พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1447/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบของกลางในคดีค้ากำไรเกินควร: ริบเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิเสธการขายโดยไม่มีเหตุผล
ไม่ยอมขายสิ่งของที่คณะกรรมการป้องกันการค้ากำไรเกินควรกำหนดราคาไว้อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร 2490 นั้น สิ่งของที่ห้ามค้ากำไรเกินควรซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิดคือสิ่งของที่มีผู้ขอซื้อไม่เกินสมควรแก่การใช้ แต่ผู้ขายไม่ยอมขายโดยไม่มีเหตุผลอันควรเท่านั้น และย่อมริบได้เฉพาะสิ่งของที่ไม่ยอมขายดังกล่าวเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1447/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปฏิเสธขายสินค้าควบคุมราคาโดยไม่มีเหตุผลสมควรเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร
ไม่ยอมขายสิ่งของที่คณะกรรมการป้องกันการค้ากำไรเกินควรกำหนดราคาไว้อันเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร2490 มาตรา 21 นั้น สิ่งของที่ห้ามค้ากำไรเกินควรซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิดคือสิ่งของที่มีผู้ขอซื้อไม่เกินสมควรแก่การใช้ แต่ผู้ขายไม่ยอมขายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรเท่านั้น และย่อมริบได้เฉพาะสิ่งของที่ไม่ยอมขายดังกล่าวเท่านั้น (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 9/2494)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1432/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฆ่าคนตายจากการลงมือทำร้ายก่อนและบาดแผลฉกรรจ์
จำเลยเป็นผู้ก่อเหตุท้าทายเขาวิวาท และจำเลยเป็นผู้ลงมือทำร้ายเขาก่อนโดยเขายังมิได้ทำร้ายจำเลยแต่ประการใด จำเลยย่อมเลือกทำร้ายได้ก่อนและจำเลยได้ใช้มีดแทงเขาถูกที่ใต้ราวนมซ้ายอันเป็นอวัยวะส่วนสำคัญเป็นบาดแผลฉกรรจ์ลึกทะลุภายใน เขาได้ขาดใจตายเพราะพิษบาดแผลนั้นในเวลากระชั้นชิดกันนั้น ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยอาจเห็นผลแห่งการกระทำของตนว่าจะเป็นเหตุให้เขาถึงตายได้จำเลยย่อมมีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1432/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฆ่า: การกระทำที่แสดงถึงความตั้งใจที่จะทำให้ถึงแก่ความตาย แม้จะเกิดจากการชวนวิวาทและการลงมือทำร้ายก่อน
จำเลยเป็นผู้ก่อเหตุท้าทายเขาวิวาท และจำเลยเป็นผู้ลงมือทำร้ายเขาก่อนโดยเขายังมิได้ทำร้ายจำเลยแต่ประการใด จำเลยย่อมเลือกทำร้ายได้ก่อนและจำเลยได้ใช้มีดแทงเขาถูกที่ใต้ราวนมซ้าย อันเป็นอวัยวะส่วนสำคัญเป็นบาดแผลนั้นในเวลากระชั้นชิดกันนั้น ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยอาจเห็นผลแห่งการกระทำของตนว่าจะเป็นเหตุให้เขาถึงตายได้ จำเลยย่อมมีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 249
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1431/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ไขฟ้องอาญา: ศาลอนุญาตได้หากไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ
การขอเพิ่มเติมตำบลที่เกิดเหตุนั้น เป็นการขอแก้รายละเอียดซึ่งต้องแถลงในฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 164 โจทก์จะร้องขอแก้ในระยะใดระหว่างพิจารณาในศาลชั้นต้น ก็ไม่ถือว่าทำให้จำเลยเสียเปรียบ เว้นแต่จำเลยได้หลงต่อสู้ในข้อที่ผิดหรือที่มิได้กล่าวไว้นั้นโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจร เจ้าพนักงานจับโคของกลางได้จากจำเลย จำเลยให้การปฏิเสธข้อหาต่อสู้อ้างฐานที่อยู่ และว่าเจ้าพนักงานมิได้จับโคของกลางได้จากจำเลย ดังนี้ การที่โจทก์ขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องว่า เหตุได้เกิดที่ตำบลอีกตำบลหนึ่งด้วย ย่อมเห็นได้ว่าไม่ทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้ในข้อที่โจทก์มิได้กล่าวไว้แต่อย่างใด โจทก์จึงแก้ไขหรือเพิ่มเติมฟ้องได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1431/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ฟ้องเพิ่มเติมสถานที่เกิดเหตุไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ หากไม่หลงข้อต่อสู้เดิม
การขอเพิ่มเติมตำบลที่เกิดเหตุนั้น เป็นการขอแก้รายละเอียด ซึ่งต้องแถลงในฟ้องตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 164 โจทก์จะร้องขอแก้ในระยะใดระหว่างพิจารณาในศาลชั้นต้น ก็ไม่ถือว่าทำให้จำเลยเสียเปรียบ เว้นแต่จำเลยได้หลงต่อสู้ในข้อที่ผิดหรือที่มิได้กล่าวไว้นั้น
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจทก์ เจ้าพนักงานจับโคของกลางได้จากจำเลย จำเลยให้การปฏิเสธข้อหาต่อสู้อ้างฐานที่อยู่ และว่าเจ้าพนักงานมิได้จับโคของกลางได้จากจำเลยดังนี้ การที่โจทก์ขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องว่า เหตุได้เกิดที่ตำบลอีกตำบลหนึ่งด้วย ย่อมเห็นได้ว่าไม่ทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้ในข้อที่โจทก์มิได้กล่าวไว้แต่อย่างใด โจทก์จึงแก้ไขหรือเพิ่มเติมฟ้องได้
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจทก์ เจ้าพนักงานจับโคของกลางได้จากจำเลย จำเลยให้การปฏิเสธข้อหาต่อสู้อ้างฐานที่อยู่ และว่าเจ้าพนักงานมิได้จับโคของกลางได้จากจำเลยดังนี้ การที่โจทก์ขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องว่า เหตุได้เกิดที่ตำบลอีกตำบลหนึ่งด้วย ย่อมเห็นได้ว่าไม่ทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้ในข้อที่โจทก์มิได้กล่าวไว้แต่อย่างใด โจทก์จึงแก้ไขหรือเพิ่มเติมฟ้องได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1421/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำร้ายเพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามหลังลักทรัพย์เข้าข่ายความผิดชิงทรัพย์
ลักบุหรี่ที่เขาวางขายไว้ที่ร้ายแผงลอยไป 1 ซองแล้วเดินเรื่อย ๆ ไป เจ้าทรัพย์กับพวกติดตามในขณะนั้นชั่วระยะทางเพียงเล็กน้อยก็ทัน จำเลยจึงใช้มือชกต่อยพวกเจ้าทรัพย์ ดังนี้ แสดงให้เห็นว่าทำร้ายเพื่อระงับการติดตามของคนเหล่านั้นโดยหวังผลที่จะพาบุหรี่ที่ลักมานั้นไป และเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นผิดอาญาสำหรับความผิดฐานลักทรัพย์ ที่ได้กระทำลง ย่อมเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1421/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำร้ายเพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามหลังลักทรัพย์เข้าข่ายชิงทรัพย์
ลักบุหรี่ที่เขาวางขายไว้ที่ร้านแผงลอยไป 1 ซองแล้วเดินเรื่อยๆ ไป เจ้าทรัพย์กับพวกติดตามในขณะนั้นชั่วระยะทางเพียงเล็กน้อยก็ทัน จำเลยจึงใช้มือชกต่อยพวกเจ้าทรัพย์ ดังนี้ แสดงให้เห็นว่าทำร้ายเพื่อระงับการติดตามของคนเหล่านั้นโดยหวังผลที่จะพาบุหรี่ที่ลักมานั้นไป และเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นผิดอาญาสำหรับความผิดฐานลักทรัพย์ ที่ได้กระทำลง ย่อมเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1420/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อยกเว้นความผิด พ.ร.ก.คนเข้าเมือง กรณีเรือถ่อที่ไม่ใช้ขนส่ง
มาตรา 4 แห่ง พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2480 บัญญัติว่า"ยานพาหนะ" หมายถึงสิ่งใดๆ ที่ใช้สำหรับขนส่งจากที่แห่งหนึ่งไปยังที่อีกแห่งหนึ่ง ฉะนั้นถ้ามีผู้นำเรือถ่อโดยมิได้ใช้ขนส่งอะไรออกนอกประเทศและเข้าในประเทศ โดยมิได้แจ้งกำหนดเรือออกจากท่าก็ดี เรือเข้ามาถึงท่าแล้ว ไม่ไปรายงานต่อเจ้าพนักงานก็ดี ก็ไม่เป็นผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง 2480
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1420/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีความ 'ยานพาหนะ' ใน พ.ร.บ.คนเข้าเมือง: การใช้เรือถ่อโดยไม่มีการขนส่ง
มาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2480 บัญญัติว่า " ยานพาหนะ " หมายถึงสิ่งใด ๆ ที่ใช้สำหรับขนส่งจากที่แห่งหนึ่งไปยังที่อีกแห่งหนึ่ง ฉะนั้นถ้ามีผู้นำเรือถ่อโดยมิได้ใช้ขนส่งอะไรออกนอกประเทศและเข้าในประเทศโดยมิได้แจ้งกำหนดเรืออกจากท่าก็ดี เรือเข้ามาถึงท่าแล้ว ไม่ไปรายงานต่อเจ้าพนักงานก็ดี ก็ไม่เป็นผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง 2480