พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 998/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำรับสารภาพและการพิจารณาโทษคดีทำร้ายร่างกาย: ศาลไม่ต้องสืบพยานเพิ่มเติมหากคำรับสารภาพสอดคล้องกับหลักฐาน
คดีมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่ถึง 10 ปี ซึ่งเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องแล้ว ศาลก็ย่อมพิพากษาได้โดยมิต้องฟังพยานโจทก์ต่อไป แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องลงโทษจำเลยตามคำรับสารภาพเสมอไป ในเมื่อปรากฏตามหลักฐานในสำนวนขัดแย้งกับคำรับของจำเลย
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส ตามใบชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องปรากฏตามใบชันสูตรบาดแผลว่า รักษาในโรงพยาบาล 8 วันทุเลาอีกประมาณ 14 วันหาย รวมเป็น 22 วัน ข้อว่าไม่สามารถประกอบการหาเลี้ยงชีพได้ตามปกติเกิน20 วันนั้นเป็นข้อเท็จจริง ในวันที่จำเลยมาให้การรับสารภาพต่อศาลก็เป็นเวลาถึง 2 เดือนเศษจากวันที่ทำร้ายกัน จำเลยย่อมทราบความข้อนี้ดีโจทก์ไม่จำต้องสืบพยานอะไรอีก ศาลก็ลงโทษจำเลยได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องรู้และวินิจฉัยถึงว่าผู้บาดเจ็บมีอาชีพอะไร
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส ตามใบชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องปรากฏตามใบชันสูตรบาดแผลว่า รักษาในโรงพยาบาล 8 วันทุเลาอีกประมาณ 14 วันหาย รวมเป็น 22 วัน ข้อว่าไม่สามารถประกอบการหาเลี้ยงชีพได้ตามปกติเกิน20 วันนั้นเป็นข้อเท็จจริง ในวันที่จำเลยมาให้การรับสารภาพต่อศาลก็เป็นเวลาถึง 2 เดือนเศษจากวันที่ทำร้ายกัน จำเลยย่อมทราบความข้อนี้ดีโจทก์ไม่จำต้องสืบพยานอะไรอีก ศาลก็ลงโทษจำเลยได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องรู้และวินิจฉัยถึงว่าผู้บาดเจ็บมีอาชีพอะไร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หน้าที่การพิสูจน์กรรมสิทธิ์: ผู้กล่าวอ้างการซื้อทรัพย์ต้องพิสูจน์ก่อนหากถูกฟ้องเรื่องยืม
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยยืมเสาไป จำเลยปฏิเสธว่ามิได้ยืมแม้จะอ้างว่าซื้อไป ก็เป็นการโต้เถียงกรรมสิทธิในทรัพย์ที่ตนเป็นผู้ครอบครองอยู่ จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะสืบก่อน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ภาระการพิสูจน์ในคดีทรัพย์สิน: ผู้กล่าวอ้างกรรมสิทธิ์มีหน้าที่พิสูจน์ก่อน
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยยืมเสาไป จำเลยปฏิเสธว่ามิได้ยืมแม้จะอ้างว่าซื้อไป ก็เป็นการโต้เถียงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ตนเป็นผู้ครอบครองอยู่จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะสืบก่อน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 970/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานกรรโชกจากการข่มขู่แจ้งความเท็จเพื่อเรียกเงิน
จำเลยได้ไปพูดหาว่า ผ. เป็นคนร้ายปล้นทรัพย์ของจำเลย ถ้า ผ. ไม่ให้เงินแก่จำเลย 200 บาท จำเลยจะไปแจ้งแก่เจ้าพนักงานตำรวจมาจับ ผ. กลัว จึงยอมตกลงไปหาเงินมาให้จำเลย และได้ถามว่าจำเลยมิได้สงสัย ผ. ในการปล้น ดังนี้การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดฐานกรรโชก.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 970/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรโชกทรัพย์: การข่มขู่ว่าจะแจ้งความเพื่อเรียกเงิน
จำเลยได้ไปพูดหาว่า ผ.เป็นคนร้ายปล้นทรัพย์ของจำเลยถ้าผ. ไม่ให้เงินแก่จำเลย 200 บาท จำเลยจะไปแจ้งแก่เจ้าพนักงานตำรวจมาจับผ. กลัว จึงยอมตกลงไปหาเงินมาให้จำเลยและได้ความว่าจำเลยมิได้สงสัย ผ. ในการปล้น ดังนี้ การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดฐานกรรโชก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 957/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องซ้ำในคดีละเมิด: การเรียกร้องค่าเสียหายซ้ำซ้อนหลังมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำละเมิดต่อโจทก์ ขอให้จำเลยทำทำนบให้ดีตามสภาพเดิม หรือให้ใช้ราคาแล้ว โจทก์ควรจะฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานขาดประโยชน์เพราะน้ำไม่เข้านา ทำนาไม่ได้ หรือได้ผลน้อยเสียในคดีเรื่องนั้น เมื่อโจทก์แยกมาฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นอีกสำนวนหนึ่ง ดังนี้ เป็นการฟ้องซ้ำ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 957/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องซ้ำในคดีละเมิด: การเรียกร้องค่าเสียหายที่ควรฟ้องรวมกันในคดีเดิม
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำละเมิดต่อโจทก์ ขอให้จำเลยทำทำนบให้ดีตามสภาพเดิม หรือให้ใช้ราคาแล้ว โจทก์ควรจะฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานขาดประโยชน์เพราะน้ำไม่เข้านา ทำนาไม่ได้ หรือได้ผลน้อยเสียในคดีเรื่องนั้น เมื่อโจทก์แยกมาฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นอีกสำนวนหนึ่งดังนี้ เป็นการฟ้องซ้ำ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีความสัญญาจะซื้อขาย: การสืบพยานเพื่อแสดงความหมายของข้อความในสัญญา
จำเลยจะขอสืบพะยานถึงคำ "บ้านเรือนของนางสนิทไม่เกี่ยวข้องในที่ดินรายนี้" ว่ารวมถึงที่ดินที่ปลูกอยู่ด้วยนั้น เป็นการสืบแสดงความหมายของข้อความแห่งเอกสารว่า ข้อความนั้นหมายถึงที่ดินด้วย ซึ่งเป็นการสืบแสดงว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตีความหมายผิด ดังข้อความวรรคท้ายของมาตรา 94 ป.ม.วิ.แพ่ง จำเลยมีสิทธินำสืบได้ไม่ต้องห้ามตามมาตรานี้
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 17/2492
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 17/2492
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสืบพยานเพื่อแสดงความหมายของเอกสาร และขอบเขตของคำว่า 'บ้านเรือน' ในที่ดิน
จำเลยจะขอสืบพยานถึงคำ 'บ้านเรือนของนางสนิทไม่เกี่ยวข้องในที่ดินรายนี้' ว่ารวมถึงที่ดินที่ปลูกอยู่ด้วยนั้นเป็นการสืบแสดงความหมายของข้อความแห่งเอกสารว่า ข้อความนั้นหมายถึงที่ดินด้วย ซึ่งเป็นการสืบแสดงว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตีความหมายผิด ดังข้อความวรรคท้ายของมาตรา 94 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำเลยมีสิทธินำสืบได้ไม่ต้องห้ามตามมาตรานี้
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 17/2494)
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 17/2494)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 909/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาแบ่งทรัพย์มรดกขัดต่อสิทธิผู้รับพินัยกรรมก่อนเจ้ามรดกเสียชีวิต สัญญาเป็นโมฆะ
เจ้ามฤดกได้ทำพินัยกรรม์ยกที่ดินให้แก่ผู้รับพินัยกรรม แต่ก่อนเจ้ามฤดกถึงแก่ความตาย ผู้รับพินัยกรรมต่างตกลงแบ่งทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้นกันใหม่ โดยไม่ถือสิทธิที่จะได้ตามพินัยกรรม ดังนี้ สัญญาแบ่งทรัพย์ย่อมไม่มีผล เพราะขัดต่อ ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 1619.