พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 481/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ป้องกันตัว: การกระทำเพื่อป้องกันภัยอันตรายถึงชีวิตจากผู้ถูกทำร้าย
ผู้ตายใช้มีดไล่ทำร้ายจำเลยถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกจำเลยหนีขึ้นเรือนผู้อื่นเสียทัน ครั้นต่อมาลงจากเรือนผู้นั้นจะกลับบ้านผู้ตายยังมาดักทำร้ายอีก จำเลยหนี ผู้ตายถือมีดวิ่งไล่ตามไปในระยะกระชั้นชิดจำเลยพบมีดระหว่างทางทั้งหยิบมาป้องกันตัวประจบกับผู้ตายวิ่งไล่มาถึงตัวจำเลย จำเลยจึงใช้มีดฟันผู้ตายไปในขณะนั้น 2 ที ผู้ตายถึงแก่ความตายในที่นั้นเอง ตามพฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่า
ผู้ตายใช้มีดไล่ทำร้ายจำเลยถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกจำเลยหนีขึ้นเรือนผู้อื่นเสียทัน ครั้นต่อมาลงจากเรือนผู้นั้นจะกลับบ้านผู้ตายยังมาดักทำร้ายอีกจำเลยหนี ผู้ตายถือมีดวิ่งไล่ตามไปในระยะกระชั้นชิดจำเลยพบมีดระหว่างทาง ทั้งหยิบมาป้องกันตัว ประจวบกับผู้ตายวิ่งไล่มาถึงตัวจำเลย จำเลยจึงใช้มีดฟันผู้ตายไปในขณะนั้น 2 ที ผู้ตายถึงแก่ความตายในที่นั้นเอง ตามพฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยกระทำการป้องกันชีวิตจำเลยพอสมควรแก่เหตุ
ผู้ตายใช้มีดไล่ทำร้ายจำเลยถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกจำเลยหนีขึ้นเรือนผู้อื่นเสียทัน ครั้นต่อมาลงจากเรือนผู้นั้นจะกลับบ้านผู้ตายยังมาดักทำร้ายอีกจำเลยหนี ผู้ตายถือมีดวิ่งไล่ตามไปในระยะกระชั้นชิดจำเลยพบมีดระหว่างทาง ทั้งหยิบมาป้องกันตัว ประจวบกับผู้ตายวิ่งไล่มาถึงตัวจำเลย จำเลยจึงใช้มีดฟันผู้ตายไปในขณะนั้น 2 ที ผู้ตายถึงแก่ความตายในที่นั้นเอง ตามพฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยกระทำการป้องกันชีวิตจำเลยพอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 481/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ: การกระทำเพื่อปกป้องชีวิตจากการถูกทำร้าย
ผู้ตายใช้มีดไล่ทำร้ายจำเลยถึง 2 ครั้งครั้งแรกจำเลยหนีขึ้นเรือนผู้อื่นเสียทัน ครั้นต่อมาลงจากเรือนผู้นั้นจะกลับบ้านผู้ตายยังมาดักทำร้ายอีก จำเลยหนีผู้ตายถือมีดวิ่งไล่ตามไปในระยะกระชั้นชิด จำเลยพบมีดระหว่างทางจึงหยิบมาป้องกันตัวประจวบกับผู้ตายวิ่งไล่มาถึงตัวจำเลย จำเลยจึงใช้มีดฟันผู้ตายไปในขณะนั้น 2 ที ผู้ตายถึงแก่ความตายในที่นั้นเองตามพฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยกระทำการป้องกันชีวิตจำเลยพอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 441/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องขับไล่ผู้เช่าช่วง แม้มิได้ระบุชื่อผู้เช่าช่วงในฟ้อง ไม่ถือเป็นฟ้องเคลือบคลุม หากจำเลยไม่เสียเปรียบในการต่อสู้คดี
ฟ้องขอให้ขับไล่ผู้เช่าโดยอ้างว่าผู้เช่าให้ผู้อื่นเช่าช่วงนั้น แม้โจทก์จะมิได้ระบุชื่อผู้เเช่าช่วงมาในฟ้อง ก็จะถือว่าเป็นฟ้องเคลือบคลุมได้ เพราะไม่ทำให้ผู้เช่าหลงหรือเสียเปรียบในการต่อสู้คดีอย่างใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 441/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องขับไล่ผู้เช่าช่วงที่ไม่ระบุชื่อ แม้มิใช่ฟ้องเคลือบคลุม หากไม่ทำให้เสียเปรียบ
ฟ้องขอให้ขับไล่ผู้เช่าโดยอ้างว่าผู้เช่าให้ผู้อื่นเช่าช่วงนั้น แม้โจทก์จะมิได้ระบุชื่อผู้เช่าช่วงมาในฟ้อง ก็จะถือว่าเป็นฟ้องเคลือบคลุมมิได้ เพราะไม่ทำให้ผู้เช่าหลงหรือเสียเปรียบในการต่อสู้คดีอย่างใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 437/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิของรัฐในการรับสัญญาส่วนบุคคลที่ทำกับเจ้าพนักงาน และอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ผิดสัญญา
คณะกรรมการประมูลได้ตกลงให้เอกชนเป็นผู้รับทำการประมง ผู้ประมูลได้ก็ได้เซ็นชื่อยอมรับข้อตกลงนั้น นับว่าเป็นสัญญาผูกพันกันได้ตามกฎหมาย และสัญญานี้คณะกรรมการผู้เป็นเจ้าพนักงานได้ทำแทนรัฐบาลซึ่งกระทรวงเกษตราธิการเป็นเจ้าหน้าที่โดยตรง กระทรวงเกษตราธิการจึงมีสิทธิ์รับเอาสัญญานี้ได้ เมื่อผู้ประมูลผิดสัญญา กระทรวงเกษตราธิการก็มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ประมูลได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 437/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาประมูลผูกพันรัฐ: กระทรวงเกษตราธิการมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ประมูลผิดสัญญา
คณะกรรมการประมูลได้ตกลงให้เอกชนเป็นผู้รับทำการประมงผู้ประมูลได้ก็ได้เซ็นชื่อยอมรับข้อตกลงนั้น นับว่า เป็นสัญญาผูกพันกันได้ตามกฎหมายและสัญญานี้คณะกรรมการผู้เป็นเจ้าพนักงานได้ทำแทนรัฐบาลซึ่งกระทรวงเกษตราธิการเป็นเจ้าหน้าที่โดยตรงกระทรวงเกษตราธิการจึงมีสิทธิรับเอาสัญญานี้ได้ เมื่อผู้ประมูลผิดสัญญา กระทรวงเกษตราธิการก็มีอำนาจ เป็นโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ประมูลได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิที่ดินจากการขายทอดตลาดvs.การครอบครอง สิทธิที่ยังไม่ได้จดทะเบียนยกขึ้นต่อสู้ผู้ซื้อสุจริตไม่ได้
ซื้อที่ดินมีโฉนดจากการขายทอดตลาดของศาล ได้ทำสัญญาซื้อขายจดทะเบียนการโอนลงชื่อผู้ซื้อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิโดยสุจริตแล้ว แม้จะได้ความว่ามีคนอื่นได้กรรมสิทธิในที่แปลงนั้นโดยการครอบครองอยู่ก่อน ผู้นั้นก็จะยกขึ้นต่อสู้ผู้ซื้อไม่ได้เพราะสิทธิของตนยันไม่ได้จดทะเบียนไว้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ที่ดินจากการซื้อขายทอดตลาด: สิทธิสุจริตของผู้ซื้อเหนือกว่าสิทธิครอบครองที่ไม่จดทะเบียน
ซื้อที่ดินมีโฉนดจากการขายทอดตลาดของศาล ได้ทำสัญญาซื้อขายจดทะเบียนการโอนลงชื่อผู้ซื้อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยสุจริตแล้ว แม้จะได้ความว่ามีคนอื่นได้กรรมสิทธิ์ในที่แปลงนั้นโดยการครอบครองอยู่ก่อนผู้นั้นก็จะยกขึ้นต่อสู้ผู้ซื้อไม่ได้เพราะสิทธิของตนยังไม่ได้จดทะเบียนไว้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดชอบของกระทรวงกลาโหมต่อความเสียหายจากคำสั่งมอบหมายหน้าที่ให้ผู้อื่น
กระทรวงกลาโหมมีคำสั่งให้เสนาธิการทหาร และข้าหลวงประจำจังหวัดเป็นผู้อำนวยการรับรองเลี้ยงดูทหารสัมพันธมิตรส่วนภูมิภาค เมื่อเสนาธิการทหารและข้าหลวงประจำจังหวัดได้ปฏิบัติการไปตามหน้าที่แล้ว เกิดความเสียหายอย่างหนึ่งอย่างใดแก่บุคคลอื่นขึ้น กระทรวงกลาโหมก็ต้องรับผิดชอบตามความในป.ม.แพ่งฯ มาตรา 76 วรรคต้น ส่วนเสนาธิการทหารและข้าหลวงประจำจังหวัดไม่ต้องรับผิดชอบ ตามนัยของวรรค 2 แห่งมาตรา 76 นั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของกระทรวงกลาโหมต่อความเสียหายจากหน้าที่ของเสนาธิการและข้าหลวง
กระทรวงกลาโหมมีคำสั่งให้เสนาธิการทหาร และข้าหลวงประจำจังหวัดเป็นผู้อำนวยการรับรองเลี้ยงดูทหารสัมพันธมิตรส่วนภูมิภาคเมื่อเสนาธิการทหารและข้าหลวงประจำจังหวัดได้ปฏิบัติการไปตามหน้าที่แล้ว เกิดความเสียหายอย่างหนึ่งอย่างใดแก่บุคคลอื่นขึ้นกระทรวงกลาโหมก็ต้องรับผิดชอบตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76 วรรคต้น ส่วนเสนาธิการทหารและข้าหลวงประจำจังหวัดไม่ต้องรับผิดชอบตามนัยของวรรคสอง แห่งมาตรา 76 นั้น