พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 610/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาปรานีประนอมยอมความกับการฟ้องขับไล่: การตกลงยืดเวลาไม่ใช่การยอมออกตามกฎหมาย
ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่เช่า จำเลยขอทุเลาการบังคับคดี ศาลอุทธรณ์ได้ยกคำร้องขอทุกเลาการบังคับ และนัดสอบถามจำเลยเรื่องให้ออกจากที่เช่า โจทก์จำเลยได้ยื่นคำแถลงต่อศาลร่วมกันว่า โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาปราณีประนอมยอมความต่อกัน คือจำเลยยอมออกจากห้องพิพาทภายใน 3 เดือน ถ้าพ้นกำหนดนี้แล้ว จำเลยยังไม่ออกจากห้องพิพาท จำเลยถือว่าได้ส่งคืนห้องให้แก่โจทก์แล้ว และยอมให้โจทก์ใช้สิทธิเข้าอยู่ในห้องนี้ได้ทันที และโจทก์ขอให้งดสอบถาม ดังนี้คำแถลงของโจทก์จำเลยเป็นแต่เพียงตกลงกันยืดเวลาในการบังคับคดีไปเท่านั้น มิใช่เป็นการยอมออกตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน โจทก์จะนำมาฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยใหม่หาได้ไม่.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 610/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตกลงยืดเวลาบังคับคดีมิใช่การยอมออกตามกฎหมาย จึงไม่ถือเป็นการฟ้องซ้ำ
ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่เช่าจำเลยขอทุเลาการบังคับคดีศาลอุทธรณ์ได้ยกคำร้องขอทุเลาการบังคับ และนัดสอบถามจำเลยเรื่องให้ออกจากที่เช่า โจทก์จำเลยได้ยื่นคำแถลงต่อศาลร่วมกันว่า โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อกัน คือจำเลยยอมออกจากห้องพิพาทภายใน 3 เดือน ถ้าพ้นกำหนดนี้แล้วจำเลยยังไม่ออกจากห้องพิพาทจำเลยถือว่าได้ส่งคืนห้องให้แก่โจทก์แล้ว และยอมให้โจทก์ใช้สิทธิเข้าอยู่ในห้องนี้ได้ทันที และโจทก์ขอให้งดสอบถาม ดังนี้คำแถลงของโจทก์จำเลยเป็นแต่เพียงตกลงกันยืดเวลาในการบังคับคดีไปเท่านั้นมิใช่เป็นการยอมออกตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันโจทก์จะนำมาฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยใหม่หาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 606/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หลักฐานการพบเห็นจำเลยกับโคที่หายใกล้เคียงเวลาและสถานที่เกิดเหตุ บ่งชี้ความผิดฐานลักทรัพย์
ขณะพะยานพบจำเลยกับพวกพาโคของเจ้าทรัพย์ไปนั้น เป็นเวลาพระอาทิตย์จวนจะขึ้นของคืนที่โคหายนั้นเอง และที่ ๆ พะยานพบจำเลยกับพวกพาโคไปก็ห่างจากที่โคหาย ราว 200 เส้นเท่านั้น รูปคดีบ่งชัดว่าจำเลยกับพวกเป็นผู้ร้ายลักโครายนี้ จำเลยต้องมีความผิดฐานลักทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 606/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หลักฐานพยานบุคคลยืนยันความผิดฐานลักทรัพย์ ผู้ต้องหาพาโคหายไปในเวลาและสถานที่ใกล้เคียง
ขณะพยานพบจำเลยกับพวกพาโคของเจ้าทรัพย์ไปนั้น เป็นเวลาพระอาทิตย์จวนจะขึ้นของคืนที่โคหายนั้นเอง และที่ๆพยานพบจำเลยกับพวกพาโคไปก็ห่างจากที่โคหาย ราว 200 เส้นเท่านั้น รูปคดีบ่งชัดว่า จำเลยกับพวกเป็นผู้ร้ายลักโครายนี้ จำเลยต้องมีความผิดฐานลักทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 605/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบุกรุกเคหสถานพร้อมอาวุธและการขู่เข็ญ ถือเป็นองค์ประกอบของความผิดฐานปล้นทรัพย์
จำเลยและพวกรวม 6 คน มีมีดเป็นศาตราวุธบุกรุกขึ้นเรือนเจ้าทรัพย์อย่างโครมครามในเวลาดึกประมาณ23.00น.และตีฝาปึงปังจนเพื่อนบ้านก็ได้ยิน ภริยาเจ้าทรัพย์กลัวต้องหนีไป การกระทำของจำเลยกับพวกทั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าเป็นการขู่เข็ญจะทำร้าย จำเลยย่อมมีความผิดฐานปล้นทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 605/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบุกรุกเคหสถานพร้อมอาวุธและการขู่เข็ญ ถือเป็นองค์ประกอบของความผิดฐานปล้นทรัพย์
จำเลยและพวกรวม 6 คน มีมีดเป็นสาตราวุธบุกรุกขึ้นเรือนเจ้าทรัพย์อย่างโครมครามในเวลาดึก ประมาณ 23.00 น.และตีฝาปึงปัง จนเพื่อนบ้าน ก็ได้ยิน ภริยาเจ้าทรัพย์กลัวต้องหนีไป การกระทำของจำเลยกับพวกทั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าเป็นการขู่เข็ญจะทำร้าย จำเลยย่อมมีความผิดฐานปล้นทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 592/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากศาลอุทธรณ์แก้ไขเล็กน้อยในประเด็นข้อเท็จจริง ทำให้ฎีกาต้องห้าม
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดิน 2 แปลงอันมีราคา 1500 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินแปลงหนึ่งเป็นของจำเลย ให้ขับไล่จำเลยออกจากที่อีกแปลงหนึ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าที่ดินทั้งหมดเป็นของโจทก์ ให้ขับไล่จำเลย จำเลยฎีกาและตั้งทุนทรัพย์ที่ดินที่ศาลชั้นต้นฟังว่าเป็นของจำเลยราคา 700 บาท ดังนี้ ศาลอุทธรณ์แก้ไขเล็กน้อย จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 248.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 592/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาต้องห้ามเมื่อศาลอุทธรณ์แก้ไขเล็กน้อยในประเด็นข้อเท็จจริง ทำให้จำเลยไม่สามารถอุทธรณ์ข้อเท็จจริงเดิมได้
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดิน 2 แปลงอันมีราคา 1,500 บาทศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินแปลงหนึ่งเป็นของจำเลย ให้ขับไล่จำเลยออกจากที่อีกแปลงหนึ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าที่ดินทั้งหมดเป็นของโจทก์ ให้ขับไล่จำเลย จำเลยฎีกาและตั้งทุนทรัพย์ที่ดินที่ศาลชั้นต้นฟังว่าเป็นของจำเลยราคา 700 บาท ดังนี้ ศาลอุทธรณ์แก้ไขเล็กน้อย จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 557/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ: ศาลฎีกายืนพิพากษาให้ยกฟ้อง เนื่องจากโจทก์ไม่โต้แย้งข้อเท็จจริงเดิม
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนโดยเจตนา ศาลชั้นต้นชี้ขาดข้อเท็จจริงว่า จำเลยใช้ปืนยิงผู้ตายเป็นการป้องกันตัว แต่กระทำเกินกว่าเหตุ ควรรับโทษ โจทก์ไม่อุทธรณ์ดังนี้ ชั้นฎีกาโจทก์จะกลับขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาหาได้ไม่
ผู้ตายมีพรรคพวก 5 คนพากันไปหน้าบ้านจำเลย ผู้ตายผลักบานประตูบ้านจำเลยเปิดออกและผู้ตายกับจำเลยพูดโต้เถียงกันจำเลยบอกให้ผู้ตายกลับไปเสียหายเมาจึงพูดกันใหม่ ผู้ตายไม่ยอมกลับ จำเลยปิดประตู ผู้ตายผลักบานประตูกระแทกจำเลยเซแล้วผู้ตายก้าวเท้าข้างหนึ่งล้ำเข้าไปในประตูและใช้มีดปลายแหลมจ้วงแทงจำเลย จำเลยหลบเสีย มีดจึงไม่ถูก ผู้ตายแทงซ้ำ จำเลยจึงใช้ปืนยิงผู้ตาย 2 นัดซ้อน ผู้ตายเซถอยแล้วล้มลงขาดใจตาย ดังนี้ ถือว่าจำเลยได้ทำการป้องกันชีวิตพอสมควรแก่เหตุ ไม่ควรลงโทษจำเลย
ผู้ตายมีพรรคพวก 5 คนพากันไปหน้าบ้านจำเลย ผู้ตายผลักบานประตูบ้านจำเลยเปิดออกและผู้ตายกับจำเลยพูดโต้เถียงกันจำเลยบอกให้ผู้ตายกลับไปเสียหายเมาจึงพูดกันใหม่ ผู้ตายไม่ยอมกลับ จำเลยปิดประตู ผู้ตายผลักบานประตูกระแทกจำเลยเซแล้วผู้ตายก้าวเท้าข้างหนึ่งล้ำเข้าไปในประตูและใช้มีดปลายแหลมจ้วงแทงจำเลย จำเลยหลบเสีย มีดจึงไม่ถูก ผู้ตายแทงซ้ำ จำเลยจึงใช้ปืนยิงผู้ตาย 2 นัดซ้อน ผู้ตายเซถอยแล้วล้มลงขาดใจตาย ดังนี้ ถือว่าจำเลยได้ทำการป้องกันชีวิตพอสมควรแก่เหตุ ไม่ควรลงโทษจำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 556/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยศาลอุทธรณ์: ขอบเขตการแก้ไขเล็กน้อยตาม ป.วิ.แพ่ง 248
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่นเขยิบเสาเรือนต้นสุดท้ายริมน้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย 2 ศอก และห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องขัดขวางโจทก์ที่จะใช้สิทธิบนเส้นทางเดินต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยรื้อถอนเสาเรือนและสิ่งกีดขวางเปิดทางให้ได้ความกว้าง 1 วา 22 นิ้ว ให้จำเลยทำทางทำสะพานให้เป็นไปตามสภาพเดิม ดังนี้ เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 248.