คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
นนทปัญญา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 799/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อขายเรือนโดยมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน ย่อมไม่เป็นโมฆะเสมอไป ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการซื้อขาย
การซื้อขายเรือนซึ่งไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่นั้น ย่อมไม่เป็นโมฆะเสมอไป ยังต้องอาศัยข้อเท็จจริงในทางพิจารณาอยู่ว่าเป็นการซื้อขายเรือนเพื่อรื้อเอาไป หรือว่าเป็นการซื้อขายเพื่อให้เรือนคงอยู่ในสภาพเดิม ซึ่งข้อบัญญัติของกฎหมายย่อมมีนัยต่างกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความขัดแย้งในคำเบิกความของพยานระหว่างชั้นสอบสวนและชั้นศาล ศาลไม่รับฟังและยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่า วันเกิดเหตุคือคืนวันที่ 5 - 6 พ.ค. 91 (ตรงกับวันแรม 11 - 12 ค่ำ เดือน 5) พะยานโจทก์เบิกความว่า วันเกิดเหตุคือ คืนวันแรม 13 - 14 ค่ำ เดือน 5 โจทก์จึงส่งคำให้การชั้นสอบสวนของนายนุ้ยพะยานโจทก์เป็นพะยานต่อศาล ซึ่งในชั้นสอบสวนนายนุ้ยเบิกความว่าเป็นวันที่ 5 - 6 พ.ค. 91 และจะขอสืบเจ้าพนักงานสอบสวนว่านายนุ้ยพะยานโจทก์ได้ให้การไว้ดังนั้นจริง ดังนี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพะยานโจทก์ต่อไป และพิพากษายกฟ้องโจทก์เพราะถึงสืบไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะไม่เป็นหลักฐานคำพะยานที่จะยืนยันได้ว่าคำเบิกความของพะยานในศาลนั้นไม่ตรงกับความจริง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความขัดแย้งคำให้การพยาน การงดสืบพยาน และการพิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่า วันเกิดเหตุคือคืนวันที่ 5-6 พ.ค. 91(ตรงกับวันแรม 11-12 ค่ำ เดือน 5) พยานโจทก์เบิกความว่าวันเกิดเหตุคือ คืนวันแรม13-14ค่ำเดือน5โจทก์จึงส่งคำให้การชั้นสอบสวนของนายนุ้ยพยานโจทก์เป็นพยานต่อศาล ซึ่งในชั้นสอบสวนนายนุ้ยเบิกความว่าเป็นวันที่ 5-6 พ.ค. 91 และจะขอสืบเจ้าพนักงานสอบสวนว่านายนุ้ยพยานโจทก์ได้ให้การไว้ดังนั้นจริง ดังนี้ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานโจทก์ต่อไปและพิพากษายกฟ้องโจทก์เพราะถึงสืบไปก็ไม่มีประโยชน์เพราะไม่เป็นหลักฐานคำพยานที่จะยืนยันได้ว่าคำเบิกความของพยานในศาลนั้นไม่ตรงกับความจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 793/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอาญาผูกพันคดีแพ่ง หากมีประเด็นข้อเท็จจริงและคู่ความเดียวกัน
คู่ความได้ขอให้ศาลรอฟังคำพิพากษาคดีอาญา เมื่อศาลอาญาได้พิพากษาชี้ขาดคดีอาญาแล้ว โจทก์ได้แถลงต่อศาลว่าศาลอาญาได้ชี้ขาดว่าผู้ร้องคดีนี้ได้เข้ามาอยู่บ้านรายนี้โดยอาศัยจำเลย ผู้ร้องมิได้โต้แย้งและเมื่อศาลชั้นต้นรับฟังผู้ร้องก็มิได้คัดค้าน ตลอดจนคำอุทธรณ์ของผู้ร้องก็มิได้โต้แย้งความข้อนี้ ฉะนั้นแม้ว่าโจทก์จะได้อ้าง แต่ยังไม่ได้ทำพิธีเรียกสำนวนมา คดีก็ย่อมรับฟังได้ว่าศาลอาญาได้พิพากษาไว้ดังโจทก์แถลงจริง
การวินิจฉัยคดีแพ่งต้องถือข้อเท็จจริงตามคำชี้ขาดของศาลในคดีอาญาซึ่งมีประเด็นข้อเท็จจริงอย่างเดียวกันและคู่ความชุดเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 793/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอาญาผูกพันคดีแพ่ง เมื่อมีประเด็นข้อเท็จจริงและคู่ความเดียวกัน
คู่ความได้ขอให้ศาลรอฟังคำพิพากษาคดีอาญา เมื่อศาลอาญาได้พิพากษาชี้ขาดคดีอาญาแล้ว โจทก์ได้แถลงต่อศาลว่า ศาลอาญาได้ชี้ขาดว่าผู้ร้องคดีนี้ได้เข้ามาอยู่บ้านรายนี้โดยอาศัยจำเลย ผู้ร้องมิได้โต้แย้ง และเมื่อศาลชั้นต้นรับฟังผู้ร้องก็มิได้คัดค้าน ตลอดจนคำอุทธรณ์ของผู้ร้องก็มิได้โต้แย้งความข้อนี้ ฉะนั้นแม้ว่าโจทก์จะได้อ้าง แต่ยังไม่ได้ทำพิธีเรียกสำนวนมา คดีก็ย่อมรับฟังได้ว่าศาลอาญาได้พิพากษาไว้ดังโจทก์แถลงจริง
การวินิจฉัยคดีแพ่งต้องถือข้อเท็จจริงตามคำชี้ขาดของศาลในคดีอาญา ซึ่งมีประเด็นข้อเท็จจริงอย่างเดียวกันและคู่ความชุดเดียวกัน.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 776/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การให้สินบนเจ้าพนักงาน แม้เป็นตำรวจนอกท้องที่ ก็ถือเป็นความผิด
จำเลยให้สินบนแก่เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับจำเลยในการกระทำผิดแม้เจ้าพนักงานตำรวจจะเป็นตำรวจนอกท้องที่ จำเลยก็ต้องมีความผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 762/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ให้เช่ามีสิทธิฟ้องขับไล่ได้ แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ
ในกรณีที่ผู้ให้เช่าเดิมฟ้องขับไล่ผู้เช่าช่วง ซึ่งได้เช่าช่วงไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่าเดิมนั้นผู้เช่าช่วงโดยมิชอบนี้จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้ให้เช่าเดิมว่า ผู้ให้เช่าเดิมไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือมาแสดงว่ามีการเช่าช่วงจึงจะนำสืบพยานบุคคลไม่ได้ ดังนี้ หามีสิทธิยกขึ้นต่อสู้ได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 762/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ให้เช่ามีสิทธิฟ้องขับไล่ได้ แม้ไม่มีหลักฐานหนังสือ
ในกรณีที่ผู้ให้เช่าเดิมฟ้องขับไล่ผู้เช่าช่วง ซึ่งได้เช่าช่วงไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่าเดิมนั้น ผู้เช่าช่วงโดยมิชอบนี้จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้ให้เช่าเดิมว่า ผู้ให้เช่าเดิมไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือมาแสดงว่ามีการเช่าช่วง จึงจะนำสืบพะยานบุคคลไม่ได้ ดังนี้ หามีสิทธิยกขึ้นต่อสู้ได้ไม่.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 758/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลทหารสูงกว่าคำสั่งลงทัณฑ์ทางวินัยเมื่อมีการฟ้องร้องคดีอาญา
ความในมาตรา 8 แห่งประมวลกฎหมายลักษณะอาญาทหาร มีบัญญัติไว้ชัดแจ้งว่าถ้านายทหารผู้มีอำนาจตั้งศาลทหาร เห็นสมควรให้นำความผิดฟ้องร้องต่อศาลแล้วผู้บังคับบัญชาจะสั่งลงโทษทางวินัยไม่ได้ จะต้องเป็นไปตามคำสั่งของนายทหารผู้มีอำนาจตั้งศาลทหาร
จำเลยเป็นนายสิบเวรของกองร้อย ได้ละทิ้งหน้าที่ไปจนคนร้ายลักปืนกลเบาของกองร้อยไป ผู้บังคับบัญชาของจำเลยได้สั่งลงทัณฑ์ขัง 15 วัน แล้วต่อมาผู้มีอำนาจตั้งศาลทหารได้มีคำสั่งตั้งกรรมการศาลขึ้นพิจารณาพิพากษาการกระทำของจำเลย ซึ่งเป็นอำนาจสูงกว่าคำสั่งผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ได้สั่งให้ลงทัณฑ์ ดังนี้ ไม่ตัดอำนาจของผู้มีอำนาจตั้งศาลทหาร ที่จะสั่งฟ้องร้องจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 758/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องร้องทางอาญาของศาลทหารเหนือการลงโทษทางวินัยของผู้บังคับบัญชา
ความในมาตรา 8 แห่ง ป.ม.กฎหมายลักษณะอาญาทหาร มีบัญญัติไว้ชัดแจ้งว่า ถ้านายทหารผู้มีอำนาจตั้งศาลทหาร เห็นสมควรให้นำความผิดฟ้องร้องต่อศาลแล้ว ผู้บังคับบัญชาจะสั่งลงโทษทางวินัยไม่ได้ จะต้องเป็นไปตามคำสั่งของนายทหารผู้มีอำนาจตั้งศาลทหาร
จำเลยเป็นนายสิบเวรของกองร้อย ได้ละทิ้งหน้าที่ไปจนคนร้ายลักปืนกลเบาของกองร้อยไป ผู้บังคับบัญชาของจำเลยได้สั่งลงทัณฑ์ขัง 15 วัน แล้วต่อมาผู้มีอำนาจตั้งศาลทหารได้มีคำสั่งตั้งกรรมการศาลขึ้นพิจารณาพิพากษาการกระทำของจำเลย ซึ่งเป็นอำนาจสูงกว่าคำสั่งผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ได้สั่งให้ลงทัณฑ์ ดังนี้ ไม่ตัดอำนาจของผู้มีอำนาจตั้งศาลทหาร ที่จะสั่งฟ้องร้องจำเลยได้.
of 282