พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1175/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความสมบูรณ์ของพินัยกรรม: การลงวันเดือนปีและตำแหน่งเจ้าพนักงาน
พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมือง มีวันเดือนปีเขียนอยู่ตอนต้นปลัดอำเภอผู้เขียนได้ลงนามแสดงเป็นผู้เขียนในตำแหน่งปลัดอำเภอในตอนท้าย และอ่านข้อความให้ฟังแล้ว ไม่จำเป็นต้องลงวันเดือนปีซ้ำอีก พินัยกรรมย่อมสมบูรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1118/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชำรุดทรุดโทรมของห้องเช่าตามอายุการใช้งาน และความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
คดีมโนสาเร่ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ศาลชั้นต้นในข้อเท็จจริง คู่ความย่อมฎีกาในข้อเท็จจริงได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1118/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชำรุดทรุดโทรมตามสภาพของห้องเช่าและการคุ้มครองตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
คดีมโนสาเร่ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับศาลชั้นต้นในข้อเท็จจริงคู่ความย่อมฎีกาในข้อเท็จจริงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปรับโทษคดีฝิ่นตามราคาและอำนาจรวมโทษ
พ.ร.บ.ฝิ่น (ฉะบับที่ 6) 2481 มาตรา 6 ได้บัญญัติให้ปรับตามราคามูลฝิ่น เมื่อไม่มีราคามูลฝิ่น ก็ต้องปรับตามอัตราคั่นต่ำที่กฎหมายระบุไว้.
(อ้างฎีกาที่ 1037/2482)
ความผิดหลายกะทงตาม พ.ร.บ.ฝิ่นนั้น ศาลมีอำนาจให้ปรับรวมกันได้ ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 71.
(อ้างฎีกาที่ 1037/2482)
ความผิดหลายกะทงตาม พ.ร.บ.ฝิ่นนั้น ศาลมีอำนาจให้ปรับรวมกันได้ ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 71.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปรับตามราคามูลฝิ่นเมื่อไม่มีราคา และการรวมโทษในความผิดหลายกระทง
พระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ 6)2481 มาตรา 6 ได้บัญญัติให้ปรับตามราคามูลฝิ่น เมื่อไม่มีราคามูลฝิ่น ก็ต้องปรับตามอัตราขั้นต่ำที่กฎหมายระบุไว้(อ้างฎีกาที่ 1037/2482)
ความผิดหลายกระทงตามพระราชบัญญัติฝิ่นนั้น ศาลมีอำนาจให้ปรับรวมกันได้ ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 71
ความผิดหลายกระทงตามพระราชบัญญัติฝิ่นนั้น ศาลมีอำนาจให้ปรับรวมกันได้ ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 71
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1114/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการซื้อที่ดินของคนต่างด้าว: ต้องมีสนธิสัญญาและได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ หากไม่มีสัญญา สัญญาซื้อขายเป็นโมฆะ
พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว 2486 มาตรา 5, 6 คนต่างด้าวจะเข้าถือกรรมสิทธิในที่ดินได้ ก็ต่อเมื่อมีสนธิสัญญาบัญญัติให้ไว้ และแม้จะมีสนธิสัญญาเช่นว่านั้นก็ตาม แต่การได้มาจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนด ทั้งต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย แต่ถ้าไม่มีสนธิสัญญาให้มีกรรมสิทธิในที่ดินได้ คนต่างด้าวนั้นก็ไม่มีสิทธิจะได้มาซึ่งที่ดินและแม้จะขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ๆ ก็ไม่มีอำนาจอนุญาตได้.
โจทก์เป็นคนจีนทำสัญญาซื้อที่ดินจากจำเลย ในเวลาที่จะต้องโอนที่ดินตามสัญญานั้น ประเทศจีนยังไม่ได้ประกาศใช้สนธิสัญญากับประเทศไทย โจทก์จึงไม่มีทางได้กรรมสิทธิในที่ดินตามสัญญาได้ สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยตกเป็นโมฆะตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 113 จำเลยไม่ใช่ฝ่ายผิดสัญญาและไม่ต้องชดใช้เบี้ยปรับ แต่จำเลยควรคืนมัดจำให้โจทก์.
(อ้างฎีกา 188/2492)
โจทก์เป็นคนจีนทำสัญญาซื้อที่ดินจากจำเลย ในเวลาที่จะต้องโอนที่ดินตามสัญญานั้น ประเทศจีนยังไม่ได้ประกาศใช้สนธิสัญญากับประเทศไทย โจทก์จึงไม่มีทางได้กรรมสิทธิในที่ดินตามสัญญาได้ สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยตกเป็นโมฆะตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 113 จำเลยไม่ใช่ฝ่ายผิดสัญญาและไม่ต้องชดใช้เบี้ยปรับ แต่จำเลยควรคืนมัดจำให้โจทก์.
(อ้างฎีกา 188/2492)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1114/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินของคนต่างด้าวตาม พ.ร.บ.ที่ดิน 2486 ต้องมีสนธิสัญญาคุ้มครองและได้รับอนุญาต
พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว 2486 มาตรา 5,6 คนต่างด้าวจะเข้าถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้ ก็ต่อเมื่อมีสนธิสัญญาบัญญัติให้ไว้ และแม้จะมีสนธิสัญญาเช่นว่านั้นก็ตาม แต่การได้มาจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนด ทั้งต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย แต่ถ้าไม่มีสนธิสัญญาให้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้ คนต่างด้าวนั้นก็ไม่มีสิทธิจะได้มาซึ่งที่ดิน และแม้จะขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีอำนาจอนุญาตได้
โจทก์เป็นคนจีนทำสัญญาซื้อที่ดินจากจำเลย ในเวลาที่จะต้องโอนที่ดินตามสัญญานั้น ประเทศจีนยังไม่ได้ประกาศใช้สนธิสัญญากับประเทศไทยโจทก์จึงไม่มีทางได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินตามสัญญาได้ สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยตกเป็นโมฆะตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 จำเลยไม่ใช่ฝ่ายผิดสัญญาและไม่ต้องชดใช้เบี้ยปรับ แต่จำเลยควรคืนมัดจำให้โจทก์ (อ้างฎีกาที่ 188/2492)
โจทก์เป็นคนจีนทำสัญญาซื้อที่ดินจากจำเลย ในเวลาที่จะต้องโอนที่ดินตามสัญญานั้น ประเทศจีนยังไม่ได้ประกาศใช้สนธิสัญญากับประเทศไทยโจทก์จึงไม่มีทางได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินตามสัญญาได้ สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยตกเป็นโมฆะตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 จำเลยไม่ใช่ฝ่ายผิดสัญญาและไม่ต้องชดใช้เบี้ยปรับ แต่จำเลยควรคืนมัดจำให้โจทก์ (อ้างฎีกาที่ 188/2492)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1082-1083/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฉ้อโกงหลังการซื้อขายโดยได้รับความยินยอม ผู้ขายไม่มีสิทธิอ้างผลคำพิพากษาเดิมยันผู้ซื้อ
นารายพิพาทเดิมเป็นของ ฝ. ยกให้แก่ร. ต่อมาร.ขายนารายนี้ให้กับโจทก์ โดย ฝ. ก็รู้เห็นยินยอมด้วย โจทก์ได้เข้าครอบครองทำกินในที่นานี้แล้ว ต่อมา ฝ. โดยเจตนาจะฉ้อโกงโจทก์ได้คบคิดกับ ร. ฟ้องขอเพิกถอนการให้แม้ ฝ. จะชนะคดีโดยศาลพิพากษาให้เพิกถอนการให้ในคดีนั้น ก็จะเอาผลแห่งคำพิพากษาคดีนั้นมายันกับโจทก์ไม่ได้ กรณีไม่เข้าตามมาตรา 1431 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และไม่ใช่เป็นเรื่องลาภมิควรได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1066/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชำระค่าเช่าและการพิสูจน์การผิดนัดสัญญาเช่า การยื่นคำร้องให้อำเภอเรียกรับเงินค่าเช่าไม่ถือเป็นการชำระค่าเช่าโดยเด็ดขาด
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าห้องของโจทก์ และค้างค่าเช่า 4 เดือน ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเช่าที่ค้าง จำเลยให้การว่า โจทก์ขอขึ้นค่าเช่า จำเลยไม่ยอม โจทก์เลยไม่มาเก็บ จำเลยได้ยื่นคำร้องต่อกรมการอำเภอ ขอให้เรียกโจทก์มารับค่าเช่า โจทก์รับหมายแล้วไม่มาอำเภอ ดังนี้ คดียังไม่พอชี้ขาดว่าฝ่ายใดผิดนัด เพราะการที่จำเลยไปยื่นคำร้องขอให้อำเภอเรียกโจทก์มารับชำระค่าเช่านั้น ไม่เป็นเหตุพอให้ถือได้โดยเด็ดขาดว่าจำเลยได้ชำระค่าเช่าแก่โจทก์ คดีต้องฟังข้อเท็จจริงกันต่อไป.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1066/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชำระค่าเช่าและการพิสูจน์การผิดนัด การยื่นคำร้องให้อำเภอเรียกรับค่าเช่าไม่ถือเป็นการชำระค่าเช่าโดยเด็ดขาด
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าห้องของโจทก์ และค้างค่าเช่า 4 เดือนขอให้ขับไล่และเรียกค่าเช่าที่ค้าง จำเลยให้การว่าโจทก์ขอขึ้นค่าเช่า จำเลยไม่ยอม โจทก์เลยไม่มาเก็บจำเลยได้ยื่นคำร้องต่อกรมการอำเภอ ขอให้เรียกโจทก์มารับค่าเช่า โจทก์รับหมายแล้วไม่มาอำเภอ ดังนี้ คดียังไม่พอชี้ขาดว่าฝ่ายใดผิดนัด เพราะการที่จำเลยไปยื่นคำร้องขอให้อำเภอเรียกโจทก์มารับชำระค่าเช่านั้น ไม่เป็นเหตุพอให้ถือได้โดยเด็ดขาดว่าจำเลยได้ชำระค่าเช่าแก่โจทก์คดีต้องฟังข้อเท็จจริงกันต่อไป