คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
นนทปัญญา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1329/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องลักทรัพย์จากของกลางคดีอื่น: ความชัดเจนของฟ้อง
ฟ้องว่าจำเลยบังอาจลักไม้สักที่เจ้าพนักงานป่าไม้อำเภอเมืองยึดไว้เป็นของกลางในคดีอาญา ซึ่งบุคคลอื่นต้องหาว่าตัดฟันไม้สักรายนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานไป ขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ แม้จะไม่ได้บรรยายว่า จำเลยลักไม้นั้นไปจากใคร ผู้ใดเป็นผู้ควบคุมรักษา และไม่ปรากฏว่าไม้นั้นยึดจากใคร ก็ถือได้ว่าเป็นฟ้องที่มีข้อความบรรยายมาพอสมควรที่จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้วไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1311/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจะซื้อขายและการบังคับให้โอนกรรมสิทธิ์เมื่อรับเงินค่าตึกและที่ดินครบถ้วนแล้ว
ฟ้องว่า จำเลยขายตึกและที่ดินให้โจทก์ราคาสามพันบาท จำเลยรับเงินสามพันบาทค่าตึกกับที่ดินไปแล้ว จำเลยมอบตึกและที่ดินให้โจทก์ครอบครองแล้วจำเลยสัญญาว่า จะไปโอนทางทะเบียน แต่ต่อมากลับอาไปขายแก่คนอื่น จึงขอให้บังคับจำเลยโอนทางทะเบียนให้โจทก์ ดังนี้ ย่อมถือว่าโจทก์ฟ้องว่าจำเลยสัญยาจะขายตึกกับที่ดินให้โจทก์ โดยจำเลยรับเงินค่าตึกและที่ดินไปแล้ว จะถือว่าเป็นสัญญาซื้อขายเด็ดขาดแล้วไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1311/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจะขาย กับ สัญญาซื้อขาย: การรับเงินค่าตึก/ที่ดินยังไม่ถือเป็นสัญญาซื้อขายเด็ดขาด
ฟ้องว่า จำเลยขายตึกและที่ดินให้โจทก์ราคาสามพันบาทจำเลยรับเงินสามพันบาทค่าตึกกับที่ดินไปแล้ว จำเลยมอบตึกและที่ดินให้โจทก์ครอบครองแล้วจำเลยสัญญาว่า จะไปโอนทางทะเบียน แต่ต่อมากลับเอาไปขายแก่คนอื่นจึงขอให้บังคับจำเลยโอนทางทะเบียนให้โจทก์ ดังนี้ย่อมถือว่าโจทก์ฟ้องว่าจำเลยสัญญาจะขายตึกกับที่ดินให้โจทก์โดยจำเลยรับเงินค่าตึกและที่ดินไปแล้ว จะถือว่าเป็นสัญญาซื้อขายเด็ดขาดแล้วไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิของเจ้าของห้องเช่าในการฟ้องขับไล่ผู้เช่าที่ค้างอาศัยหลังสัญญาหมดอายุ แม้มีการให้เช่าต่อ
จำเลยเป็นผู้เช่าห้องไปจากโจทก์ ครั้นครบกำหนดตามสัญญาและโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว จำเลยไม่ยอมออก ดังนี้ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยและบริวารให้ออกจากห้องเช่ารายนั้นได้ แม้จำเลยจะต่อสู้ว่าเมื่อครบกำหนดตามสัญญาเช่าแล้ว ผู้แทนโจทก์ให้คนอื่นเช่าห้องนั้นต่อ และจำเลยอาศัยอยู่กับผู้เช่าใหม่นั้นก็ตาม ศาลก็มีอำนาจพิจารณาคดีไปได้ และเมื่อข้อนำสืบของจำเลยไม่พอจะหักล้างสิทธิของโจทก์ได้ ศาลก็ย่อมพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาทได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิของเจ้าของห้องเช่าในการฟ้องขับไล่ผู้เช่าหลังสัญญาหมดอายุ แม้มีการทำสัญญาเช่าต่อกับบุคคลอื่น
จำเลยเป็นผู้เช่าห้องไปจากโจทก์ ครั้นครบกำหนดตามสัญญาและโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว จำเลยไม่ยอมอก ดังนี้ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยและบริวารให้ออกจากห้องเช่ารายนั้นได้ แม้จำเลยจะต่อสูว่า เมื่อครบกำหนดตามสัญญาเช่าแล้ว ผู้แทนโจทก์ให้คนอื่นเช่าห้องนั้นต่อ และจำเลยอาศัยอยู่กับผู้เช่าใหม่นั้นก็ตาม ศาลก็มีอำนาจพิจารณาคดีไปได้ และเมื่อข้อนำสืบของจำเลยไม่พอจะหักล้างสิทธิของโจทก์ได้ ศาลก็ย่อมพิพากษาขับไล่จำเลย และบริวารออกจากห้องพิพาทได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1211/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งความรับผิดชอบในความผิดฐานชิงทรัพย์และลักทรัพย์ เมื่อการกระทำเกิดขึ้นต่างเวลากัน
คนร้าย 2 คนสมคบกันไปลักทรัพย์เขาเมื่อลักได้แล้วพาทรัพย์หนี คนหนึ่งพาทรัพย์ออกพ้นจากบ้านเจ้าทรัพย์ ไปแล้ว อีกคนหนึ่งถูกพวกเจ้าพนักงานสกัดหน้าไว้ในบริเวณบ้านคนร้ายคนที่ถูกสกัดหน้า จึงทำร้ายคนที่สกัดหน้า มีบาดเจ็บสาหัส ดังนี้ แสดงว่ากระทำร้ายเพื่อจะหลบหนี อันนับได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อตัวคนร้ายคนนั้นเองโดยเฉพาะไม่เกี่ยวกับการสมคบกันมาลักทรัพย์แต่แรก คนร้ายคนที่ทำร้าย จึงมีผิดฐานชิงทรัพย์แต่ผู้เดียวส่วนคนร้ายคนที่พาทรัพย์พ้นบ้านไปแล้วนั้น คงมีผิดเพียงฐานลักทรัพย์เท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1211/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแยกความผิดฐานชิงทรัพย์และลักทรัพย์เมื่อมีการทำร้ายร่างกายระหว่างหลบหนี
คนร้าย 2 คนสมคบกันไปลักทรัพย์เขา เมื่อลักได้แล้วพาทรัพย์หนี คนหนึ่งพาทรัพย์ออกพ้นจากบ้านเจ้าทรัพย์ ไปแล้ว อีกคนหนึ่งถูกพวกเจ้าทรัพย์สกัดหน้าไว้ในบริเวณบ้าน คนร้ายคนที่ถูกสกัดหน้า จึงทำร้ายคนที่สกัดหน้า มีบาดเจ็บสาหัส ดังนี้ แสดงว่ากระทำร้ายเพื่อจะหลบหนี อันนับได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อตัวคนร้ายคนนั้นเองโดยเฉพาะไม่เกี่ยวกับการสมคบกันมาลักทรัพย์แต่แรก คนร้ายคนที่ทำร้าย จึงมีผิดฐานชิงทรัพย์แต่ผู้เดียว ส่วนคนร้ายคนที่พาทรัพย์พ้นบ้านไปแล้วนั้นคงมีผิดเพียงฐานลักทรัพย์เท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1142/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การจับกุมเรือต่างชาติในทะเลหลวงหลังกระทำผิดในเขตประมงไทย: อำนาจศาลในการริบเรือ
ชนต่างด้าวที่มีภูมิลำเนาอยู่นอกประเทศนำเรือเข้ามาทำผิดภายในเขตการประมงไทย เรือรบไทยไล่ตามจับได้ห่างฝั่ง 6 ไมล์ อันเป็นท้องทะเลหลวง ดังนี้ ถือว่าการจับย่อมสมบูรณ์ตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1142/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การจับกุมเรือต่างด้าวในทะเลหลวง: อำนาจจับกุมสมบูรณ์
ชนต่างด้าวที่มีภูมิลำเนาอยู่นอกประเทศนำเรือเข้ามาทำผิดภายในเขตการประมงไทย เรือรบไทยไล่ตามจับได้ห่างฝั่ง 6 ไมล์อันเป็นท้องทะเลหลวง ดังนี้ ถือว่าการจับย่อมสมบูรณ์ตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1133/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าหมดอายุ ผู้เช่ายังไม่ยอมออก ไม่เข้าข้อยกเว้นภาษีโรงเรือน
โรงเรือนที่มีผู้เช่าอยู่ครบกำหนดสัญญาเช่าแล้ว ก็ไม่ยอมออกถึงต้องฟ้องศาลขับไล่ ก็ยังบิดพริ้วไม่ยอมออก แม้ในระหว่างที่หมดอายุสัญญาเช่าแล้ว ผู้ให้เช่าไม่ได้เก็บค่าเช่าอีกเลย ก็ยังไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนตาม พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน มาตรา 8,9,10 ฉะนั้น จึงต้องเสียภาษี (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 7/2494)
of 282