พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 379/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขนย้ายข้าวสารปริมาณน้อยเพื่อบริโภคในเรือ ไม่ถือเป็นการขนย้ายตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว
การที่มีข้าวสารติดเรือไปจำนวนเพียง 147 กิโลกรัมเพื่อให้คนเรือและคนโดยสารที่มากับเรือประมาณ 20 คนเศษบริโภคนั้น ไม่เรียกว่าเป็นการขนย้ายตามพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 317/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจคณะกรรมการสำรวจและกักกันข้าวในการห้ามขนย้ายข้าวทางทะเล ไม่ถือเป็นการกำหนดเขตเกินอำนาจ
คณะกรรมการสำรวจและห้ามกักกันข้าวมีอำนาจประกาศห้ามการขนย้ายข้าวทางทะเลเป็นเด็ดขาดเพราะถือว่าเท่ากับเป็นการกำหนดเขตขึ้นเอง เพราะฉะนั้นประกาศของคณะกรรมการสำรวจและห้ามกักกันข้าวฉบับที่ 9 และฉบับที่12 จึงไม่ขัดต่อมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.สำรวจและกักกันข้าวและมีผลใช้ได้ ไม่เป็นโมฆะ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 317/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจคณะกรรมการสำรวจและห้ามกักกันข้าวในการห้ามขนย้ายข้าวทางทะเล ไม่เกินขอบเขต พ.ร.บ. และการพิพากษาคดี
คณะกรรมการสำรวจและห้ามกักกันข้าวมีอำนาจประกาศห้ามการขนย้ายข้าวทางทะเลเป็นเด็ดขาดเพราะถือว่าเท่ากับเป็นการกำหนดเขตขึ้นเอง เพราะฉะนั้นประกาศของคณะกรรมการสำรวจและห้ามกักกันข้าวฉบับที่ 9 และฉบับที่ 12 จึงไม่ขัดต่อมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.สำรวนและห้ามกักกันข้าวและมีผลใช้ได้ไม่เป็นโมฆะ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 314/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
บาดแผลเสียโฉม ถือเป็นบาดแผลสาหัส แม้ศาลอุทธรณ์เห็นต่าง ศาลฎีกาตัดสินตามศาลชั้นต้น
ถูกขว้างด้วยตะบอกที่โหนกแก้มแผลเป็น กว้างครึ่งเซนติเมตร ยาว 4 เซนติเมตร ศาลชั้นต้นบันทึกบาดแผลไว้ว่า ให้ผู้ถูกทำร้ายอยู่ห่าง 2 วา ก็เห็นแผลเป็นได้ชัด ศาลพิเคราะห์แล้วเปนบาดแผลเสียโฉม ดังนี้ เมื่อตามสำนวนไม่ปรากฏเป็นอย่างอื่น ก็ต้องถือว่าบาดแผลเสียโฉมติดตัวอันเป็นบาดแผลสาหัส
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 314/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
บาดแผลเสียโฉมติดตัว ถือเป็นบาดเจ็บสาหัสตามกฎหมาย
ถูกขว้างด้วยตะบองที่โหนกแก้มแผลเป็นกว้างครึ่งเซ็นติเมตร ยาว 4 เซ็นติเมตร ศาลชั้นต้นบันทึกบาดแผลไว้ว่า ให้ผู้ถูกทำร้ายอยู่ห่าง 2 วาก็เห็นแผลเป็นได้ชัด ศาลพิเคราะห์แล้วเป็นบาดแผลเสียโฉม ดังนี้เมื่อตามสำนวนไม่ปรากฏเป็นอย่างอื่น ก็ต้องถือว่าบาดแผลเสียโฉมติดตัวอันเป็นบาดแผลสาหัส
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 307/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในเขตเพลิงไหม้ต้องเป็นของกรมโยธาเทศบาลหรือผู้ได้รับมอบหมายโดยตรง อัยการไม่มีอำนาจฟ้องเอง
การร้องขอต่อศาลให้รื้อถอนเปลี่ยนแปลงแก้ไขสิ่งปลูกสร้างในเขตเพลิงไหม้ซึ่งกฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมโยธาเทศบาลนั้น หากกรมโยธาเทศบาลมิได้มอบให้อัยการดำเนินคดีแทน อัยการซึ่งเป็นโจทก์จำเลยหาว่ากระทำผิดทางอาญาอยู่นั้นย่อมไม่มีอำนาจร้องขอต่อศาลให้สั่งจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง
การที่กรมโยธาเทศบาลมอบให้คณะกรรมการจังวหัดดำเนินคดีนั้น มิใช่เป็นการมอบให้อัยการจังหวัด และการกระทำของอัยการจังหวัดโดยลำพังนั้น จะอ้างว่าเป็นการกระทำของคณะกรรมการจังหวัดมิได้
การที่กรมโยธาเทศบาลมอบให้คณะกรรมการจังวหัดดำเนินคดีนั้น มิใช่เป็นการมอบให้อัยการจังหวัด และการกระทำของอัยการจังหวัดโดยลำพังนั้น จะอ้างว่าเป็นการกระทำของคณะกรรมการจังหวัดมิได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 307/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องร้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในเขตเพลิงไหม้ ต้องเป็นของกรมโยธาเทศบาล หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจโดยตรงจากกรมฯ เท่านั้น
การร้องขอต่อศาลให้รื้อถอนเปลี่ยนแปลงแก้ไขสิ่งปลูกสร้างในเขตเพลิงไหม้ซึ่งกฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมโยธาเทศบาลนั้นหากกรมโยธาเทศบาลมิได้มอบให้อัยการดำเนินคดีแทน อัยการซึ่งเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยหาว่ากระทำผิดทางอาญาอยู่นั้นย่อมไม่มีอำนาจร้องขอ ต่อศาลให้สั่งจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง
การที่กรมโยธาเทศบาลมอบให้คณะกรมการจังหวัดดำเนินคดีนั้น มิใช่เป็นการมอบให้อัยการจังหวัด และการกระทำของอัยการจังหวัดโดยลำพังนั้นจะอ้างว่าเป็นการกระทำของคณะกรมการจังหวัดมิได้
การที่กรมโยธาเทศบาลมอบให้คณะกรมการจังหวัดดำเนินคดีนั้น มิใช่เป็นการมอบให้อัยการจังหวัด และการกระทำของอัยการจังหวัดโดยลำพังนั้นจะอ้างว่าเป็นการกระทำของคณะกรมการจังหวัดมิได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 303/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน: สัญญาขายฝากหรือการมอบหมายให้ครอบครองแทน
แม้ในฟ้องจะกล่าวว่าโจทก์ได้ขายฝากนาไว้แก่จำเลย แต่ในฟ้องได้บรรยายรายละเอียดถึงข้อความในสัญญาขายฝากนั้นอีกว่า ได้ฝากนาไว้กับจำเลย จำเลยเอาเงินไป มีกำหนดเวลาใช้คืน และมีข้อความว่า ใครจะเอานานั้นเป็นกรรมสิทธิ์ไม่ได้ดังนี้ พิจารณาความประสงค์ของคู่สัญญาเป็นเรื่องโจทก์เอาเงินของจำเลยไปให้จำเลยครอบครองนาแทน ซึ่งโจทก์ฟ้องเรียกคืนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 303/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อพิพาทเรื่องนา: พิจารณาเจตนาคู่สัญญาเพื่อวินิจฉัยว่าเป็นสัญญาเงินกู้หรือขายฝาก
แม้ในฟ้องจะกล่าวว่าโจทก์ได้ขายฝากนาไว้แก่จำเลย แต่ในฟ้องได้บรรยายรายละเอียดถึงข้อความในสัญญาขายฝากนั้นอีกว่า ได้ฝากนาไว้กับจำเลย ๆ เอาเงินไป มีกำหนดเวลาใช้คืนและมีข้อความว่า ใครจะเอานานั้นเป็นกรรมสิทธิไม่ได้ ดังนี้พิจารณาความประสงค์ของคู่สัญญาเป็นเรื่องโจทก์เอาเงินของจำเลยไปให้จำเลยครอบครองนาแทน ซึ่งโจทก์ฟ้องเรียกคืนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 256/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินที่ได้มาจากการใช้เงินสินสมรสโดยไม่สุจริต และการฟ้องซ้ำ
ภริยาเอาเงินสินสมรสไปซื้อสวนแล้วโอนใส่ชื่อบุตรของตนซึ่งเกิดกับสามีก่อนโดยเสน่หา โดยสามีมิได้ยินยอมระหว่างที่สามีบอกล้างและฟ้องของให้เพิกถอนนิติกรรมนั้น ภริยากับบุตรเลี้ยงโอนขายที่ดินนั้นให้ผู้อื่น ดังนี้ สามีฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมได้ทั้ง 2 ราย
และเมื่อสามีถอนฟ้องคดีก่อน ซึ่งฟ้องภริยาและบุตรเลี้ยง มาฟ้องใหม่โดยฟ้องภริยา, บุตรเลี้ยง และบุคคลภายนอกผู้รับโอนในคดีเดียวกัน ดังนี้ไม่ถือว่าเป็นฟ้องซ้ำ
คดีโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมได้เสียค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์ที่พิพาท 4500 บาท และจำเลยฎีกาโดยเสียค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์ที่พิพาทเช่นเดียวกันศาลฎีการับวินิจฉัยข้อเท็จจริงให้
และเมื่อสามีถอนฟ้องคดีก่อน ซึ่งฟ้องภริยาและบุตรเลี้ยง มาฟ้องใหม่โดยฟ้องภริยา, บุตรเลี้ยง และบุคคลภายนอกผู้รับโอนในคดีเดียวกัน ดังนี้ไม่ถือว่าเป็นฟ้องซ้ำ
คดีโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมได้เสียค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์ที่พิพาท 4500 บาท และจำเลยฎีกาโดยเสียค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์ที่พิพาทเช่นเดียวกันศาลฎีการับวินิจฉัยข้อเท็จจริงให้