พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องไม่ถูกต้องตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หากศาลดำเนินกระบวนการสืบพยานไปแล้ว ต้องยกฟ้อง
ฟ้องที่มิได้ลงชื่อโจทก์นั้นเป็นฟ้องไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(7)
ศาลชั้นต้นได้สั่งประทับฟ้องที่ไม่ถูกต้องไว้ และดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์ไปแล้ว คงเหลือแต่พนักงานสอบสวนอีกปากเดียว ความจึงปรากฏจากคำร้องของจำเลยว่าโจทก์ไม่ได้ลงชื่อในฟ้องดังนี้จึงมีวิธีที่ศาลจะปฏิบัติตามมาตรา 161 ได้อีกทางเดียวคือให้ยกฟ้องเสีย(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/92)
ศาลชั้นต้นได้สั่งประทับฟ้องที่ไม่ถูกต้องไว้ และดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์ไปแล้ว คงเหลือแต่พนักงานสอบสวนอีกปากเดียว ความจึงปรากฏจากคำร้องของจำเลยว่าโจทก์ไม่ได้ลงชื่อในฟ้องดังนี้จึงมีวิธีที่ศาลจะปฏิบัติตามมาตรา 161 ได้อีกทางเดียวคือให้ยกฟ้องเสีย(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/92)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ทางจำเป็น vs. ภาระจำยอม: ศาลพิจารณาจากข้อเท็จจริงและหนังสืออนุญาตของสามี แม้มีคำขอภาระจำยอมแต่ไม่ได้บรรยายเหตุ
จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นหญิงมีสามี ไม่อาจดำเนินคดีฟ้องร้องโดยลำพังตนเองได้เท่านั้น จำเลยไม่ได้คัดค้านว่า ไม่ได้รับอนุญาตจากสามี หรือหนังสืออนุญาตใช้ไม่ได้ เพราะเหตุใด เมื่อศาลพอใจในความสามารถของโจทก์ตามหนังสืออนุญาตของสามีโจทก์ที่ติดมาท้ายฟ้องแล้วเป็นอันฟังได้ว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องคดี ไม่จำต้องนำสืบอีก
โจทก์บรรยายฟ้องเรื่องทางจำเป็นและมีคำขอเรื่องภารจำยอมอยู่ท้ายฟ้อง แต่โจทก์มิได้บรรยายในฟ้องว่าเป็นทางภารจำยอมเพราะเหตุใด ย่อมต้องถือว่าโจทก์ฟ้องคดีในเรื่องทางจำเป็นอย่างเดียว
แม้เจ้าของที่ดิน ซึ่งตกอยู่ในที่ล้อมจะมีทั้งสิทธิที่จะผ่านที่ดินของผู้อื่นและหน้าที่ชดใช้ค่าทดแทนให้แก่เขาก็ดี มาตรา 1349 ไม่ได้บังคับให้ปฏิบัติหน้าที่เสียก่อนแล้วจึงใช้สิทธิได้ ฉะนั้นเมื่อจำเลย ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิเรียกค่าทดแทนยังไม่เรียกร้องเอาค่าทดแทนขึ้นมาในคดีนี้ คดีก็ไม่มีประเด็นจะให้ศาลวินิจฉัยถึง (อ้างฎีกา 311/2489)
พิพาทกันเรื่องทางเดินวิวาทซึ่งรับกันว่าที่ดินของโจทก์ตกอยู่ในที่ล้อม ที่ดินของจำเลยได้ล้อมอยู่ แม้โจทก์จะระบุเลขโฉนดผิด ก็ไม่เป็นการเสียหายแก่รูปคดีอย่างไร
โจทก์ฟ้องขอให้เปิดทางจำเป็น ศาลชั้นต้นฟังว่าเป็นทางภารจำยอมศาลอุทธรณ์ฟังว่าเป็นทางภารจำยอมและทางจำเป็นพิพากษาให้เปิดทางจำเป็นคู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงได้
โจทก์บรรยายฟ้องเรื่องทางจำเป็นและมีคำขอเรื่องภารจำยอมอยู่ท้ายฟ้อง แต่โจทก์มิได้บรรยายในฟ้องว่าเป็นทางภารจำยอมเพราะเหตุใด ย่อมต้องถือว่าโจทก์ฟ้องคดีในเรื่องทางจำเป็นอย่างเดียว
แม้เจ้าของที่ดิน ซึ่งตกอยู่ในที่ล้อมจะมีทั้งสิทธิที่จะผ่านที่ดินของผู้อื่นและหน้าที่ชดใช้ค่าทดแทนให้แก่เขาก็ดี มาตรา 1349 ไม่ได้บังคับให้ปฏิบัติหน้าที่เสียก่อนแล้วจึงใช้สิทธิได้ ฉะนั้นเมื่อจำเลย ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิเรียกค่าทดแทนยังไม่เรียกร้องเอาค่าทดแทนขึ้นมาในคดีนี้ คดีก็ไม่มีประเด็นจะให้ศาลวินิจฉัยถึง (อ้างฎีกา 311/2489)
พิพาทกันเรื่องทางเดินวิวาทซึ่งรับกันว่าที่ดินของโจทก์ตกอยู่ในที่ล้อม ที่ดินของจำเลยได้ล้อมอยู่ แม้โจทก์จะระบุเลขโฉนดผิด ก็ไม่เป็นการเสียหายแก่รูปคดีอย่างไร
โจทก์ฟ้องขอให้เปิดทางจำเป็น ศาลชั้นต้นฟังว่าเป็นทางภารจำยอมศาลอุทธรณ์ฟังว่าเป็นทางภารจำยอมและทางจำเป็นพิพากษาให้เปิดทางจำเป็นคู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ทางจำเป็น-ภาระจำยอม: การฟ้องร้องขอเปิดทางผ่านที่ดิน และประเด็นค่าทดแทน
จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นหญิงมีสามี ไม่อาจดำเนินคดีฟ้องร้องโดยลำพังตนเองได้เท่านั้น จำเลยไม่ได้คัดค้านว่า ไม่ได้รับอนุญาตจากสามี หรือหนังสืออนุญาตใช้ไม่ได้เพราะเหตุใด เมื่อศาลพอใจในความสามารถของโจทก์ตามหนังสืออนุญาตของสามีโจทก์ที่ติดมาท้ายฟ้องแล้ว เป็นอันฟังได้ว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องคดี ไม่จำเป็นต้องนำสืบอีก
โจทก์บรรยายฟ้องเรื่องทางจำเป็นและมีคำขอเรื่องภาระจำยอมอยู่ท้ายฟ้อง แต่โจทก์มิได้บรรยายในฟ้องว่า เป็นภาระจำยอมเพราะเหตุใด ย่อมต้องถือว่าโจทก์ฟ้องคดีในเรื่องทางจำเป็นอย่างเดียว
แม้เจ้าของที่ดิน ซึ่งตกอยู่ในที่ล้อมจะมีทั้งสิทธิที่จะผ่านที่ดินของผู้อื่นและทำหน้าที่ชดใช้ค่าทดแทนให้แก่เขาก็ดี มาตรา 1349 ไม่ได้บังคับให้บังคับให้ปฏิบัติหน้าที่เสียก่อนแล้วจึงใช้สิทธิได้ ฉะนั้นเมื่อ
จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิเรียกค่าทดแทนยังไม่เรียกร้องเอาค่าทดแทนขึ้นมาในคดีนี้ คดีก็ไม่มีประเด็นที่จะให้ศาลวินิจฉัยถึง.
( อ้างฎีกา 311/89 )
โจทก์บรรยายฟ้องเรื่องทางจำเป็นและมีคำขอเรื่องภาระจำยอมอยู่ท้ายฟ้อง แต่โจทก์มิได้บรรยายในฟ้องว่า เป็นภาระจำยอมเพราะเหตุใด ย่อมต้องถือว่าโจทก์ฟ้องคดีในเรื่องทางจำเป็นอย่างเดียว
แม้เจ้าของที่ดิน ซึ่งตกอยู่ในที่ล้อมจะมีทั้งสิทธิที่จะผ่านที่ดินของผู้อื่นและทำหน้าที่ชดใช้ค่าทดแทนให้แก่เขาก็ดี มาตรา 1349 ไม่ได้บังคับให้บังคับให้ปฏิบัติหน้าที่เสียก่อนแล้วจึงใช้สิทธิได้ ฉะนั้นเมื่อ
จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิเรียกค่าทดแทนยังไม่เรียกร้องเอาค่าทดแทนขึ้นมาในคดีนี้ คดีก็ไม่มีประเด็นที่จะให้ศาลวินิจฉัยถึง.
( อ้างฎีกา 311/89 )
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความเพียงพอของฟ้องคดีปล้นทรัพย์ ไม่ต้องระบุรายละเอียดทรัพย์สิน
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยพยายามปล้นทรัพย์ เป็นที่เข้าใจว่าในบ้านเจ้าทรัพย์ย่อมมีทรัพย์หลายสิ่งหลายอย่าง ถ้าระบุก็มากมายเกินความจำเป็นจำเลยย่อมเข้าใจฟ้องได้ดี ไม่จำต้องระบุว่าเป็นทรัพย์อะไรราคาเท่าใด ฟ้องของโจทก์ย่อมถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความเพียงพอของฟ้องคดีปล้นทรัพย์ - ไม่จำต้องระบุรายละเอียดทรัพย์สิน
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยพยายามปล้นทรัพย์ เป็นที่เข้าใจว่าในบ้านเจ้าทรัพย์ย่อมมีทรัพย์หลายสิ่งหลายอย่าง ถ้าระบุก็มากมายเกินความจำเป็น จำเลยย่อมเข้าใจฟ้องได้ดี ไม่จำต้องระบุว่าเป็นทรัพย์อะไรราคาเท่าใด ฟ้องของโจทก์ย่อมถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1236/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจผู้จัดการมรดกขายทรัพย์มรดก ทายาทผูกพันตามการซื้อขายสุจริต
ผู้ตายทำพินัยกรรมยกที่ดินให้เด็ก และตั้งบิดาของเด็กเป็นผู้จัดการมรดกบิดาลงชื่อในโฉนดในฐานะผู้จัดการมรดกแล้วโอนขายที่ดินนั้นให้แก่บุคคลภายนอกซึ่งรับโอนทางทะเบียนไปโดยสุจริต ดังนี้เด็กย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจการทั้งหลายอันผู้จัดการมรดกได้ทำไปภายในขอบอำนาจในฐานะที่เป็นผู้จัดการมรดก เด็กจะนำมาฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนไม่ได้
ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 32/2491
ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 32/2491
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1236/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจผู้จัดการมฤดกขายทรัพย์มฤดกและผลผูกพันต่อทายาท ผู้รับซื้อสุจริต
ผู้ตายทำพินัยกรรม์ยกที่ดินให้เด็ก และตั้งบิดาของเด็กเป็นผู้จัดการมฤดก
บิดาลงชื่อในโฉนดในฐานะผู้จัดการมฤดกแล้วโอนขายที่ดินนั้นมห้แก่บุคคลภายนอกซึ่งรับโอนทางทะเบียนไปโดยสุจริต ดังนี้เด็กย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจกรรมทั้งหลายอนผู้จัดการมฤดกได้ทำไปภายในขอบอำนาจในฐานะที่เป็นผู้จัดการมฤดก เด็กจะนำมาฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนไม่ได้.
บิดาลงชื่อในโฉนดในฐานะผู้จัดการมฤดกแล้วโอนขายที่ดินนั้นมห้แก่บุคคลภายนอกซึ่งรับโอนทางทะเบียนไปโดยสุจริต ดังนี้เด็กย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจกรรมทั้งหลายอนผู้จัดการมฤดกได้ทำไปภายในขอบอำนาจในฐานะที่เป็นผู้จัดการมฤดก เด็กจะนำมาฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1233-1235/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าก่อนพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า: การขึ้นค่าเช่าตามสัญญาที่ทำไว้ไม่ขัดกฎหมาย
จำเลยเช่าห้องของโจทก์อยู่อาศัยและทำการค้าตั้งแต่ก่อนใช้พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ.2486 โจทก์จำเลยได้ทำสัญญากันฉบับหนึ่งเมื่อตุลาคม 2488 ความว่า ให้ขยายเวลาเช่าให้จำเลยต่อไปอีก 12 เดือน ค่าเช่าตามเดิม และถ้าในเดือนตุลาคม 2489 จำเลยยังคงอยู่ในที่เช่าต่อไป จำเลยจะต้องเสียค่าเช่าเพิ่มให้โจทก์เป็นเดือนละ 100 บาท สัญญานี้สมบูรณ์ใช้ได้ตามกฎหมาย เพราะในวันทำสัญญานั้น ไม่มีกฎหมายใดห้ามไม่ให้ขึ้นค่าเช่า ถ้าการเช่ามิได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า 2488 และคดีไม่มีทางจะยกเอาพระราชบัญญัติ ปี 2489 และ 2490 มาบังคับกับสัญญานี้ เพราะได้ทำกันไว้ก่อนแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1233-1235/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าก่อนมี พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า: สิทธิในการปรับขึ้นค่าเช่า
จำเลยเช่าห้องของโจทก์อยู่อาศัยและทำการค้าตั้งแต่ก่อนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ. 2486 โจทก์จำเลยได้ทำสัญญากันฉบับหนึ่งเมื่อ-ตุลาคม 2488 ความว่า ให้ขยายเวลาเช่าให้จำเลยต่อไปอีก 12 เดือน ค่าเช่าตามเดิม และในเดือนตุลาคม 2489 จำเลยยังคงอยู่ในที่เช่าต่อไป จำเลยจะต้องเสียค่าเช่าเพิ่มให้โจทก์เป็นเดือนละ 100 บาท สัญญานี้สมบูรณ์ใช้ได้ตามกฎหมาย เพราะในวันทำสัญญานั้น ไม่มีกฎหมายใดห้ามไม่ให้ขึ้นค่าเช่า ถ้าการเช่ามิได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า 2488 และ คดีไม่มีทางจะยกเอา พ.ร.บ.ปี 2489 และ2490 มาบังคับกับสัญญานี้ เพราะได้ทำกันไว้ก่อนแล้ว.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1228/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าช่วง, สิทธิผู้เช่า, การบอกเลิกสัญญาเช่า, และผลของ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
ฟ้องของโจทก์กล่าวว่าเจ้าของเดิมโอนที่ให้โจทก์เมื่อเดือนธันวาคม 2488และนับตั้งแต่ ธันวาคม 2488เป็นต้นมา โจทก์ได้ทราบภายหลังว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เช่าได้กระทำผิดกฎหมายการเช่าและผิดสัญญาการเช่าหลายประการดังนี้ ต้องแปลว่าโจทก์หาว่าจำเลยได้ทำผิดสัญญาตั้งแต่ ธันวาคม 2488 เป็นต้นมา
โจทก์ขอให้จำเลยออกจากห้องเช่า จำเลยมีหนังสือถึงโจทก์ใจความว่า ไม่สามารถจะปฏิบัติตามความประสงค์ของโจทก์ จำเลยจะอยู่ต่อไปจนสิ้นอายุสัญญาเช่า ดังนี้ ข้อความในหนังสือไม่ได้แสดงความยินยอมเลิกใช้ทรัพย์ตามความหมายในพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า
จำเลยเช่าตึกแถวแล้วนำรถยนต์และน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปเก็บไว้ในตึกแถวนั้น เมื่อสัญญาไม่ได้ระบุห้ามไว้จะถือว่าผิดสัญญาไม่ได้
โจทก์ขอให้จำเลยออกจากห้องเช่า จำเลยมีหนังสือถึงโจทก์ใจความว่า ไม่สามารถจะปฏิบัติตามความประสงค์ของโจทก์ จำเลยจะอยู่ต่อไปจนสิ้นอายุสัญญาเช่า ดังนี้ ข้อความในหนังสือไม่ได้แสดงความยินยอมเลิกใช้ทรัพย์ตามความหมายในพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า
จำเลยเช่าตึกแถวแล้วนำรถยนต์และน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปเก็บไว้ในตึกแถวนั้น เมื่อสัญญาไม่ได้ระบุห้ามไว้จะถือว่าผิดสัญญาไม่ได้