สิทธิครอบครองจากการชำระราคา - ศาลต้องฟังพยานเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง
โจทก์ฟ้องเรียกที่ดินส่วนของโจทก์ตามที่มีชือในโฉนดคืนจากจำเลย ๆต่อสู้ว่า โจทก์ขายที่ดินส่วนของโจทก์ให้จำเลยแล้วและมอบที่ดินส่วนนั้นให้จำเลยครอบครองไปจนกว่าจะได้จัดการโอนกรรมสิทธิให้แก่จำเลย ดังนี้ ประเด็นย่อมมีถึงว่าจำเลยจะมีสิทธิยึดถือที่ดินรายนี้ไว้ได้ต่อไปหรือไม่ด้วย ฉะนั้นศาลจำต้องฟังคำพยานโจทก์และจำเลยตามฟ้องและคำให้การต่อสู้ก่อน จะงดสืบพยานเสียโดยตัดสินให้จำเลยคืนที่ดินแก่โจทก์เพราะถือว่าโจทก์มีชื่อในโฉนดและการซื้อขายมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน หาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1745/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองที่ดินพิพาท สิทธิในที่ดินเมื่อซื้อขายไม่เป็นหนังสือและจดทะเบียน
โจทก์ฟ้องเรียกที่ดินส่วนของโจทก์ตามที่มีชื่อในโฉนดคืนจากจำเลย จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ขายที่ดินส่วนของโจทก์ให้จำเลยแล้ว และมอบที่ดินส่วนนั้นให้จำเลยครอบครองไปจนกว่าจะได้จัดการโอนกรรมสิทธิให้แก่จำเลย ดังนี้ประเด็นย่อมมีถึงว่าจำเลยจะมีสิทธิยึดถือที่ดินรายนี้ไว้ได้ต่อไปหรือไม่ด้วย ฉะนั้นศาลจำต้องฟังคำพยานโจทก์และจำเลยตามฟ้องและคำให้การต่อสู้ก่อน จะงดสืบพยานเสียโดยตัดสินให้จำเลยคืนที่ดินแก่โจทก์ เพราะถือว่าโจทก์มีชื่อในโฉนดและการซื้อขายมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน หาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1741/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลลดโทษตามมาตรา 59 กรณีผู้ถูกทำร้ายมีพฤติกรรมยั่วยุ
ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 59 ตอนท้ายให้อำนาจศาลในการที่จะใช้ดุลยพินิจลดโทษปราณีให้จำเลยไว้อย่างกว้าง ๆ ฉะนั้นเมื่อศาลพิเคราะห์เห็นมีเหตุสมควรจะปราณีแก่จำเลยแล้ว ศาลก็ย่อมใช้อำนาจตามมาตรา 59 ตอนท้ายนี้ ลดโทษฐานปราณีแก่จำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1741/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลลดโทษปรานีตามมาตรา 59 วรรคท้าย แห่งกฎหมายลักษณะอาญา
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 59 ตอนท้ายให้อำนาจศาลในการที่จะใช้ดุลพินิจลดโทษปรานีให้จำเลยไว้อย่างกว้างๆ ฉะนั้นเมื่อศาลพิเคราะห์เห็นมีเหตุสมควรจะปรานีแก่จำเลยแล้ว ศาลก็ย่อมใช้อำนาจตามมาตรา 59 ตอนท้ายนี้ลดโทษฐานปรานีแก่จำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1738/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันเกินสมควรและการฆ่าโดยไม่เจตนา: การถือมีดรอต่อสู้และการแทงในระหว่างการป้องกันตัว
ผู้ตายกับจำเลยเดินมาด้วยกัน ผู้ตายเมาสุราจนเดินโซเซและไม่มีอาวุธอะไร ย่อมเห็นได้ว่าไม่มีความจำเป็นอันใด ที่จำเลยจะต้องทำร้ายผู้ตายเลยแต่จำเลยกลับไปยืนถือมีดคอยทีอยู่อีก เมื่อผู้ตายวิ่งเข้าชกจำเลย จำเลยก็แทงเอา เช่นนี้จะเรียกว่าจำเลยกระทำไปเพื่อป้องกันชีวิต เกียรติยศชื่อเสียงหาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1738/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวต้องสมเหตุสมผล ไม่เกินขอบเขตแห่งอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น
ผู้ตายกับจำเลยเดินมาด้วยกัน ผู้ตายเมาสุราจนเดินโซเซและไม่มีอาวุธอะไร ย่อมเห็นได้ว่าไม่มีความจำเป็นอันใด ที่จำเลยจะต้องทำร้ายผู้ตายเลย แต่จำเลยกลับไปยืนถือมีดคอยทีอยู่อีก เมื่อผู้ตายวิ่งเข้าชกจำเลย จำเลยก็แทงเอา เช่นนี้จะเรียกว่าจำเลยกระทำไปเพื่อป้องกันชีวิต เกียรติยศชื่อเสียงหาได้ไม่