พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1478/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำนอง vs. ขายฝาก: การเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเดิมเป็นจำนองใหม่ ไม่ถือเป็นการขายฝาก
โจทก์ได้ทำสัญญาจำนองที่นาไว้กับจำเลย โดยมอบนาให้ทำต่างดอกเบี้ย ต่อมาโจทก์ต้องการเงิน ได้ตกลงจะขายที่นาให้แก่จำเลย แต่การขายต้องรังวัดและประกาศโฆษณา โจทก์ต้องการเงินด่วนจึงได้ทำกรมธรรม์สัญญา เป็นการเพิ่มเงินจำนอง ดังนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงแก้และเลิกข้อความตกลงเรื่องซื้อขายมาทำเป็นจำนองแล้ว จำนำสืบถึงการซื้อขายอีกก็ไม่เป็นประโยชน์แก่คดี
ทำกรมธรรม์จำนองที่นาแต่มอบที่นาให้ทำต่างดอกเบี้ยเมื่อใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 แล้ว ไม่เป็นการทำให้สัญญาจำนองกลับกลายเป็นสัญญาขายฝากได้
ทำกรมธรรม์จำนองที่นาแต่มอบที่นาให้ทำต่างดอกเบี้ยเมื่อใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 แล้ว ไม่เป็นการทำให้สัญญาจำนองกลับกลายเป็นสัญญาขายฝากได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1478/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำนอง vs. ขายฝาก: การเปลี่ยนแปลงข้อตกลงจากซื้อขายเป็นจำนองมีผลอย่างไร
โจทก์ได้ทำสัญญาจำนองที่นาไว้กับจำเลย โดยมอบนาให้ทำต่างดอกเบี้ย ต่อมาโจทก์ต้องการเงิน ได้ตกลงจะขายที่นาให้แก่จำเลย แต่การขายต้องรังวัดและประกาศโฆษณา โจทก์ต้องการเงินด่วนจึงได้ทำกรมธรรมสัญญา เป็นการเพิ่มเงินจำนอง ดังนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงแก้และเลิกข้อความตกลงเรื่องซื้อขายมาทำเป็นจำนองแล้ว จะนำสืบถึงการซื้อขายอีกก็ไม่เป็นประโยชน์แก่คดี
ทำกรมธรรม์จำนองที่นาแต่มอบที่นาให้ทำต่างดอกเบี้ยเมื่อใช้ ป.ม.แพ่งฯบรรพ 3 แล้ว ไม่เป็นการให้สัญญาจำนองกลับกลายเป็นสัญญาขายฝากได้
ทำกรมธรรม์จำนองที่นาแต่มอบที่นาให้ทำต่างดอกเบี้ยเมื่อใช้ ป.ม.แพ่งฯบรรพ 3 แล้ว ไม่เป็นการให้สัญญาจำนองกลับกลายเป็นสัญญาขายฝากได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1476/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิโจทก์ในการไม่ติดใจสืบพยาน ศาลมีอำนาจสั่งตามความเห็นสมควรได้
วันชี้สองสถาน โจทก์,จำเลยตกลงกันว่าโจทก์สืบก่อน ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้นัดชึ้สองสถานใหม่ถึงวันนัด โจทก์แถลงขอให้ศาลถือตามคำร้องของโจทก์ในทางไม่ยอมสืบก่อน และจะเป็นอย่างไร ก็ขอให้เป็นไปตามคำสั่งศาล จำเลยแถลงขอให้เป็นไปตามข้อตกลง ดังนี้ ศาลชอบที่จะสั่งตามที่เห็นสมควร จะถือเป็นเหตุว่า โจทก์ไม่ติดใจสืบพะยาน จึงพิพากษายกฟ้องนั้นไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1476/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนความประสงค์ในการสืบพยาน ศาลมีอำนาจวินิจฉัยตามสมควร ไม่ถือเป็นการสละสิทธิ
วันชี้สองสถาน โจทก์จำเลยตกลงกันว่าโจทก์สืบก่อน ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้นัดชี้สองสถานใหม่ ถึงวันนัดโจทก์แถลงขอให้ศาลถือตามคำร้องของโจทก์ในทางไม่ยอมสืบก่อน และจะเป็นอย่างไร ก็ขอให้เป็นไปตามคำสั่งศาล จำเลยแถลงขอให้เป็นไปตามข้อตกลง ดังนี้ ศาลชอบที่จะสั่งตามที่เห็นสมควร จะถือเป็นเหตุว่า โจทก์ไม่ติดใจสืบพยาน จึงพิพากษายกฟ้องนั้นไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1471/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกำหนดราคาข้าวที่ใช้คำนวณค่าปรับและโทษริบทรัพย์ในคดีลักลอบนำข้าวออกนอกราชอาณาจักร
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยนำข้าวสาร 100 กระสอบ ออกนอกราชอาณาจักร ตามฟ้องข้อ ก.โจทก์กล่าวว่าราคา 10274 บาท 40 สตางค์ แต่ท้ายฟ้องขอให้ริบข้าว100 กระสอบถ้านำมาริบไม่ได้ ขอให้จำเลยใช้ราคา 1705 บาท 92 สตางค์ เมื่อตามท้องสำนวนไม่ปรากฎว่าราคาข้าวที่ถูกต้องต่อความจริงเป็นราคาอย่างมากหรืออย่างน้อย ศาลจำต้องถือราคาข้าว 100 กระสอบที่ขอมาในฟ้องว่า 1705 บาท 92 สตางค์
จำเลย 6 คนต้องโทษปรับรวมกันเป็นเงิน 6823 บาท 68 สตางค์ เมื่อจำเลยจะต้องจำแทนค่าปรับ ให้แบ่งกันจำแทนคนละ 2 เดือน
ข้าวของกลางในคดีที่นำออกไปนอกราชอาณาจักร์โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องริบทั้งสิ้น
(อ้างฎีกา 503/2492)
จำเลย 6 คนต้องโทษปรับรวมกันเป็นเงิน 6823 บาท 68 สตางค์ เมื่อจำเลยจะต้องจำแทนค่าปรับ ให้แบ่งกันจำแทนคนละ 2 เดือน
ข้าวของกลางในคดีที่นำออกไปนอกราชอาณาจักร์โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องริบทั้งสิ้น
(อ้างฎีกา 503/2492)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1471/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกำหนดราคาข้าวในคดีนำข้าวออกนอกราชอาณาจักร การริบของกลาง และการแบ่งชำระค่าปรับ
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยนำข้าวสาร 100 กระสอบ ออกนอกราชอาณาจักร ตามฟ้องข้อ ก.โจทก์กล่าวว่าราคา 10,274 บาท 40 สตางค์ แต่ท้ายฟ้องขอให้ริบข้าว 100 กระสอบถ้านำมาริบไม่ได้ ขอให้จำเลยใช้ราคา 1,705 บาท 92 สตางค์เมื่อตามท้องสำนวนไม่ปรากฏว่าราคาข้าวที่ถูกต้องต่อความจริงเป็นราคาอย่างมากหรืออย่างน้อย ศาลจำต้องถือราคาข้าว 100 กระสอบที่ขอมาในฟ้องว่า 1,705 บาท 92 สตางค์
จำเลย 6 คนต้องโทษปรับรวมกันเป็นเงิน 6,823 บาท 68 สตางค์ เมื่อจำเลยจะต้องจำแทนค่าปรับ ให้แบ่งกันจำแทนคนละ 2 เดือน
ข้าวของกลางในคดีที่นำออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องริบทั้งสิ้น (อ้างฎีกา 503/2492)
จำเลย 6 คนต้องโทษปรับรวมกันเป็นเงิน 6,823 บาท 68 สตางค์ เมื่อจำเลยจะต้องจำแทนค่าปรับ ให้แบ่งกันจำแทนคนละ 2 เดือน
ข้าวของกลางในคดีที่นำออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องริบทั้งสิ้น (อ้างฎีกา 503/2492)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1464/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเคลื่อนย้ายไม้มีตราถูกต้องโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่เป็นเหตุให้ริบไม้
การนำไม้ซึ่งตีตราถูกต้องแล้วถอนย้ายที่มิได้รับอนุญาต มิใช่เป็นการมีไว้เนื่องจากการกระทำผิดจึงจะริบไม้มิได้.
(อ้างฎีกา 846/91)
(อ้างฎีกา 846/91)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1464/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเคลื่อนย้ายไม้มีตราถูกต้องโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่เป็นเหตุริบไม้
การนำไม้ซึ่งตีตราถูกต้องแล้วเคลื่อนย้ายที่มิได้รับอนุญาต มิใช่เป็นการมีไว้เนื่องจากการกระทำผิด จึงจะริบไม้มิได้ (อ้างฎีกา 846/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1451/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทราบคำฟ้องและการต่อสู้คดีของผู้ร้องสอด การยกข้อไม่ได้รับสำเนาฟ้องหลังยื่นคำให้การแล้วเป็นประโยชน์ที่ได้เปรียบ
ชั้นแรกโจทก์ได้ฟ้องผู้อื่นเป็นจำเลย และมีผู้ร้องสอดขอเข้าเป็นจำเลยและยื่นคำให้การต่อสู้คดีโจทก์อย่างชัดเจน ดังนี้แสดงว่า ผู้ร้องได้ทราบคำฟ้องและสำเนาหนังสือสัญญาท้ายฟ้องดีแล้ว ผู้ร้องสอดจะฎีกาว่าไม่ได้รับสำเนาฟ้อง และสำเนาสัญญาท้ายฟ้องไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1451/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การมิอาจอ้างว่าไม่ได้รับสำเนาฟ้องเมื่อได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดีแล้ว ถือเป็นการถือประโยชน์เอาเปรียบ
ชั้นแรกโจทก์ได้ฟ้องผู้อื่นเป็นจำเลย และมีผู้ร้องสอดขอเข้าเป็นจำเลยและยื่นคำให้การต่อสู้คดีโจทก์อย่างชัดเจน ดังนี้ แสดงว่า ผู้ร้องได้ทราบคำฟ้องและสำเนาหนังสือสัญญาท้ายฟ้องดีแล้ว ผู้ร้องสอดจะฎีกาว่าไม่ได้รับสำเนาฟ้องและสำเนาสัญญาท้ายฟ้องไม่ได้