คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
นนทปัญญา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1647/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเจือปนสุราชนิดเดียวกันโดยไม่ใช้วัตถุอื่น ไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน
ผู้ค้าสุราเอาน้ำสุราของรัฐบาลชะนิดต่าง ๆ เจือปนกันโดยมิได้ใช้น้ำหรือวัตถุอย่างอื่นเจือปน หามีความผิดตาม พ.ร.บ.ภาษีชั้นในแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2476 มาตรา 9 ไม่
(อ้างฎีกาที่ 336/2484)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1647/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเจือปนสุราชนิดเดียวกันจากรัฐบาล ไม่ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ภาษีสุรา
ผู้ค้าสุราเอาน้ำสุราของรัฐบาลชนิดต่างๆ เจือปนกัน โดยมิได้ใช้น้ำหรือวัตถุอย่างอื่นเจือปน หามีความผิดตามพ.ร.บ.ภาษีชั้นในแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2476 มาตรา 9 ไม่ (อ้างฎีกาที่ 336/2484)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1611/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัว: การใช้กำลังเพื่อต่อสู้ภัยอันตรายถึงแก่ชีวิตหรือกาย
ผู้ตายใช้มีดเหน็บปลายแหลมยาวราว 1 ศอกเศษเข้าไปฟันเขาถึงในห้อง เขาหลบไปจนติดฝาห้องและร้องห้ามก็ไม่ฟังและยังเข้าไปจะฟันอีก เขาจึงคว้ามีดข้าง+แทงเพียง 1 ทีถูกผู้ตายตายดังนี้รูปคดีฟังได้ว่าเป็นการกระทำโดยป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 50

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1611/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา แต่เป็นการป้องกันตัวที่สมควรแก่เหตุ
ผู้ตายใช้มีดเหน็บปลายแหลมยาวราว 1 ศอกเศษเข้าไปฟันเขาถึงในห้อง เขาหลบไปจนติดฝาห้องและร้องห้ามก็ไม่ฟังและยังเข้าไปจะฟันอีก เขาจึงคว้ามีดข้างฝาแทงเพียง1 ทีถูกผู้ตายตาย ดังนี้ รูปคดีฟังได้ว่า เป็นการกระทำโดยป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา50

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1574/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสมรสซ้อนและการรับมรดก: การสมรสที่จดทะเบียนภายหลังการมีภรรยาอยู่แล้วเป็นโมฆะ ทำให้สิทธิในการรับมรดกเป็นอันตกไป
ชายมีภรรยาอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนใช้ ป.ม.แพ่งฯ บรรพ 5 ครั้นเมื่อใช้ ป.ม.แพ่งฯ บรรพ 5 แล้วมีภรรยาอีกคนหนึ่ง แม้จะได้ทะเบียนสมรสกับภรรยาคนหลังนี้การสมรสนั้นก็เป็นโมฆะภรรยาคนหลังจึงไม่มีสิทธิได้รับมรดกของชายผู้ เป็นสามี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1574/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสมรสโมฆะหลังมีภรรยาแล้ว และสิทธิในมรดก
ชายมีภรรยาอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ครั้นเมื่อใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 แล้วมีภรรยาอีกคนหนึ่ง แม้จะได้ทะเบียนสมรสกับภรรยาคนหลังนี้การสมรสนั้นก็เป็นโมฆะ ภรรยาคนหลังจึงไม่มีสิทธิได้รับมรดกของชายผู้เป็นสามี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1573/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความมรดก 1 ปี เริ่มนับแต่วันรู้ความตาย แม้มีการฟ้องร้องเรียกทรัพย์มรดกก่อนหน้านี้
ทายาทคนหนึ่งฟ้องเรียกทรัพย์มรดกของผู้ตายจากผู้ที่ยึดถือไว้ จนชนะคดีได้ทรัพย์มรดกนั้นมา ภายหลังเจ้ามรดกตายเกิน 1 ปีแล้ว ดังนี้ ทายาทคนอื่นจะฟ้องขอแบ่งมรดกนี้จากทายาทผู้ได้มรดกมานั้นอีก ย่อมถือว่า ขาดอายุความมรดกตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1573/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความมรดกเริ่มนับเมื่อใด: ทายาทรู้ถึงการเสียชีวิต แม้มีการฟ้องร้องเรียกทรัพย์มรดกก่อนหน้านี้
ทายาทคนหนึ่งฟ้องเรียกทรัพย์มรดกของผู้ตายจากผู้ที่ยึดถือไว้ จนชนะคดีได้ทรัพย์มรดกนั้นมาภายหลังเจ้ามรดกตายเกิน 1 ปีแล้ว ดังนี้ทายาทคนอื่นจะฟ้องขอแบ่งมรดกนี้จากทายาทผู้ได้มรดกมานั้นอีก ย่อมถึงว่าขาดอายุความมรดกตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1754

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1566/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิพากษาคดีอาญาที่ขาดหลักฐานยืนยันการกระทำผิด ศาลฎีกายกฟ้องจำเลยเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายกระทงหนึ่งจำคุก 2 เดือน และฐานบุกรุกสถานที่ราชการอีกกระทงหนึ่งจำคุก 1 เดือน ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์มิได้สืบว่ารถการ์ดที่จำเลยขึ้นไปนั้นเป็นสถานที่สำหรับใช้ในราชการซึ่งผู้หนึ่งผู้ใดจะเข้าไปมิได้ ฉะนั้นจำเลยยังไม่ผิดฐานนี้ พิพากษาแก้ว่าจำเลยไม่ผิดฐานบุกรุกนอกจากนี้ยืน โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุกตามศาลชั้นต้น ดังนี้เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยมิได้ขึ้นไปบนรถการ์ด ฉะนั้นความผิดในเรื่องบุกรุกจึงไม่ต้องวินิจฉัย และเมื่อฟังไม่ได้ว่าขึ้นไปรถการ์ดข้อหาโจทก์ที่ว่าจำเลยขึ้นไปทำร้ายเขาบนรถการ์ดก็ย่อมตกไปด้วย แม้โจทก์ฝ่ายเดียวจะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุกฐานเดียวก็ดี เมื่อคดีฟังไม่ได้ว่า จำเลยมีความผิด ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ศาลฎีกาต้องพิพากษายกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลยไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1566/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิพากษาคดีอาญาที่พยานหลักฐานไม่เพียงพอต่อการรับฟังความผิดฐานบุกรุกและทำร้ายร่างกาย
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายกะทงหนึ่งจำคุก 2 เดือนและฐานบุกรุกสถานที่ราชการอีกกะทงหนึ่งจำคุก 1 เดือน ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์มิได้สืบว่ารถการ์ดที่จำเลยขึ้นไปนั้นเป็นสถานที่สำหรับใช้ในราชการซึ่งผู้หนึ่งผู้ใดจะเข้าไปมิได้ฉะนั้นจำเลยยังไม่ผิดฐานนี้ พิพากษาแก้ว่าจำเลยไม่ผิดฐานบุกรุกนอกจากนี้ยืน โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุกตามศาลชั้นต้นดังนี้เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยมิได้ขึ้นไปบนรถการ์ด ฉะนั้นความผิดในเรื่องบุกรุกจึงไม่ต้องวินิจฉัย และเมื่อฟังไม่ได้ว่าขึ้นไปรถการ์ดข้อหาโจทก์ที่ว่าจำเลยขึ้นไปทำร้ายเขาบนรถการ์ดก็ย่อมตกไปด้วย แม้โจทก์ฝ่ายเดียวจะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุกฐานเดียวก็ดีเมื่อคดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีความผิด ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ ศาลฎีกาต้องพิพากษายกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลย
of 282