พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1204/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หน้าที่นำสืบในคดีบุกรุก: ผู้กล่าวอ้างเป็นเจ้าของต้องพิสูจน์ก่อน หากฝ่ายครอบครองอ้างสิทธิแต่แรก
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้ามาทำนาในที่ของโจทก์อันเป็นที่นามือเปล่าจำเลยให้การว่าที่เป็นของจำเลยให้บุตรจำเลย ซึ่งเป็นสามีโจทก์อาศัยทำกินเมื่อปรากฏว่าจำเลยเป็นฝ่ายครอบครองที่รายพิพาทในขณะนี้ ดังนี้เมื่อโจทก์อ้างว่าตนเป็นเจ้าของก็ต้องนำสืบก่อน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1182/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องซ้ำในคดีขับไล่: ศาลชี้ขาดประเด็นความเป็นเจ้าของที่ดินแล้ว แม้ไม่ได้ตัดสินว่าที่ดินเป็นของจำเลยหรือไม่
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยครั้งหนึ่ง ศาลพิพากษายกฟ้องเพราะโจทก์สืบไม่ได้ความแน่นอนว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน โจทก์จึงกลับมาฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินรายเดียวกันอีก ดังนี้ เป็นการฟ้องซ้ำเพราะเมื่อโจทก์สืบไม่สมตามคำฟ้อง ศาลก็พิพากษายกฟ้องได้ โดยไม่จำเป็นต้องชี้ขาดว่า ที่ดินนั้นเป็นของจำเลยหรือของใคร จึงถือได้ว่าในคดีก่อนศาลได้ชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1182/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องซ้ำในคดีขับไล่: ศาลชี้ขาดประเด็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แล้ว แม้ไม่ตัดสินว่าที่ดินเป็นของใคร
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยครั้งหนึ่ง ศาลพิพากษายกฟ้อง เพราะโจทก์สืบไม่ได้ความแน่นอนว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน โจทก์จึงกลับมาฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินรายเดียวกันอีก ดังนี้เป็นการฟ้องซ้ำ เพราะเมื่อโจทก์สืบไม่สมตามคำฟ้อง ศาลก็พิพากษายกฟ้องได้ โดยไม่จำเป็นต้องชี้ขาดว่า ที่ดินนั้นเป็นของจำเลยหรือของใคร จึงถือได้ว่า ในคดีก่อนศาลได้ชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1181/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงยอมความในคดีอาญาแผ่นดินแลกกับทรัพย์สินเป็นโมฆะ เพราะขัดต่อความสงบเรียบร้อย
โจทก์ถอนฟ้องคดีอาญาแผ่นดิน โดยมีข้อตกลงว่า โจทก์ยอมรับเอาส่วนแบ่งในที่ดินเป็นการตอบแทน ข้อตกลงนั้นเป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อย จึงเป็นโมฆะตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 113.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1181/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงถอนฟ้องคดีอาญาแผ่นดินเพื่อแลกกับทรัพย์สิน เป็นโมฆะเนื่องจากขัดต่อความสงบเรียบร้อย
โจทก์ถอนฟ้องคดีอาญาแผ่นดิน โดยมีข้อตกลงว่า โจทก์ยอมรับเอาส่วนแบ่งในที่ดินเป็นการตอบแทน ข้อตกลงนั้นเป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อย จึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1179/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตความผิด พ.ร.บ.ควบคุมสินค้า, พ.ร.บ.สำรวจข้าว, และการขนย้ายสินค้าผ่านเขตควบคุม
พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน กับ พ.ร.บ.การค้าข้าว มีวัตถุประสงค์คนละอย่าง หาได้ขัดแย้งหรือทับกันไม่ ผู้ใดฝ่าฝืนประกาศของเจ้าพนักงานซึ่งออกอาศัยอำนาจ พ.ร.บ.ฉบับไหน ก็ต้องมีผิดตาม พ.ร.บ.ฉบับนั้น
จำเลยขนย้ายรำจากจังหวัดนอกเขตต์กักกันข้าว พาผ่านจังหวัดอันเป็นเขตต์กักกันข้าว ออกไปอีกจังหวัดหนึ่ง ดังนี้ ไม่มีผิดตามพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว
(อ้างฎีกาที่ 506 - 507/2491)
จำเลยขนย้ายรำจากจังหวัดนอกเขตต์กักกันข้าว พาผ่านจังหวัดอันเป็นเขตต์กักกันข้าว ออกไปอีกจังหวัดหนึ่ง ดังนี้ ไม่มีผิดตามพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว
(อ้างฎีกาที่ 506 - 507/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1179/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขนย้ายสินค้าข้ามเขตควบคุมและการตีความอำนาจตามกฎหมายหลายฉบับ
พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่นๆ ในภาวะคับขันกับ พระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว และ พระราชบัญญัติการค้าข้าวมีวัตถุประสงค์คนละอย่าง หาได้ขัดแย้ง หรือทับกันไม่ ผู้ใดฝ่าฝืนประกาศของเจ้าพนักงานซึ่งออกอาศัยอำนาจ พระราชบัญญัติ ฉบับไหน ก็ต้องมีผิดตามพระราชบัญญัติ ฉบับนั้น
จำเลยขนย้ายรำจากจังหวัดนอกเขตกักกันข้าว พาผ่านจังหวัดอันเป็นเขตกักกันข้าว ออกไปอีกจังหวัดหนึ่ง ดังนี้ ไม่มีผิดตามพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว (อ้างฎีกาที่506-507/2491)
จำเลยขนย้ายรำจากจังหวัดนอกเขตกักกันข้าว พาผ่านจังหวัดอันเป็นเขตกักกันข้าว ออกไปอีกจังหวัดหนึ่ง ดังนี้ ไม่มีผิดตามพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว (อ้างฎีกาที่506-507/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1173/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการควบคุมข้าวเปลือกตาม พรบ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว: กรณีข้าวเสื่อมสภาพใช้บริโภคไม่ได้
คำว่าข้าวเปลือกใน พระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าวมุ่งหมายถึงข้าวเปลือกที่จะนำไปสีเป็นข้าวสารให้มนุษย์ใช้เป็นอาหารบริโภคได้
ข้าวเปลือกที่แปรสภาพไปจนใช้เป็นอาหารสำหรับมนุษย์ไม่ได้แล้วไม่อยู่ในความควบคุมของพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว
ข้าวเปลือกที่แปรสภาพไปจนใช้เป็นอาหารสำหรับมนุษย์ไม่ได้แล้วไม่อยู่ในความควบคุมของพระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1173/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตของคำว่า 'ข้าวเปลือก' ตาม พ.ร.บ. สำรวจและห้ามกักกันข้าว: ข้าวที่เสื่อมสภาพจนใช้บริโภคไม่ได้ ไม่อยู่ภายใต้กฎหมาย
คำว่าข้าวเปลือกใน พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว มุ่งหมายถึงข้าวเปลือกที่จะนำไปสีเป็นข้าวสารให้มนุษย์ใช้เป็นอาหารบริโภคได้
ข้าวเปลือกที่แปรสภาพไปจนใช้เป็นอาหารสำหรับมนุษย์ไม่ได้แล้ว ไม่อยู่ในความควบคุมของ พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว
ข้าวเปลือกที่แปรสภาพไปจนใช้เป็นอาหารสำหรับมนุษย์ไม่ได้แล้ว ไม่อยู่ในความควบคุมของ พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1172/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การควบคุมสินค้า: ฟ้องไม่สมบูรณ์หากไม่แสดงประกาศควบคุมสินค้าในฟ้อง
การควบคุมสิ่งของตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯ นั้น คณะกรรมการตาม พ.ร.บ.นี้ จะต้องประกาศเสียก่อนว่า สิ่งของใดบ้างอยู่ในความควบคุม แล้วจึงจะแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการต่อไป สิ่งของใดบ้างที่คณะกรรมการประกาศควบคุมนั้นเป็นข้อเท็จจริง ซึ่งโจทก์จะต้องบรรยายมาในฟ้อง คดีนี้ฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายถึงความข้อนี้ ทั้งไม่ได้คัดสำเนาประกาศของคณะกรรมการมาท้ายฟ้อง ซึ่งพอจะถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องด้วย เป็นแต่เพียงอ้างชื่อประกาศลงไว้ท้ายฟ้องเท่านั้น จึงไม่เป็นการเพียงพอ ไม่เป็นฟ้องที่สมบูรณ์อันจะลงโทษจำเลยได้