คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
นนทปัญญา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 248-249/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในการนำสืบพยานสำคัญเพื่อพิสูจน์การปลอมแปลงสัญญา แม้หลักฐานโจทก์ฟังได้มั่นคง ศาลก็ต้องอนุญาต
จำเลยได้ให้การโต้แย้งตั้งแต่ต้นว่าสัญญากู้ฉะบับที่โจทก์มาฟ้องนี้ เป็นสัญญาที่ทำปลอมขึ้น และยังยื่นคำแถลงยืนยันว่าลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยโดยมีลวดลายแตกต่างกันหลายประการ จำเลยขอพิศูจน์โดยผู้เชี่ยวชาญ ดังนี้ ย่อมถือได้ว่าข้อที่จำเลยขอนำพิศูจน์เป็นข้อความสำคัญประการหนึ่งในข้อต่อสู้ของจำเลย และเมื่ออาจกระทำให้ข้อเท็จจริงอันคลุมเคลือกระจ่างแจ้งชัดแน่ชัดยิ่งขึ้น ศาลไม่ควรสั่งงดการนำสืบในประการนี้เสีย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การมอบอำนาจดูแลมรดก: สิทธิจำกัดเฉพาะส่วนได้
ทายาทคนหนึ่งมอบหมายให้ทายาทอีกคนหนึ่งดูแลที่ดินอันเป็นมรดกยังมิได้แบ่งกันไว้แทนตนซึ่งในขณะนั้นทราบดีแล้วว่ามีทายาทที่มีสิทธิรับมรดกรายนี้รวมถึง 5 คนสิทธิของทายาทผู้มอบหมายจึงมีอยู่แต่เพียง1 ใน 5 ส่วน ฉะนั้นการที่มอบให้เขาดูแลแทน จึงเป็นมอบให้ดูแลแทนเพียง 1 ใน 5 ส่วนตามที่ตนมีสิทธิเท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การมอบหมายดูแลที่ดินมรดก: สิทธิการแบ่งมรดกเป็นไปตามส่วนได้เสียของผู้มอบหมาย
ทายาทคนหนึ่งมอบหมายให้ทายาทอีกคนหนึ่งดูแลที่ดินอันเป็นมรดกยังมิได้แบ่งกันไว้แทนตนซึ่งในขณะนั้นทราบดีแล้วว่ามีทายาทที่มีสิทธิรับมรดกรายนี้รวมถึง 5 คน สิทธิของทายาทผู้มอบหมายจึงมีอยู่แต่เพียง 1 ใน 5 ส่วน ฉะนั้นการที่มอบให้เขาดูแลแทน จึงเป็นมอบให้ดูแลแทนเพียง 1 ใน 5 ส่วนตามที่ตนมีสิทธิเท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 211/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรอง: สิทธิในการรับมรดก
ชายหญิงแต่งงานอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยเปิดเผยแต่มิได้จดทะเบียนสมรสจนเกิดบุตรด้วยกันนั้น ย่อมถือว่าบุตรนั้นเป็นบุตรนอกกฎหมายแต่เมื่อปรากฏโดยพฤติการณ์ที่รู้กันโดยทั่วไปว่าบุตรนั้นเป็นบุตรของชายนั้นและเมื่อเด็กเกิดชายนั้นก็ได้ไปแจ้งทะเบียนว่าเป็นบุตรของตนดังนี้ ย่อมถือได้ว่าเด็กนั้นเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วเป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดกของบิดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1627 และตามนัยฎีกาที่ 826/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 211/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรอง: สิทธิในมรดก
ชายหญิงแต่งงานอยู่กินกันฉันท์สามีภริยาโดยเปิดเผย มิได้จดทะเบียนสมรสจนเกิดบุตรด้วยกันนั้น ย่อมถือว่าบุตรนี้เป็นบุตรนอกกฎหมายแต่เมื่อปรากฎโดยพฤติการณ์ที่รู้กันโดยทั่วไปว่าบุตรนั้นเป็นบุตรของชายนั้น และเมื่อเด็กเกิดชายนั้นก็ได้ไปแจ้งทะเบียนว่าเป็นบุตรของตนดังนี้ ย่อมถือได้ว่าเด็กนั้นเป็นบุตรนอกกฎหมายบิดารับรองแล้ว เป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดกของบิดาตาม ป.พ.พ.มาตรา 1627 และตามนัยฎีกาที่ 826/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจดุลพินิจคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าฯ และผลของการวินิจฉัยล่าช้า
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯลฯ มาตรา 9 บัญญัติให้วินิจฉัยสั่งคำร้องขอเข้าอยู่ในห้องเช่าภายใน 45 วันนั้นเป็นระเบียบเกี่ยวแก่การปฏิบัติของคณะกรรมการฯ และประสงค์จะเร่งให้คณะกรรมการฯดำเนินงานมิให้ชักช้าเท่านั้นจะถือเป็นผลบังคับว่า หากวินิจฉัยช้าไปจะทำให้คำวินิจฉัยนั้นเป็นโมฆะไม่ได้
การที่อ้างว่าคณะกรรมการไม่รับฟังพยานจำเลยที่จะขอสืบว่าโจทก์มีที่อยู่ถึง 3 แห่ง ไม่มีความจำเป็นที่เข้าอยู่ในห้องเช่านั้น เป็นเรื่องอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าฯลฯที่จะใช้ดุลพินิจในการที่จะรับฟังหรือไม่ จะมาขอให้ศาลวินิจฉัยหรือเพิกถอนมติของคณะกรรมการในเรื่องนี้ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตอำนาจคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า และผลของการไม่ปฏิบัติตามกำหนดเวลาพิจารณา
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯมาตรา 9 บัญญัติให้วินิจฉัยสั่งคำร้องขอเข้าอยู่ในห้องเช่าภายใน 45 วันนั้นเป็นระเบียบเกี่ยวกับแก่การปฏิบัติของคณะกรรมการ ฯ และประสงค์จะเร่งให้คณะกรรมการฯ ดำเนินงานมิให้ชักช้าเท่านั้น จะถือเป็นผลบังคับว่า หากวินิจฉัยช้าไปจะทำให้คำวินิจฉัยนั้นเป็นโมฆะไม่ได้
การที่อ้างว่าคณะกรรมการไม่รับฟังพยานจำเลยที่จะขอสืบว่าโจทก์มีที่อยู่ถึง 3 แห่ง ไม่มีความจำเป็นที่เข้าอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า ฯลฯที่จะใช้ดุลยพินิจในการที่จะรับฟังหรือไม่ จะมาขอให้ศาลวินิจฉัยหรือเพิกถอนมติของคณะกรรมการในเรื่องนี้ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 184/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน แม้ได้รับอนุญาตจับจอง หากไม่ทำประโยชน์และมีผู้อื่นครอบครองทำประโยชน์ต่อเนื่อง ย่อมมีสิทธิเหนือกว่า
ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จับจองที่ดิน ผู้รับจะต้องทำประโยชน์ในที่นั้น ถ้าไม่ได้ทำ และมีผู้อื่นเข้าทำอยู่ในที่นั้น จนได้รับใบเหยียบย่ำ และได้จดทะเบียนสิทธิไว้ที่อำเภอหลายปีแล้ว ดังนี้ ผู้ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จับจอง จะฟ้องขับไล่ผู้นั้นไปไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 184/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการครอบครองที่ดิน: ผู้รับอนุญาตจับจองต้องทำประโยชน์ หากละเลยและมีผู้อื่นครอบครองต่อเนื่อง ย่อมเสียสิทธิการครอบครอง
ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จับจองที่ดิน ผู้รับจะต้องทำประโยชน์ในที่นั้นถ้าไม่ได้ทำ และมีผู้อื่นเข้าทำอยู่ในที่นั้นจนได้รับใบเหยียบย่ำและได้จดทะเบียนสิทธิไว้ที่อำเภอหลายปีแล้ว ดังนี้ ผู้ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จับจอง จะฟ้องขับไล่ผู้นั้นไปไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 183/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนบุคคล vs. ทางสาธารณะ: การอุทิศทางเป็นสำคัญ
ทางเดินอยู่ในหน้าโฉนดซึ่งเป็นกรรมสิทธิของเอกชนจะกลับกลายเป็นทางหลวง หรือทางสาธารณะ ต้องมีการอุทิศโดยตรงหรือโดยปริยายอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงแต่ได้ความว่ามีคนเดินผ่านไปมาหลายสิบปีแล้วเท่านั้น หาทำให้ทางนั้นเป็นทางหลวง หรือทางสาธารณะเสมอไปไม่
of 282