คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
นนทปัญญา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1433/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้อุทธรณ์น้อยและการห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงเมื่อศาลอุทธรณ์แก้เฉพาะบางส่วนของทรัพย์สินพิพาท
โจทก์ฟ้องตั้งทุนทรัพย์ที่เรียกร้องมา 1,199 บาทเศษ ทรัพย์ตามบัญชีท้ายฟ้องทั้งหมดมี 10 รายการ เฉพาะที่นามีราคารายการละ 100 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ศาลชั้นต้นเฉพาะที่นา 1 แปลงเท่านั้น จึงถือว่าเป็นการแก้น้อยฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1427/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การให้กรรมสิทธิ์ที่ดินตามสัญญา เอกสารที่รับรองแล้วมีผลผูกพัน ห้ามเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเดิม
โฉนดมีชื่อโจทก์กับจำเลยทั้งสองถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน และยังปรากฏตามเอกสารสัญญาให้กรรมสิทธิ์ที่ดินนี้ ซึ่งโจทก์ได้รับรองแล้วแปลความหมายได้แจ้งชัดว่า ผู้ให้(โจทก์) ได้ให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินแก่จำเลยทั้งสอง 2/3 ของที่ดินตามโฉนดนี้ ดังนี้ โจทก์จะนำสืบว่าเป็นแต่ยกให้จำเลยทั้งสองเพียงครึ่งหนึ่งของที่ดิน ย่อมเป็นการสืบแก้ไขเอกสารสัญญาซึ่งโจทก์ได้รับรองแล้วโดยตรง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1427/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การตีความสัญญาให้กรรมสิทธิที่ดินที่ขัดแย้งกับชื่อในโฉนด ศาลยึดตามเอกสารที่ผู้ให้รับรอง
โฉนดมีชื่อโจทก์กับจำเลยทั้งสองถือกรรมสิทธิร่วมกันและยังปรากฎตามเอกสารสัญญาให้กรรมสิทธิที่ดินนี้ ซึ่งโจทก์ได้รับรองแล้วแปลความหมายได้แจ้งชัดว่า ผู้ให้ (โจทก์) ได้ให้กรรมสิทธิในที่ดินแก่จำเลยทั้งสอง 2/3 ของที่ดินตามโฉนดนี้ ดังนี้โจทก์จะนำสืบว่าเป็นแต่ยกให้จำเลยทั้งสองเพียงครึ่งหนึ่งของที่ดินย่อมเป็นการสืบแก้ไขเอกสารสัญญาซึ่งโจทก์ได้รับรองแล้วโดยตรง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1422/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องแบ่งสินสมรสซ้ำ และการพิจารณาข้อจำกัดในการฟ้องใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148(3)
คดีเดิมศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ตามฟ้องโจทก์ไม่ระบุว่าที่ดินรายพิพาทเป็นสินเดิมหรือสินสมรส ไม่อาจแบ่งแยกได้ตามฟ้อง จึงพิพากษายกฟ้องโดยไม่ตัดสิทธิที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148(3) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีถึงที่สุด ดังนี้ ถือว่าศาลอุทธรณ์ให้ฟ้องใหม่ได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 148(3) เหมือนกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1422/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องแบ่งสินสมรสซ้ำ: ศาลยกฟ้องแต่ให้ฟ้องใหม่ได้ตาม ป.วิ.แพ่ง ม.148(3)
คดีเดิมศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ตามฟ้องโจทก์ไม่ระบุว่าที่ดินรายพิพาทเป็นสินเดิมหรือสินสมรส ไม่อาจแบ่งแยกได้ตามฟ้องจึงพิพากษายกฟ้องโดยไม่ตัดสิทธิที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม. 148(3) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีถึงที่สุดดังนี้ถือว่าศาลอุทธรณ์ให้ฟ้องใหม่ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม. 148(3) เหมือนกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1413/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ: ศาลฎีกายืนตามอุทธรณ์ หากผู้ถูกทำร้ายถูกรุมทำร้ายและใช้มีดป้องกันตน ถือเป็นการป้องกันตัวพอสมควร
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 251,53 โจทก์พอใจมิได้อุทธรณ์หรือแก้อุทธรณ์แต่อย่างใด จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโดยเห็นว่า เป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ดังนี้ โจทก์จะฎีกาว่า การกระทำของจำเลยไม่ใช่เป็นการป้องกันเลยไม่ได้ คงฎีกาได้แต่เพียงว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุเท่านั้น
จำเลยถูกคน 2 คนใช้ไม้กลุ้มรุมทำร้าย และคนหนึ่งกอดจำเลยไว้ อีกคนหนึ่งใช้ไม้ตีเช่นนี้ จำเลยใช้มีดพกปลายแหลมยาวเกือบคืบที่แย่งมาได้จากคน 2 คนนั้นแทงคนทั้ง 2 ไป ย่อมเป็นการแสดงว่าจำเลยจะแทงเพื่อให้รอดพ้นจากการถูกกระทำร้ายเท่านั้น จึงเป็นการป้องกันตนพอสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1413/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตนเกินกว่าเหตุ: ศาลพิจารณาจากสถานการณ์ถูกทำร้ายรุมทำร้าย ไม่มีทางหลบหนี
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 251, 53 โจทก์พอใจมิได้อุทธรณ์หรือแก้อุทธรณ์แต่อย่างใด จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโดยเห็นว่าเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ดังนี้โจทก์จะฎีกาว่าการกระทำของจำเลยไม่ใช่เป็นการป้องกันเลยไม่ได้ คงฎีกาได้แต่เพียงว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุเท่านั้น
จำเลยถูกคน 2 คนใช้ไม้กลุ้มรุมทำร้าย และคนหนึ่งกอดจำเลยไว้ อีกคนหนึ่งใช้ไม้ตีเช่นนี้จำเลยใช้มีดพกปลายแหลมยาวเกือบคืบที่แย่งมาได้จากคน 2 คนนั้นแทงคนทั้ง 2 ไป ย่อมเป็นการแสดงว่าจำเลยจะแทงเพื่อให้รอดพ้นจากการถูกกระทำร้ายเท่านั้น จึงเป็นการป้องกันตนพอสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1408/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ตั๋วปลอมคือตั๋วที่พิมพ์โดยไม่ได้รับอนุญาต แม้ใช้แท่นพิมพ์เดียวกันกับของแท้ ก็ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย
ตั๋วรถรางอันแท้จริงนั้นบริษัทไฟฟ้า ผู้สั่งพิมพ์ได้รับไปจากโรงพิมพ์และได้จ่ายให้คนรถรางเก็บเงินโดยสารลงบัญชีเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนตั๋วของกลางนี้ได้ถูกพิมพ์ขึ้นอีกชุดหนึ่งต่างหาก โดยบริษัทหาได้สั่งให้โรงพิมพ์ พิมพ์ไม่ แม้จะพิมพ์จากแท่นพิมพ์อันเดียวกันกับตั๋วที่แท้จริงก็ตาม ก็ไม่ใช่ตั๋วอันแท้จริง แต่เป็นตั๋วที่พิมพ์เทียมขึ้นโดยเจตนาจะให้ผู้อื่นหลงว่าเป็นของแท้นับว่าเป็นตั๋วปลอมตามกฎหมาย จำเลยขายตั๋วนี้ไป 5 ม้วนเป็นความผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1408/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ตั๋วปลอมคือตั๋วที่พิมพ์เทียม แม้ใช้แท่นพิมพ์เดียวกันกับของแท้ หากไม่มีคำสั่งพิมพ์จากเจ้าของ
ตั๋วรถรางอันแท้จริงนั้นบริษัทไฟฟ้า ผู้สั่งพิมพ์ได้รับไปจากโรงพิมพ์และได้จ่ายให้คนรถรางเก็บเงินโดยสารลงบัญชีเสร็จเรียบร้อยแล้วส่วนตัวของกลางนี้ถูกพิมพ์ขึ้นอีกชุดหนึ่งต่างหาก โดยบริษัทหาได้สั่งให้โรงพิมพ์พิมพ์ไม่ แม้จะพิมพ์จากแท่นพิมพ์อันเดียวกันกับตั๋วที่แท้จริงก็ตาม ก็ไม่ใช่ตั๋วอันแท้จริง แต่เป็นตั๋วที่พิมพ์เทียมขึ้นโดยเจตนาจะให้ผู้อื่นหลงว่าเป็นของแท้ นับว่าเป็นตั๋วปลอมตามกฎหมายจำเลยขายตั๋วนี้ไป 5 ม้วนเป็นความผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1402/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าหมดอายุ - การคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า - การฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย
โจทก์ฟ้องกล่าวว่าจำเลยเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อทำคานเรือ จำเลยให้การรับในข้อนี้แล้วให้การต่อไปอีกว่าที่ซึ่งจำเลยเช่านี้ใช้ทำเป็นคานเรือและปลูกสร้างโรงเรือน ใช้เป็นที่อยู่อาศัยและประกอบธุระกิจการค้ามาก่อนโจทก์ซื้อ ถือว่าคำให้การดังกล่าวไม่แสดงว่าจำเลยเช่าเป็นที่อยู่อาศัยอันจะอยู่ในข่ายคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ คดีจึงไม่มีประเด็นที่จำเลยจะพึงอ้างว่าได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ
จำเลยรับว่าอยู่ในที่ดินของโจทก์ จำเลยอ้างความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าฯ ซึ่งฟังไม่ได้โจทก์ไม่จำต้องสืบถึงการละเมิดและค่าเสียหายที่ฟ้องถือว่าจำเลยไม่ต่อสู้ว่า ตนมีสิทธิจะอยู่ได้อย่างไรและไม่ได้ยกข้อคำนวณค่าเสียหายขึ้นต่อสู้
of 282