พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 409/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินที่เป็นสินสมรส เมื่อไม่ใช่สินบริคณห์ทั้งแปลง
สามีฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดิน โดยอ้างว่าเป็นที่สินบริคณห์ของโจทก์และภรรยาทั้งแปลงแม่ยายและภรรยาเอาไปชายโดยไม่ได้รับความยินยอมจากสามี เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าที่พิพาทเป็นของภรรยาและแม่ยายร่วมกัน จึงไม่ใช่บริคณห์ทั้งแปลงและไม่ปรากฎว่าส่วนของภรรยามีเท่าไร สามีก็บอกล้างนิติกรรมทั้งฉะบับตามที่ฟ้องไม่ได้ จึงต้องพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 409/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินสินบริคณห์: การร่วมกันเป็นเจ้าของและผลกระทบต่อการบอกล้างนิติกรรม
สามีฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดิน โดยอ้างว่าเป็นที่สินบริคณห์ของโจทก์และภรรยาทั้งแปลงแม่ยายและภรรยาเอาไปขายโดยไม่ได้รับความยินยอมจากสามี เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าที่พิพาทเป็นของภรรยาและแม่ยายร่วมกัน จึงไม่ใช่บริคณห์ทั้งแปลงและไม่ปรากฏว่าส่วนของภรรยามีเท่าไรสามีก็บอกล้างนิติกรรมทั้งฉบับตามที่ฟ้องไม่ได้ จึงต้องพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 382/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการเช่าต่อหลังการเสียชีวิตของผู้เช่า และการแจ้งความประสงค์เช่าต่อตามกฎหมายควบคุมค่าเช่า
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกของโจทก์โดยอ้างว่าจำเลยเข้าอยู่โดยละเมิดไม่เกี่ยวกับสัญญาเช่า จำเลยต่อสู้ว่าบิดาจำเลยเช่าตึกของโจทก์ในนามของห้างหุ้นส่วน ซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว และจำเลยก็เป็นหุ้นส่วนด้วยสัญญาเช่ายังไม่หมดอายุ และว่าจำเลยได้เข้าอยู่ในตึกเช่าร่วมกับบิดาตลอดมา เมื่อบิดาถึงแก่กรรมจำเลยก็ได้แจ้งความจำนงขอถือสัญญาเช่าต่อไปและได้แจ้งให้โจทก์ทราบเป็นหนังสือภายในกำหนด 30 วันแล้ว ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯ ดังนี้แม้ศาลจะไม่ยอมให้จำเลยสืบพยานในข้อที่ว่าห้างหุ้นส่วนเป็นผู้เช่าไม่ได้ เพราะเป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารก็ตาม ศาลก็ยังต้องให้สืบพยานในประเด็นข้อหลังคือจำเลยได้อาศัยอยู่ในตึกรายนี้ร่วมกับบิดา ซึ่งเป็นผู้เช่า และเมื่อบิดาตาย จำเลยได้แจ้งความจำนงเป็นหนังสือขอเช่าต่อไปกับโจทก์ภายในกำหนด 30 วัน ฯลฯจริงหรือไม่ก่อน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 382/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่ากับห้างหุ้นส่วน-การแจ้งความจำนงเช่าต่อหลังผู้เช่าเสียชีวิต-พ.ร.บ.ควบคุมเช่า
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกของโจทก์โดยอ้างว่าจำเลยเข้าอยู่โดยละเมิดไม่เกี่ยวกับสัญญาเช่าจำเลยต่อสู้ว่าบิดาจำเลยเช่าตึกของโจทก์ในนามของห้างหุ้นส่วน ซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว และจำเลยก็เป็นหุ้นส่วนด้วย สัญญาเช่ายังไม่หมดอายุ และว่าจำเลยได้เข้าอยู่ในตึกเช่าร่วมกับบิดาตลอดมา เมื่อบิดาถึงแก่กรรมจำเลยก็ได้แจ้งความจำนงขอถือสัญญาเช่าต่อไปและได้แจ้งให้โจทก์ทราบเป็นหนังสือภายในกำหนด 30 วันแล้ว ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมเช่า ฯลฯ ดังนี้แม้ศาลจะไม่ยอมให้จำเลยสืบพยานในข้อที่ว่าห้างหุ้นส่วนเป็นผู้เช่าไม่ได้ เพราะเป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารก็ตาม ศาลก็ยังต้องให้สืบพยานในประเด็นข้อหลัง คือจำเลยได้อาศัยอยู่ในตึกรายนี้ร่วมกับบิดา ซึ่งเป็นผู้เช่า และเมื่อบิดาตาย จำเลยได้แจ้งความจำนงเป็นหนังสือขอเช่าต่อไปกับโจทก์ภายในกำหนด 30 วัน ฯลฯ จริงหรือไม่ก่อน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 349/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องยักยอกทรัพย์เคลือบคลุม หากไม่ชัดเจนเรื่องกรรมสิทธิ์ผลกำไรจากการซื้อขาย ศาลยกฟ้อง
ฟ้องว่าจำเลยได้รับมอบเงินเพื่อไปซื้อข้าวเปลือกไว้ขายเอากำไร แล้วนำเงินมาส่งแก่เจ้าของ จำเลยได้มีเจตนาทุจริตยักยอกเงินจำนวนดังกล่าวเสีย ดังนี้ เป็นฟ้องเคลือบคลุมเพราะเป็นฟ้องที่อาจตีความได้หลายนัย คือไม่กล่าวว่าผลกำไรจากการซื้อขายข้าวนั้นตกเป็นของใครจึงอาจตกเป็นของจำเลยผู้วิ่งเต้นซื้อขาย ส่วนเจ้าของเงินได้แต่ค่าป่วยการ เช่นการกู้ยืมหรือว่ากำไรนั้นแบ่งกันเป็นทำนองหุ้นส่วน หรือว่ากำไรเป็นของเจ้าของเงินแต่ผู้เดียว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 349/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความไม่ชัดเจนของฟ้องยักยอกเงิน: ผลกำไรจากการซื้อขายข้าวตกเป็นของใคร?
ฟ้องว่าจำเลยได้รับมอบเงินเพื่อไปซื้อข้าวเปลือกไว้ขายเอากำไรแล้วนำเงินมาส่งแก่เจ้าของ จำเลยได้มีเจตนาทุจริตยักยอกเงินจำนวนดังกล่าวเสียดังนี้ เป็นฟ้องเคลือบคลุมเพราะเป็นฟ้องที่อาจตีความได้หลายนัย คือไม่กล่าวว่าผลกำไรจากการซื้อขายข้าวนั้นตกเป็นของใครจึงอาจตกเป็นของจำเลยผู้วิ่งเต้นซื้อขาย ส่วนเจ้าของเงินได้แต่ค่าป่วยการ เช่นการกู้ยืมหรือว่ากำไรนั้นแบ่งกันเป็นทำนองหุ้นส่วน หรือว่ากำไรเป็นของเจ้าของเงินแต่ผู้เดียว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 302/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความสมบูรณ์ของฟ้องลักทรัพย์ แม้ไม่ได้กล่าวถึงการเอาทรัพย์ไป การกรีดน้ำยางโดยทุจริตถือเป็นความเสียหาย
ฟ้องของโจทก์กล่าวเป็นใจความว่า จำเลยบังอาจสมคบกันเข้ากรีดเอาน้ำมันยางในสวนของโจทก์โดยการทุจริต ซึ่งโจทก์มิได้อนุญาต และขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 288,63 ดังนี้ แม้โจทก์จะมิได้กล่าวว่าจำเลยเอาน้ำยางไปหรือลักเอาน้ำยางไป ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยกรีดเอาน้ำยางของโจทก์โดยการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นการเสียหายแก่โจทก์ ขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์นับว่าเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามป.ม.วิ.อาญามาตรา 158 ครบข้อหาฐานลักทรัพย์แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 302/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องฐานลักทรัพย์จากการกรีดน้ำยางโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นฟ้องที่สมบูรณ์
ฟ้องของโจทก์กล่าวเป็นใจความว่า จำเลยบังอาจสมคบกันเข้ากรีดเอาน้ำมันยางในสวนของโจทก์โดยการทุจริต ซึ่งโจทก์มิได้อนุญาต และขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา288,63 ดังนี้ แม้โจทก์จะมิได้กล่าวว่าจำเลยเอาน้ำยางไปหรือลักเอาน้ำยางไปก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยกรีดเอาน้ำยางของโจทก์โดยการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นการเสียหายแก่โจทก์ ขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์นับว่าเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 ครบข้อหาฐานลักทรัพย์แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 301/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เช่าแยกส่วน: การเช่าเพื่ออยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า แม้ต้องใช้ทางผ่านที่เช่าเพื่อประกอบการค้า
ทำสัญญาเช่า 2 ฉบับเป็นการเช่า 2 รายคือ เช่าตึกด้านหน้าทำเป็นโรงกลึงรายหนึ่งและเช่าที่ดินหลังตึกปลูกเรือนอยู่อาศัยอีกรายหนึ่ง แม้การเช่าตึกทำเป็นโรงกลึงถือว่าเป็นการเช่าประกอบการค้าไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าก็ดี แต่การเช่าที่ปลูกเรือนอยู่ด้านหลังนั้นเป็นการเช่าใช้เป็นที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะ ย่อมได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ แม้ที่เช่าด้านหลังต้องใช้ทางออกทางตึกด้านหน้าก็ดี ก็ไม่ทำให้การวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงไปได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 301/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าแยกประเภท: เช่าเพื่อประกอบการค้าไม่คุ้มครอง แต่เช่าที่อยู่อาศัยได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
ทำสัญญาเช่า 2 ฉบับเป็นการเช่า 2 รายคือ เช่าตึกด้านหน้าทำเป็นโรงกลึงรายหนึ่งและเช่าที่ดินหลังตึกปลูกเรือนอยู่อาศัยอีกรายหนึ่งแม้การเช่าตึกทำเป็นโรงกลึงถือว่าเป็นการเช่าประกอบการค้าไม่ได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าก็ดีแต่การเช่าที่ปลูกเรือนอยู่ด้านหลังนั้นเป็นการเช่าใช้เป็นที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะย่อมได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ แม้ที่เช่าด้านหลังต้องใช้ทางออกทางตึกด้านหน้าก็ดี ก็ไม่ทำให้การวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงไปได้