พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 505/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าพนักงานทุจริตต่อหน้าที่ กรณีภารโรงผู้ดูแลทรัพย์สินของราชการนำไปใช้ส่วนตัว
จำเลยรับราชการเป็นภารโรงในกองหนังสือสำคัญกรมที่ดินมีหน้าที่ดูแลรักษาความสะอาด ปิดเปิดประตูหน้าต่างดูแลรักษาทรัพย์สมบัติของทางราชการโดยทั่วไปในกองหนังสือสำคัญ จำเลยเลื่อนขึ้นรับเงินเดือนตำแหน่งเสมียน แต่ยังคงทำงานในหน้าที่ภารโรงตามเดิม จำเลยเป็นผู้ถือลูกกุญแจตู้ที่เก็บของ และถือลูกกุญแจห้องที่ไขตู้ด้วย เสมียนในกองหนังสือสำคัญเป็นผู้มอบทรัพย์ให้จำเลยดูแลรักษาตามคำสั่งหัวหน้ากอง จำเลยได้เอาทรัพย์สิ่งของต่างๆ อันเป็นของใช้ในราชการกองหนังสือสำคัญ ซึ่งเก็บไว้ในตู้เก็บของไป ดังนี้ จำเลยย่อมมีผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 503/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบข้าวสารลักลอบนำออกนอกราชอาณาจักร แม้จำเลยจะขายไปแล้ว ก็ยังสามารถบังคับตามกฎหมายได้
จำเลยมีผิดฐานลักลอบนำข้าวสาร 14 กระสอบ ราคา 1680 บาทออกไปนอกราชอาณาจักร และข้าวรายนี้กำลังอยู่ในความรักษาของเจ้าหน้าที่ในเมืองต่างประเทศ ดังนี้ ตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 29 ศาลย่อมพิพากษาให้ริบข้าวสาร 14 กระสอบได้ ถ้าจำเลยส่งข้าวสารไม่ได้ ก็ต้องใช้ราคาข้าวแทน
(ดูฎีกาที่ 742/2491)
(ดูฎีกาที่ 742/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 503/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบข้าวสารลักลอบออกนอกราชอาณาจักร แม้จำเลยจะขายไปแล้ว ศาลยังสามารถพิพากษาให้ริบราคาแทนได้
จำเลยมีผิดฐานลักลอบนำข้าวสาร 14 กระสอบ ราคา 1,680 บาทออกไปนอกราชอาณาจักร และข้าวรายนี้กำลังอยู่ในความรักษาของเจ้าหน้าที่ในเมืองต่างประเทศ ดังนี้ ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 29ศาลย่อมพิพากษาให้ริบข้าวสาร 14 กระสอบได้ ถ้าจำเลยส่งข้าวสารไม่ได้ ก็ต้องใช้ราคาข้าวแทน
(ดูฎีกาที่ 742/2491)
(ดูฎีกาที่ 742/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 495/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าตึกเพื่อประกอบการค้า ไม่เข้าข่ายเคหะตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ
จำเลยเช่าตึกพิพาทเพื่อประกอบการค้าตั้งโรงแรมและให้เช่าช่วง และจำเลยเข้าอยู่เพื่อประโยชน์แห่งการค้าของจำเลย ดังนี้ ตึกพิพาทไม่ใช่ เคหะ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ พ.ศ. 2489, 2490.
(อ้างฎีกา 1099/2491, 1147/2491)
(อ้างฎีกา 1099/2491, 1147/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 495/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าตึกเพื่อประกอบการค้า ไม่ถือเป็นเคหะภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ จึงไม่ได้รับการคุ้มครอง
จำเลยเช่าตึกพิพาทเพื่อประกอบการค้าตั้งโรงแรมและให้เช่าช่วงและจำเลยเข้าอยู่เพื่อประโยชน์แห่งการค้าของจำเลย ดังนี้ ตึกพิพาทไม่ใช่ เคหะ ตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ.2489,2490
(อ้างฎีกา 1099-1147/2491)
(อ้างฎีกา 1099-1147/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 492/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในที่ดินเมื่อเจ้าของไม่รู้เห็นสัญญาขายฝาก การโอนสิทธิโดยไม่สุจริต
เจ้าของที่ดินมีสิทธิครอบครองในที่สวนยางรายพิพาทมิได้รู้เห็นในการที่บุตรบุญธรรมของตนไปทำสัญญาขายฝากที่พิพาทแก่นาง ก. นาง ก. ย่อมไม่ได้สิทธิในที่รายนี้ ดังนี้ โจทก์ผู้รับโอนที่ดินไปจากนาง ก. ก็ย่อมไม่มีสิทธิดีกว่านาง ก. ผู้โอน ทั้งการโอนก็เป็นไปโดยไม่สุจริต รูปคดีไม่เข้าลักษณะมาตรา 1299,1300 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 492/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในที่ดิน: เจ้าของมีสิทธิครอบครอง บุตรบุญธรรมทำสัญญาโอนโดยไม่สุจริต ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่า
เจ้าของที่ดินมีสิทธิครอบครองในที่สวนยางรายพิพาทมิได้รู้เห็นในการที่บุตรบุญธรรมของตนไปทำสัญญาขายฝากที่พิพาทแก่นาง ก. ๆ ย่อมไม่ได้สิทธิในที่รายนี้ ดังนี้ โจทก์ผู้รับโอนที่ดินไปจากนาง ก. ก็ย่อมไม่มีสิทธิดีกว่านาง ก. ผู้โอน ทั้งการโอนก็เป็นไปโดยไม่สุจริต รูปคดีไม่เข้าลักษณะมาตรา 1299,1300 ป.ม.แพ่งฯ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าต่ออายุที่ไม่สมบูรณ์: หลีกเลี่ยงการทำสัญญาต่อเจ้าพนักงาน
ทำสัญญาเช่าที่ดินมีกำหนดเวลา 5 ปี ต่อเจ้าพนักงานกรมการอำเภอ หลังจากวันทำสัญญาฉะบับแรกได้ 1 ปี คู่สัญญาได้ตกลงกันทำสัญญาเช่าอีกฉะบับหนึ่ง มีข้อความว่าเมื่อครบกำหนด 5 ปีแล้วผู้ให้เช่ายอมให้ผู้เช่า, เช่าต่อไปอีก 3 ปี สัญญาฉะบับหลังทำกันเองและเขียนไว้หลังสัญญาฉะบับแรก ดังนี้ ถือว่าสัญญาเช่าที่ทำกันใหม่เพื่อขยายเวลาเช่าในสัญญาเดิมออกไป รวมกันเป็น 8 ปีนั้น เป็นการหลีกเลี่ยงการไปทำสัญญาเช่า ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ข้อตกลงกันใหม่ จึงไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ใช้ไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าต่ออายุที่ไม่สมบูรณ์: หลีกเลี่ยงการทำสัญญาต่อหน้าเจ้าพนักงาน
ทำสัญญาเช่าที่ดินมีกำหนดเวลา 5 ปี ต่อเจ้าพนักงานกรมการอำเภอหลังจากวันทำสัญญาฉบับแรกได้ 1 ปี คู่สัญญาได้ตกลงกันทำสัญญาเช่าอีกฉบับหนึ่ง มีข้อความว่าเมื่อครบกำหนด 5 ปีแล้วผู้ให้เช่ายอมให้ผู้เช่าเช่าต่อไปอีก 3 ปี สัญญาฉบับหลังทำกันเองและเขียนไว้หลังสัญญาฉบับแรกดังนี้ ถือว่าสัญญาเช่าที่ทำกันใหม่เพื่อขยายเวลาเช่าในสัญญาเดิมออกไป รวมกันเป็น 8 ปีนั้น เป็นการหลีกเลี่ยงการไปทำสัญญาเช่า ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ข้อตกลงกันใหม่ จึงไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ใช้ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 364/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารราชการและยักยอกเงินของแผ่นดินจากพนักงานคลังจังหวัด
จำเลยเป็นพนักงานดูเงินได้เพิ่มเติมตัวเลขและตัวหนังสือในฎีกาเบิกเงิน ย่อมเป็นความผิดฐานปลอมหนังสือสำคัญในราชการตามมาตรา 225
พนักงานดูเงินของแผนกคลังจังหวัด ซึ่งมีหน้าที่รับเงินจากผู้รักษาเงินเพื่อนำมาจ่ายให้แก่ผู้เบิก เมื่อยักยอกเงินที่รับมาเพื่อจ่ายแก่ผู้เบิกไป จึงเป็นความผิดฐานยักยอกเงินอันอยู่ในหน้าที่ มีความผิดตามมาตรา 131.
พนักงานดูเงินของแผนกคลังจังหวัด ซึ่งมีหน้าที่รับเงินจากผู้รักษาเงินเพื่อนำมาจ่ายให้แก่ผู้เบิก เมื่อยักยอกเงินที่รับมาเพื่อจ่ายแก่ผู้เบิกไป จึงเป็นความผิดฐานยักยอกเงินอันอยู่ในหน้าที่ มีความผิดตามมาตรา 131.