พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 364/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารราชการและยักยอกเงินของแผ่นดินจากพนักงานคลังจังหวัด
จำเลยเป็นพนักงานดูเงินได้เพิ่มเติมตัวเลขและตัวหนังสือในฎีกาเบิกเงิน ย่อมเป็นความผิดฐานปลอมหนังสือสำคัญในราชการตามมาตรา 225
พนักงานดูเงินของแผนกคลังจังหวัด ซึ่งมีหน้าที่รับเงินจากผู้รักษาเงินเพื่อนำมาจ่ายให้แก่ผู้เบิก เมื่อยักยอกเงินที่รับมาเพื่อจ่ายแก่ผู้เบิกไป จึงเป็นความผิดฐานยักยอกเงินอันอยู่ในหน้าที่ มีความผิดตามมาตรา 131.
พนักงานดูเงินของแผนกคลังจังหวัด ซึ่งมีหน้าที่รับเงินจากผู้รักษาเงินเพื่อนำมาจ่ายให้แก่ผู้เบิก เมื่อยักยอกเงินที่รับมาเพื่อจ่ายแก่ผู้เบิกไป จึงเป็นความผิดฐานยักยอกเงินอันอยู่ในหน้าที่ มีความผิดตามมาตรา 131.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 354/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ไขกฎหมายอาญาหลังกระทำผิด: ผลกระทบต่อการลงโทษจำเลย
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานกักกันข้าวในเขตต์ห้ามกักกันข้าว ในระหว่างพิจารณาได้มี พระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว (ฉะบับที่ 2) 2489 ออกใช้ ซึ่งบัญญัติว่าผู้มีข้าวเกินปริมาณจะมีผิดต่อเมื่อไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บข้าวภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนดซึ่งเป็นการแก้ไขกฎหมายฉะบับเดิมและเป็นคุณแก่จำเลย เมื่อการกระทำของจำเลยไม่มีผิดตาม ก.ม.ฉะบับหลัง ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 8
(อ้างฎีกาที่ 621-622 / 2491)
(อ้างฎีกาที่ 621-622 / 2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 354/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ไขกฎหมายหลังกระทำผิดและการยกฟ้องอาญาเนื่องจากกฎหมายใหม่เป็นคุณแก่จำเลย
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานกักกันข้าวในเขตห้ามกักกันข้าวในระหว่างพิจารณาได้มีพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว(ฉบับที่ 2)2489 ออกใช้ ซึ่งบัญญัติว่าผู้มีข้าวเกินปริมาณจะมีผิดต่อเมื่อไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บข้าวภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนดซึ่งเป็นการแก้ไขกฎหมายฉบับเดิมและเป็นคุณแก่จำเลย เมื่อการกระทำของจำเลยไม่มีผิดตามกฎหมายฉบับหลัง ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 8 (อ้างฎีกาที่ 621-622/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 351/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยานเอกสารผู้รับรองไม่ใช่หัวหน้ากรมกอง แต่คู่ความตรวจรับรองแล้ว ศาลรับฟังได้
ในคดีแพ่ง พะยานเอกสารแม้ผู้รับรองสำเนา มิได้เป็นหัวหน้ากรมกอง แต่ปรากฎว่าคู่ความได้ตรวจแล้วในชั้นพิจารณาและได้ลงชื่อรับรองว่า ไม่คัดค้าน ย่อมรับฟังได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 351/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยานเอกสารที่ผู้รับรองมิใช่หัวหน้ากรมกอง หากคู่ความตรวจแล้วและไม่คัดค้าน ศาลรับฟังได้
ในคดีแพ่ง พยานเอกสารแม้ผู้รับรองสำเนา มิได้เป็นหัวหน้ากรมกองแต่ปรากฏว่าคู่ความได้ตรวจแล้วในชั้นพิจารณาและได้ลงชื่อรับรองว่าไม่คัดค้าน ย่อมรับฟังได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 307/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบอกล้างนิติกรรมหลังพ้นกำหนดเวลาและอายุความ การทราบถึงการโอนกรรมสิทธิ
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการยกให้ที่ดิน จำเลยให้การต่อสู้ว่า "โจทก์ทราบการที่นางถมยายกที่ดินที่โจทก์ฟ้องนี้ให้เป็นกรรมสิทธิแก่ข้าพเจ้าถึง 5-6 ปีแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิจะฟ้องขอให้เพิกถอนหรือล้างนิติกรรมนี้ได้ตาม ก.ม. ฯลฯ" ดังนี้ พอจะเห็นได้ว่า จำเลยได้ยกอายุความขึ้นต่อสู้แล้ว.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 307/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความในการเพิกถอนนิติกรรมโอนทรัพย์สิน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์ทราบการโอนทรัพย์สินเกิน 1 ปี ทำให้ขาดสิทธิฟ้องเพิกถอน
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการยกให้ที่ดิน จำเลยให้การต่อสู้ว่า'โจทก์ทราบการที่นางถมยายกที่ดินที่โจทก์ฟ้องนี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่ข้าพเจ้า ถึง 5-6 ปีแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิจะฟ้องขอให้เพิกถอนหรือล้างนิติกรรมนี้ได้ตามกฎหมายฯลฯ' ดังนี้ พอจะเห็นได้ว่า จำเลยได้ยกอายุความขึ้นต่อสู้แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 296/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เบิกความเท็จเรื่องราคาซื้อขายม้า โจทก์ต้องพิสูจน์ราคาที่แท้จริง ไม่ใช่แค่หลักฐานการทำธุรกรรม
คดีหาว่าจำเลยเบิกความเท็จ ฟ้องตอนท้ายกล่าวว่า'ซึ่งความจริงจำเลยซื้อม้าดังกล่าวมาจากนายพานราคาเพียง 200 บาทเท่านั้น หาใช่ราคา 600 บาท ดังจำเลยเบิกความไม่' เมื่อโจทก์นำสืบไม่ได้ว่า ความจริงจำเลยซื้อม้าราคา 200 บาท ดังฟ้อง แต่โจทก์นำสืบเพียงว่าในต้นขั้วตั๋วพิมพ์รูปพรรณม้า ลงไว้ว่า ซื้อขายกันราคา 200 บาท เพียงเท่านี้ยังลงโทษจำเลย ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 296/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เบิกความเท็จ: โจทก์ต้องพิสูจน์ราคาซื้อขายจริงตามฟ้อง ไม่เพียงแค่หลักฐานในเอกสาร
คดีหาว่าจำเลยเบิกความเท็จ ฟ้องตอนท้ายกล่าวว่า "ซึ่งความจริงจำเลยซื้อม้าดังกล่าวมาจากนายพานราคาเพียง 200 บาทเท่านั้น หาใช่ราคา 600 บาทดังจำเลยเบิกความไม่" เมื่อโจทก์นำสืบไม่ได้ว่า ความจริงจำเลยซื้อม้าราคา 200 บาทดังฟ้อง แต่โจทก์นำสืบเพียงว่าในต้นขั้วตั๋วพิมพ์รูปพรรณม้า ลงไว้ว่า ซื้อขายกันราคา 200 บาท เพียงเท่านี้ ยังลงโทษจำเลยไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 269/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดพยายามนำข้าวสารออกนอกเขตห้าม และการจ่ายเงินรางวัลจาก พ.ร.บ.บำเหน็จในการปราบปราม
จำเลยเจตนาพาข้าวสารออกนอกเขตต์ห้ามกักกันข้าว แต่ถูกจับเสียก่อนออกนอกเขตต์ ต้องมีความผิดฐานพยายามนำข้าวออกนอกเขตต์
การนำข้าวสารติดเรือไปเพื่อรับประทานในระหว่างทางนั้น ย่อมไม่มีผิดฐานนำข้าวออกนอกเขตต์ตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว
เงินรางวัลในการจับกุมตาม พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิดนั้นบังคับให้จ่ายจากการขายของกลางหรือจากเงินค่าปรับที่ได้ชำระต่อศาล ศาลมีอำนาจสั่งจ่ายได้ หากระทบกระเทือนถึงจำเลยไม่
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลย แต่ไม่ได้ให้ริบข้าวของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามศาลชั้นต้น เมื่อศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำเลยจะริบของกลางด้วยไม่ได้เพราะเกินคำขอของโจทก์.
การนำข้าวสารติดเรือไปเพื่อรับประทานในระหว่างทางนั้น ย่อมไม่มีผิดฐานนำข้าวออกนอกเขตต์ตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว
เงินรางวัลในการจับกุมตาม พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิดนั้นบังคับให้จ่ายจากการขายของกลางหรือจากเงินค่าปรับที่ได้ชำระต่อศาล ศาลมีอำนาจสั่งจ่ายได้ หากระทบกระเทือนถึงจำเลยไม่
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลย แต่ไม่ได้ให้ริบข้าวของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามศาลชั้นต้น เมื่อศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำเลยจะริบของกลางด้วยไม่ได้เพราะเกินคำขอของโจทก์.