พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1172/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การควบคุมสินค้าตามกฎหมาย จำเป็นต้องมีประกาศควบคุมสินค้าก่อนแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ และต้องระบุในฟ้อง
การควบคุมสิ่งของตาม พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯนั้นคณะกรรมการตาม พระราชบัญญัติ นี้จะต้องประกาศเสียก่อนว่า สิ่งของใดบ้างอยู่ในความควบคุม แล้วจึงจะแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการต่อไปสิ่งของใดบ้างที่คณะกรรมการประกาศควบคุมนั้นเป็นข้อเท็จจริง ซึ่งโจทก์จะต้องบรรยายมาในฟ้อง คดีนี้ฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายถึงความข้อนี้ ทั้งไม่ได้คัดสำเนาประกาศของคณะกรรมการมาท้ายฟ้อง ซึ่งพอจะถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องด้วย เป็นแต่เพียงอ้างชื่อประกาศลงไว้ท้ายฟ้องเท่านั้น จึงไม่เป็นการเพียงพอ ไม่เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ อันจะลงโทษจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1154/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในที่ดินจากการครอบครองต่อเนื่อง แม้ไม่มีการโอนโฉนด
บิดาจำเลยได้ขายนาให้แก่มารดาโจทก์เมื่อ 20 ปีเศษแล้ว โดยทำหนังสือสัญญาซื้อขายกันเอง ตกลงกันจะไปโอนโฉนดในภายหลังได้มอบโฉนดและการครอบครองให้แก่ผู้ซื้อทำกินเป็นเจ้าของตลอดมาต่อมาขโมยลักโฉนดนี้ไป เลยไม่ได้โอนโฉนดกัน ดังนี้ โจทก์ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในทางครอบครองตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1154/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิจากการครอบครองโดยอายุความและการซื้อขายมีเงื่อนไข
บิดาจำเลยได้ขายนาให้แก่มารดาโจทก์เมื่อ 20 ปีเศษแล้ว โดยทำหนังสือสัญญาซื้อขายกันเอง ตกลงกันจะไปโอนโฉนดในภายหลัง ได้มอบโฉนดและการครอบครองให้แก่ผู้ซื้อทำกินเป็นเจ้าของตลอดมา ต่อมาขโมยลักโฉนดนี้ไป เลยไม่ได้โดนโฉนดกัน ดังนี้โจทก์ย่อมได้กรรมสิทธิในทางครอบครอง ตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 1382.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1099-1147/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าเพื่ออยู่อาศัย: พิจารณาเจตนาคู่สัญญาและเหตุผลแวดล้อมประกอบการบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
ตามบทวิเคราะห์ศัพท์ "เคหะ" ตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน (ฉบับที่ 2)2490 มาตรา 3ย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่า กฎหมายประสงค์จะคุ้มครองการเช่าอันใช้เป็นที่อยู่อาศัยเป็นหลัก กล่าวคือเมื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ก็ไม่ต้องไปคำนึงถึงว่าจะใช้เป็นที่ประกอบธุรกิจ การค้า หรืออุตสาหกรรมด้วยเป็นส่วนประธาน หรืออุปกรณ์ และในทางกลับกัน จะเห็นได้ว่ากฎหมายมิได้มุ่งคุ้มครองการเช่าเพื่อประกอบธุรกิจ การค้า หรืออุตสาหกรรมโดยคู่สัญญามิได้มีเจตนาใช้เป็นที่อยู่อาศัย เพราะฉะนั้นในการที่จะพิจารณาว่าการเช่าสิ่งปลูกสร้างใดจะเข้าอยู่ในบังคับแห่ง พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯดังกล่าวแล้วหรือไม่จะถือเอาการปฏิบัติของผู้เช่าฝ่ายเดียวเป็นข้อวินิจฉัยหาพอไม่ และตามถ้อยคำแห่งบทวิเคราะห์ศัพท์ "เคหะ" ก็มิได้บัญญัติคำว่า "ผู้เช่า" ใช้เป็นที่อยู่อาศัยฉะนั้นการที่จะดูแต่เพียงว่าผู้เช่าอาศัยอยู่ในเคหะนั้นหรือไม่แต่อย่างเดียวยังไม่พอกับความประสงค์ของกฎหมาย ในการวินิจฉัยปัญหาเช่นว่านี้ จะต้องพิจารณาถึงเจตนาของคู่กรณีในเวลาที่ทำสัญญากัน ประกอบกับเหตุผลแวดล้อมอื่นๆ เช่นสภาพของสิ่งปลูกสร้าง อัตราค่าเช่า ทำเลที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้าง และการปฏิบัติของคู่สัญญาแต่ละฝ่าย เหล่านี้รวมกันว่าการที่เช่าสิ่งปลูกสร้างนั้น เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือมิใช่
การที่ผู้เช่าอยู่ในสิ่งปลูกสร้างที่เช่านั้น หาใช่เป็นข้อสันนิษฐานว่าเป็นการใช้เป็นที่อยู่อาศัยเสมอไปไม่ เพราะจะต้องพิจารณาด้วยว่า การอยู่นั้นอยู่ในฐานะอย่างใด กล่าวคือ อยู่ในฐานะ "อยู่อาศัย" หรือเพียงแต่ว่าอยู่ในฐานะที่เข้าไปประกอบธุรกิจ การค้า หรืออุตสาหกรรมในสิ่งปลูกสร้างที่เช่ามา เช่นการเช่าโรงเลื่อยโรงสีเพื่อประกอบการอุตสาหกรรม โดยผู้เช่าเข้าไปอยู่ในโรงเลื่อยหรือโรงสีนั้นเพื่อควบคุมดำเนินกิจการ เช่นนี้จะฟังว่าเป็นการเช่าเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยย่อมไม่ได้
การที่ผู้เช่าอยู่ในสิ่งปลูกสร้างที่เช่านั้น หาใช่เป็นข้อสันนิษฐานว่าเป็นการใช้เป็นที่อยู่อาศัยเสมอไปไม่ เพราะจะต้องพิจารณาด้วยว่า การอยู่นั้นอยู่ในฐานะอย่างใด กล่าวคือ อยู่ในฐานะ "อยู่อาศัย" หรือเพียงแต่ว่าอยู่ในฐานะที่เข้าไปประกอบธุรกิจ การค้า หรืออุตสาหกรรมในสิ่งปลูกสร้างที่เช่ามา เช่นการเช่าโรงเลื่อยโรงสีเพื่อประกอบการอุตสาหกรรม โดยผู้เช่าเข้าไปอยู่ในโรงเลื่อยหรือโรงสีนั้นเพื่อควบคุมดำเนินกิจการ เช่นนี้จะฟังว่าเป็นการเช่าเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยย่อมไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1099-1147/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาว่าการเช่าเป็นการใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือไม่ ต้องดูเจตนาคู่สัญญาและเหตุแวดล้อมประกอบ
ตามบทวิเคราะห์ศัพท์ "เคหะ" ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน (ฉบับที่ 2) 2490 มาตรา 3 ย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่า กฎหมายประสงค์จะคุ้มครองการเช่าอันใช้เป็นที่อยู่อาศัยเป็นหลัก กล่าวคือเมื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ก็ไม่ต้องไปคำนึงถึงว่าจะใช้เป็นที่ประกอบธุระกิจ การค้า หรืออุตสาหกรรม ด้วยเป็นส่วนประธาน หรืออุปกรณ์ และในทางกลับกัน จะเห็นได้ว่า กฎหมายมิได้มุ่งคุ้มครองการเช่าเพื่อประกอบธุรกิจ การค้า หรืออุตสาหกรรม โดยคู่สัญญามิได้มีเจตนาใช้เป็นที่อยู่อาศัย เพราะฉะนั้น ในการที่จะพิจารณาว่าการเช่าสิ่งปลูกสร้างใดจะเข้าอยู่ในบังคับแห่ง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ดังกล่าวแล้วหรือไม่ จะถือเอาการปฏิบัติของผู้เช่าฝ่ายเดียวเป็นข้อวินิจฉัยหาพอไม่ และตามถ้อยคำแห่งบทวิเคราะห์ศัพท์ "เคหะ" ก็มิได้บัญญัติคำว่า "ผู้เช่า" ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ฉะนั้นการที่จะดูแต่เพียงว่า ผู้เช่าอาศัยอยู่ในเคหะนั้นหรือไม่แต่อย่างเดียวยังไม่พอกับความประสงค์ของกฎหมาย ในการวินิจฉัยปัญหาเช่นว่านี้ จะต้องพิจารณาถึงเจตนาของคู่กรณีในเวลาที่ทำสัญญากัน ประกอบกับเหตุแวดล้อมอื่น ๆ เช่น สภาพของสิ่งปลูกสร้าง อัตราค่าเช่า ทำเลที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้าง และการปฏิบัติของคูสัญญาแต่ละฝ่าย เหล่านี้รวมกันว่า การที่เช่าสิ่งปลูกสร้างนั้น เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือมิใช่
การที่ผู้เช่าอยู่ในสิ่งปลูกสร้างที่เช่านั้น หาใช่เป็นข้อสันนิษฐานว่าเป็นการใช้เป็นที่อยู่อาศัยเสมอไปไม่ เพราะจะต้องพิจารณาด้วยว่า การอยู่นั้นอยู่ในฐานะอย่างใด กล่าวคือ อยู่ในฐานะ "อยู่อาศัย" หรือเพียงแต่อยู่ในฐานะที่เข้าไปประกอบธุระกิจ การค้า หรืออุตสาหกรรมในสิ่งปลูกสร้างที่เช่ามา เช่นการเช่าโรงเลื่อยโรงสีเพื่อประกอบการอุตสาหกรรม โดยผู้เช่าเข้าไปอยู่ในโรงเลื่อยหรือโรงสีนั้น เพื่อควบคุมดำเนินกิจการเช่นนี้ ฟังว่าเป็นการเช่าเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยย่อมไม่ได้
การที่ผู้เช่าอยู่ในสิ่งปลูกสร้างที่เช่านั้น หาใช่เป็นข้อสันนิษฐานว่าเป็นการใช้เป็นที่อยู่อาศัยเสมอไปไม่ เพราะจะต้องพิจารณาด้วยว่า การอยู่นั้นอยู่ในฐานะอย่างใด กล่าวคือ อยู่ในฐานะ "อยู่อาศัย" หรือเพียงแต่อยู่ในฐานะที่เข้าไปประกอบธุระกิจ การค้า หรืออุตสาหกรรมในสิ่งปลูกสร้างที่เช่ามา เช่นการเช่าโรงเลื่อยโรงสีเพื่อประกอบการอุตสาหกรรม โดยผู้เช่าเข้าไปอยู่ในโรงเลื่อยหรือโรงสีนั้น เพื่อควบคุมดำเนินกิจการเช่นนี้ ฟังว่าเป็นการเช่าเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยย่อมไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1090/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของผู้ค้ำประกันจำกัดเฉพาะรถที่ระบุในสัญญา แม้จำเลยเช่ารถหาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดในรถที่ไม่ได้ระบุ
จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่ารถจักรยาน 3 ล้อของโจทก์ เลขที่ 1613 จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 1 ทำรถที่เช่าหาย จึงขอให้จำเลยใช้เงิน แม้ศาลอุทธรณ์จะให้จำเลยที่ 1 รับผิด เพราะทำรถหมายเลข 5387 หาย แต่สัญญามีข้อความว่า ค้ำประกันสำหรับรถหมายเลข 1613 และรถคันนี้มิได้หาย จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1090/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาค้ำประกันมีขอบเขตจำกัด ผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดชอบหนี้จากรถที่ไม่ได้ระบุในสัญญา
จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่ารถจักรยาน 3 ล้อของโจทก์เลขที่1613 จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 1 ทำรถที่เช่าหาย จึงขอให้จำเลยใช้เงิน แม้ศาลอุทธรณ์จะให้จำเลยที่ 1 รับผิดเพราะทำรถหมายเลข 5387 หาย แต่สัญญามีข้อความว่าค้ำประกันสำหรับรถหมายเลข 1613 และรถคันนี้มิได้หายจำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1080/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเจ้าของร่วมฟ้องขับไล่ผู้บุกรุกและการไม่อ้างอายุความในการอาศัย
โจทก์กับพวกเป็นเจ้าของและใช้ห้องพิพาทเป็นสมาคมซึ่งไม่ได้จดทะเบียนและให้จำเลยอาศัยอยู่ โจทก์ผู้เดียว ย่อมฟ้องขับไล่ จำเลยในฐานะเป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของร่วมกันได้
จำเลยอยู่ห้องพิพาทโดยทางอาศัย จะยกอายุความขึ้นต่อสู้โจทก์ผู้เป็นเจ้าของไม่ได้
การอยู่โดยอาศัย หาอยู่ในความคุ้มครองของ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันไม่
จำเลยอยู่ห้องพิพาทโดยทางอาศัย จะยกอายุความขึ้นต่อสู้โจทก์ผู้เป็นเจ้าของไม่ได้
การอยู่โดยอาศัย หาอยู่ในความคุ้มครองของ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1080/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเจ้าของฟ้องขับไล่ผู้บุกรุก - การอยู่โดยอาศัยไม่อ้างอายุความได้
โจทก์กับพวกเป็นเจ้าของและใช้ห้องพิพาทเป็นสมาคม ซึ่งไม่ได้จดทะเบียนและให้จำเลยอาศัยอยู่ โจทก์ผู้เดียว ย่อมฟ้องขับไล่จำเลยในฐานะเป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของร่วมกันได้
จำเลยอยู่ห้องพิพาทโดยทางอาศัย จะยกอายุความขึ้นต่อสู้โจทก์ ผู้เป็นเจ้าของไม่ได้
การอยู่โดยอาศัยหาอยู่ในความคุ้มครองของ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันไม่
จำเลยอยู่ห้องพิพาทโดยทางอาศัย จะยกอายุความขึ้นต่อสู้โจทก์ ผู้เป็นเจ้าของไม่ได้
การอยู่โดยอาศัยหาอยู่ในความคุ้มครองของ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1077/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความครอบครองปรปักษ์: ที่ดินไม่ใช่ที่สวน เจ้าของเดิมไม่ฟ้องภายใน 1 ปี หลังถูกแย่งการครอบครอง คดีขาดอายุความ
ที่ดินไม่ใช่ที่สวน เมื่อออกใบเหยียบย่ำให้แก่ผู้จับจองแล้ว เจ้าของที่เดิมไม่ฟ้องเรียกคืนภายใน 1 ปี นับแต่ได้ถูกแย่งการครอบครอง คดีขาดอายุความ