คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
นนทปัญญา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 128/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สำเนาพินัยกรรมที่ทนายความเบิกความยืนยันความถูกต้อง ใช้แทนต้นฉบับที่สูญหายได้
เคยพิพาทกันเรื่องพินัยกรรม์และได้ส่งต้นฉะบับพินัยกรรมต่อศาล คู่ความในคดีนั้นได้ขอคืนไปจากศาลแล้วตัวก็มาตาย เป็นอันเรียกมาเป็นพะยานในคดีใหม่ไม่ได้ แต่คงมีสำเนาอยู่ในสำนวนแม้ในสำเนาฉะบับนั้น จะมิได้มีลายเซ็นชื่อรับรองไว้ก็ดี ทนายความผู้คัดสำเนาพินัยกรรม์ฉะบับนั้น ก็ได้มาเบิกความยืนยันว่าพะยานได้คัดถูกต้องตรงกับต้นฉะบับแล้ว ดังนี้ ย่อมฟังได้ว่าสำเนาพินัยกรรม์นั้นเป็นสำเนาอันถูกต้อง ตรงกับต้นฉะบับแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแจ้งความเท็จเรื่องมรดก: จำเลยต้องรู้ว่าโจทก์เป็นบุตรผู้ตาย จึงถือว่าจงใจแจ้งเท็จได้
ในคดีที่โจทก์อ้างว่าเป็นบุตรผู้ตาย หาว่าจำเลยแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินในการขอรับมฤดกที่ดินโดยกล่าวว่าผู้ตายไม่มีบุตร ไม่มีเมียนั้น เมื่อคดีไม่มีเหตุพอจะฟังว่าจำเลยได้รู้ว่าโจทก์เป็นบุตรผู้ตาย ก็ถือไม่ได้ว่า จำเลยจงใจแจ้งเท็จ จำเลยย่อมไม่มีผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแจ้งเท็จเพื่อรับมรดก: จำเลยต้องรู้ว่าโจทก์เป็นบุตรผู้ตายจึงมีผิด
ในคดีที่โจทก์อ้างว่าเป็นบุตรผู้ตาย หาว่าจำเลยแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินในการขอรับมรดกที่ดินโดยกล่าวว่าผู้ตายไม่มีบุตรไม่มีเมียนั้น เมื่อคดีไม่มีเหตุพอจะฟังว่าจำเลยได้รู้ว่าโจทก์เป็นบุตรผู้ตายก็ถือไม่ได้ว่า จำเลยจงใจแจ้งเท็จ จำเลยย่อมไม่มีผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 73/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำช่วยขนย้ายทรัพย์สินหนีไฟ ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย ฐานลักทรัพย์ หรือรับของโจรข้อเท็จจริงได้ความว่า ของกลางที่จับได้จากบ้านจำเลย เป็นของที่จำเลยช่วยขนหนีอัคคีภัยมาเก็บรักษาไว้ตามคำขอร้องของเจ้าทรัพย์การกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 73/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำที่ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์/รับของโจร เมื่อช่วยเหลือขนย้ายทรัพย์สินจากเหตุอัคคีภัยตามคำขอ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย ฐานลักทรัพย์ หรือรับของโจร ข้อเท็จจริงได้ความว่า ของกลางที่จับได้จากบ้านจำเลย เป็นของที่จำเลยช่วยขนหนีอัคคีภัยมาเก็บรักษาไว้ตามคำขอร้องของเจ้าทรัพย์ การกระทำของจำเลยไม่เป็นผิด ฐานลักทรัพย์ หรือรับของโจร.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนับ 'ครั้ง' ตาม พ.ร.บ.กักกันผู้ร้าย: พิจารณาจากคำพิพากษา ไม่ใช่การพ้นโทษ
คำว่า ครั้ง ในมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ. กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย หมายถึง ครั้งตามคำพิพากษา ไม่ใช่ครั้งแห่งการหลุดพ้นโทษจำคุกมาแล้ว
(อ้างฎีกาที่ 1514/82)
จำเลยต้องคำพิพากษาจำคุก ฐานพยายามลักทรัพย์ พ้นโทษมาแล้ว ได้ต้องคำพิพากษาจำคุกฐานลักทรัพย์ แต่ต้องจำคุกไม่ครบกำหนดโทษ ได้หลบหนีเรือนจำมากระทำผิดฐานลักทรัพย์อีก ดังนี้ มีเหตุสมควรที่จะใช้ พ.ร.บ. กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายแก่จำเลยเพราะประพฤติตนเป็นโจรเสมอมานับได้ว่ามีสันดานเป็นผู้ร้าย./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้ พ.ร.บ.กักกันผู้ร้าย: 'ครั้ง' หมายถึงคำพิพากษา ไม่ใช่การหลุดพ้นโทษ
คำว่า ครั้ง ในมาตรา 8แห่ง พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย หมายถึง ครั้งตามคำพิพากษา ไม่ใช่ ครั้ง แห่งการหลุดพ้นโทษจำคุกมาแล้ว (อ้างฎีกาที่ 1514/2482)
จำเลยต้องคำพิพากษาจำคุก ฐานพยายามลักทรัพย์ พ้นโทษมาแล้วได้ต้องคำพิพากษาจำคุกฐานลักทรัพย์ แต่ต้องจำคุกไม่ครบกำหนดโทษได้หลบหนีเรือนจำมากระทำผิดฐานลักทรัพย์อีกดังนี้ มีเหตุสมควรที่จะใช้พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายแก่จำเลยเพราะประพฤติตนเป็นโจรเสมอมานับได้ว่า มีสันดานเป็นผู้ร้าย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 52/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าตึกเพื่ออยู่อาศัยหรือประกอบธุรกิจ: การคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าตึกพิพาทเพื่อประกอบการค้าเป็นส่วนใหญ่ ขอให้ขับไล่ แต่โจทก์ยอมรับว่าจำเลยได้อยู่อาศัยในที่เช่าด้วย ดังนี้ มีประเด็นเป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องพิจารณาว่าตึงพิพาทที่จำเลยเช่าอยู่นี้ จำเลยได้เช่าเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยหรือเพียงแต่อยู่ในฐานะเพื่อประกอบธุรกิจการค้า หรืออุตสาหกรรมเพราะถ้าจำเลยเข้าอยู่ตามความในวรรคหลัง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ
(อ้างฎีกาที่ 1099-1147/91)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 52/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าตึกเพื่ออยู่อาศัยหรือประกอบธุรกิจ: การคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าตึกพิพาทเพื่อประกอบการค้าเป็นส่วนใหญ่ขอให้ขับไล่ แต่โจทก์ยอมรับว่าจำเลยได้อยู่อาศัยในที่เช่าด้วยดังนี้ มีประเด็นเป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องพิจารณาต่อไปว่าตึกพิพาทที่จำเลยเช่าอยู่นี้จำเลยได้เช่าเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยหรือเพียงแต่อยู่ในฐานะเพื่อประกอบธุรกิจการค้า หรืออุตสาหกรรม เพราะถ้าจำเลยเข้าอยู่ตามความในวรรคหลังพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ก็ไม่คุ้มครองจำเลย (อ้างฎีกาที่ 1099/2491,1147/2491)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การคุ้มครองสัญญาเช่าที่อยู่อาศัยตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า และขอบเขตการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า ห้องรายพิพาทจำเลยใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองจาก พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯโจทก์ย่อมฎีกาไม่ได้ เพราะเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2490 ใช้บังคับได้ไม่ขัดต่อบทรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด เพราะบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญไม่มีบทห้ามการใช้กฎหมายให้มีผลย้อนหลังในทางแพ่ง
of 282