พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1850/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการจับจองที่ดินรกร้างและการฟ้องขัดขวางสิทธิ
ประชาชนมีสิทธิตามกฎหมายที่จะยื่นคำร้องขอจับจองที่ดินรกร้างว่างเปล่าได้เมื่อมีผู้ร้องคัดค้านอ้างว่าเป็นที่ดินของผู้คัดค้าน เป็นเหตุให้ผู้ร้องไม่ได้รับใบเหยียบย่ำตามกฎหมาย ผู้ร้องก็มีสิทธิฟ้องร้องผู้คัดค้านผู้มาขวางสิทธิของตนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1846/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงข้อกล่าวหาจากฆ่าคนตายโดยเจตนาเป็นประมาท และผลกระทบต่อการพิพากษา
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยฆ่าคนตายโดยเจตนา ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยทำให้คนตายโดยประมาทถือว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จ จริงที่กล่าวในฟ้องต้องพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1846/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงข้อกล่าวหาจากฆ่าคนตายโดยเจตนาเป็นทำให้ตายโดยประมาท ทำให้ต้องยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยฆ่าคนตายโดยเจตนา ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยทำให้คนตายโดยประมาท ถือว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ต้องพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1830/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันเกินสมควรแก่เหตุจากการทำร้ายร่างกายภรรยา โดยชู้เข้าไปช่วย
สามีภรรยาทะเลาะกันแล้วสามีใช้มีดฟันภรรยา ๆ ร้องให้ชู้ช่วย ชู้จึงเข้ามาเอามีดฟันสามีที่ศีร์ษะ 3 ทีติดกันโดยไม่ยั้งมือซึ่งแต่ละแผลแตกแยกถึงมันสมองไหลอาจถึงตายในทันทีได้ทุกแผลและโดยไม่ปรากฎว่า ระหว่างการฟันครั้งที่ 2-3 นั้นสามียังทำร้ายภรรยาอยู่ต่อไปหรือไม่เช่นนี้ ถือว่าการกระทำของชู้เป็นการป้องกันภรรยา แต่เป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1830/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันเกินสมควรแก่เหตุจากการทำร้ายร่างกาย: กรณีชู้ช่วยเหลือภรรยาที่ถูกทำร้าย
สามีภรรยาทะเลาะกันแล้ว สามีใช้มีดฟันภรรยา ภรรยาร้องให้ชู้ช่วย.ชู้จึงเข้ามาเอามีดฟันสามีที่ศีรษะ 3 ทีติดกันโดยไม่ยั้งมือซึ่งแต่ละแผลแตกแยกถึงมันสมองไหลอาจถึงตายในทันทีได้ทุกแผล และโดยไม่ปรากฏว่าระหว่างการฟันครั้งที่ 2-3 นั้นสามียังทำร้ายภรรยาอยู่ต่อไปหรือไม่ เช่นนี้ ถือว่า การกระทำของชู้เป็นการป้องกันภรรยา แต่เป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1801/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องฐานความผิดหลายกระทง: จำเลยรับสารภาพฐานหนึ่ง โจทก์ขอพิจารณาความผิดฐานอื่นไม่ได้
โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นสองฐานคือฐานปล้นทรัพย์หรือฐานรับของโจร ขอให้ลงโทษจำเลยฐานใดฐานหนึ่งเมื่อจำเลยให้การับว่าได้กระทำผิดฐานรับของโจรเต็มตามฟ้องแล้ว โจทก์จะขอให้พิจารณาความผิดฐานปล้นทรัพย์อีกไม่ได้ ศาลย่อมสั่งงดสืบพยานและพิพากษาให้ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรได้ทีเดียว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1801/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องฐานความผิดหลายกระทง: เมื่อจำเลยรับสารภาพฐานหนึ่ง โจทก์ขอพิจารณาความผิดฐานอื่นไม่ได้
โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นสองฐาน คือฐานปล้นทรัพย์หรือฐานรับของโจร ขอให้ลงโทษจำเลยฐานใดฐานหนึ่ง เมื่อจำเลยให้การรับว่าได้กระทำผิดฐานรับของโจรเต็มตามฟ้องแล้ว โจทก์จะขอให้พิจารณาความผิดฐานปล้นทรัพย์อีกไม่ได้ ศาลย่อมสั่งงดสืบพยานและพิพากษาให้ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรได้ทีเดียว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1799/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจของผู้จัดการร้าน: เจ้าของร้านต้องรับผิดชอบการจำนำทรัพย์สินของร้านโดยผู้จัดการ
ผู้จัดการร้านซึ่งทำการขายเครื่องเพ็ชรและทองได้นำเครื่องเพ็ชรและทองไปจำนำผู้อื่นเอาเงินมาใช้ในร้าน ในระหว่างที่เจ้าของร้านไปต่างประเทศเสียชั่วคราว และได้นำเงินนั้นเข้าบัญชีในร้าน ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่าผู้จัดการมิได้ทำนอกเหนืออำนาจอย่างใด อันจะทำให้เจ้าของร้านไม่ต้องรับผิด บุคคลภายนอกผู้รับจำนำย่อมมีสิทธิฟ้องให้เจ้าของร้านชำระหนี้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1799/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจผู้จัดการร้านจำนำทรัพย์สินของเจ้าของร้าน: เจ้าของร้านต้องรับผิดหากผู้จัดการกระทำการภายในขอบเขตอำนาจ
ผู้จัดการร้านซึ่งทำการขายเครื่องเพชรและทองได้นำเครื่องเพชรและทองไปจำนำผู้อื่นเอาเงินมาใช้ในร้าน ในระหว่างที่เจ้าของร้านไปต่างประเทศเสียชั่วคราว และได้นำเงินนั้นเข้าบัญชีในร้าน ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่าผู้จัดการมิได้ทำนอกเหนืออำนาจอย่างใด อันจะทำให้เจ้าของร้านไม่ต้องรับผิด บุคคลภายนอกผู้รับจำนำย่อมมีสิทธิฟ้องให้เจ้าของร้านชำระหนี้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1780/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีแพ่ง: การมอบอำนาจภายหลังการยื่นฟ้องและผลของการให้สัตยาบัน
ข้าหลวงประจำจังหวัดฟ้องความแพ่งแทนกระทรวงการคลัง โดยอาศัยระเบียบการปฏิบัติของกระทรวงการคลังและตามหนังสือของกระทรวงการคลัง 2 ฉบับ ซึ่งแม้จะยังไม่เพียงพอที่ถือได้ว่าเป็นการมอบอำนาจที่สมบูรณ์ก็ดี แต่ต่อมาก่อนศาลสืบพยานกระทรวงการคลังได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ข้าหลวงประจำจังหวัดหรือปลัดจังหวัดผู้ ทำการแทน มีอำนาจฟ้องจำเลยและดำเนินคดีไปจนถึงที่สุด แทนกระทรวงการคลัง ซึ่งถือได้ว่าเป็นใบมอบอำนาจอันถูกต้องแล้วดังนี้แม้จะได้ยื่นภายหลังวันชี้สองสถาน ก็ถือได้ว่าเท่ากับเป็นการให้สัตยาบันในการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้ซึ่งไม่มีบทบัญญัติวิธีพิจารณาความแพ่งห้ามไว้แต่ประการใด ยิ่งเมื่อพิจารณาดูมาตรา 47 ป.ม.วิ.แพ่งประกอบด้วยแล้ว ย่อมเห็นได้ว่าศาลชอบที่จะพึงรับฟังใบมอบอำนาจนี้ได้ ฉะนั้นข้าหลวงประจำจังหวัดหรือปลัดจังหวัดผู้เป็นโจทก์จึงย่อมมีสิทธิฟ้องร้องดำเนินคดีได้