คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
นนทปัญญา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 341/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เงื่อนไขสัญญาซื้อขายที่ดิน: การบอกเลิกสัญญาเมื่อผู้ขายแพ้คดีขับไล่ผู้เช่า
สัญญาจะซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มีข้อหนึ่งว่า "ผู้ซื้อกับผู้ขายตกลงจะโอนซื้อขายกันเด็ดขาดณ หอทะเบียนที่ดินในเมื่อผู้ขายได้ฟ้องขับไล่นางเลื่อนผู้เช่าจนคดีถึงที่สุด" ดังนี้โจทก์ก็ยอมสืบอธิบายสัญญาได้ที่+ข้อความเช่นนี้ ก็เพราะผู้ซื้อประสงค์จะเข้าอยู่เอง
ฉนั้นถ้าผู้ขายฟ้องขับไล่ผู้เช่าจนคดีถึงที่สุดแล้ว แต่ผู้ขายเป็นฝ่ายแพ้คดี ผู้เช่าก็ยังคงได้อยู่ในที่ดินบ้านเรือนนี้ต่อไป ผู้ซื้อย่อมมีสิทธิ์บอกยกเลิกสัญญาและขอรับเงินมัดจำในการซื้อขายคืนได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความแตกต่างระหว่างเจ้าของเคหะสถานกับผู้ครอบครองและการฟ้องคดีอาญา
โจทก์ฟ้องบรรยายว่า จำเลยบุกรุกเคหะสถานของผู้เสียหายแล้วทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและกระทำอนาจารแก่หญิงที่เคหะสถานนั้น
พิจารณาได้ความว่า จำเลยได้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและกระทำอนาจารแก่หญิงที่เคหะสถานนั้นจริง ปรากฏว่าเคหะสถานนั้นเป็นของมารดาผู้เสียหาย และมารดาผู้เสียหายไม่ได้ไปร้องทุกข์ในข้อหาฐานบุกรุกดังนี้ แม้ศาลจะยกฟ้องในข้อหาฐานบุกรุกโดยเหตุที่เจ้าของเคหะสถานไม่ได้ร้องทุกข์ก็ดี ศาลก็ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายและทำอนาจารได้ ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความต่างกับฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความแตกต่างของสถานที่เกิดเหตุในฟ้องกับข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ ไม่กระทบต่อการลงโทษในความผิดอื่น
โจทก์ฟ้องบรรยายว่าจำเลยบุกรุกเคหสถานของผู้เสียหายแล้วทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและกระทำอนาจารแก่หญิงที่เคหสถานนั้นทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยได้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและกระทำอนาจารแก่หญิงที่เคหสถานนั้นจริง แต่ปรากฏว่าเคหสถานนั้นเป็นของมารดาผู้เสียหาย และมารดาผู้เสียหายไม่ได้ไปร้องทุกข์ในข้อหาฐานบุกรุกดังนี้ แม้ศาลจะยกฟ้องในข้อหาฐานบุกรุกโดยเหตุที่เจ้าของเคหสถานไม่ได้ร้องทุกข์ก็ดี ศาลก็ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายและทำอนาจารได้ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความต่างกับฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 338/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีอาวุธปืนโดยบรรยายฟ้องไม่ตรงกับสภาพของกลาง ศาลต้องยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีปืนไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต บรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษอย่างปืนดี เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าเป็นปืนชำรุด ใช้ยิงไม่ได้ ดังนี้ได้ชื่อว่าโจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษฐานมีปืนชำรุด จึงต้องยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 338/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องอาญาเกี่ยวกับอาวุธปืน: การบรรยายฟ้องที่ไม่สอดคล้องกับสภาพของวัตถุพยานมีผลต่อการดำเนินคดี
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีปืนไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตบรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษอย่างปืนดี เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าเป็นปืนชำรุด ใช้ยิงไม่ได้ ดังนี้ได้ชื่อว่าโจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษฐานมีปืนชำรุดจึงต้องยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 321/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืน: ความรุนแรงของการกระทำและโทษทางอาญา
ใช้ปืนลูกซองสั้นยาว 1 คืบกระสุนมีขนาด 2 มิลลิเมตรลำกล้องใหญ่ส่งกระสุนไม่แรงยิงเขาในระยะห่างกันเพียง 1 วา กระสุนถูกเขาถึง 23 แผลฝังเข้าไปในเนื้อเพียงเล็กน้อย คือพอผิวหนังชั้นนอกขาด รักษาหายภายใน 3 วัน ดังนี้มีผิดเพียง กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 321/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิจารณาความผิดฐานทำร้ายร่างกายจากอาวุธปืน การประเมินลักษณะบาดแผลและเจตนาของผู้กระทำผิด
ใช้ปืนลูกซองสั้นยาว 1 คืบ กระสุนมีขนาด 2 มิลลิเมตร ลำกล้องใหญ่ส่งกระสุนไม่ตรง ยิงเขาในระยะห่างกันเพียง 1 วา กระสุนถูกเขาทั้ง 23 แผล ฝังเข้าไปในเนื้อเพียงเล็กน้อย คือพอผิวหนังชั้นนอกขาด รักษาหายภายใน 3 วัน ดังนี้มีผิดเพียง ก.ม.ลักษณะอาญา ม. 254.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 306/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลักทรัพย์ท่อน้ำประปา: ทรัพย์ส่วนบุคคลไม่ใช่สิ่งของเพื่อสาธารณะประโยชน์
โจทก์ฟ้องบรรยายว่า จำเลยลักท่อน้ำประปาสำหรับจ่ายน้ำเข้าบ้านผู้มีชื่อของผู้มีชื่อนั้นไปดังนี้ จะลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสิ่งที่ใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์ในภาวะคับขัน พ.ศ. 2486 มาตรา 3 ด้วยไม่ได้ เพราะฟ้องไม่ปรากฏว่าทรัพย์ที่ลักเป็นสิ่งที่ใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 306/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลักทรัพย์ท่อน้ำประปา: ทรัพย์ต้องใช้เพื่อสาธารณะจึงจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองสิ่งของในภาวะคับขัน
โจทก์ฟ้องบรรยายว่าจำเลยลักท่อน้ำประปาสำหรับจ่ายน้ำเข้าบ้านผู้มีชื่อของผู้มีชื่อนั้นไปดังนี้ จะลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ในภาวะคับขัน 2486 มาตรา 3 ด้วยไม่ได้เพราะฟ้องไม่ปรากฏว่าทรัพย์ที่ลักเป็นสิ่งที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 305/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความชัดเจนของสถานที่เกิดเหตุในการลักทรัพย์ – ท่าเรือ
โจทก์ฟ้องบรรยายว่า จำเลยเข้าไปในบริเวณท่าเรือ แล้วงัดโกดังและลักสังกะสีไปดังนี้ จะให้เข้าใจว่าจำเลยลักทรัพย์ที่ท่าเรือตามความในมาตรา 298(3) ยังไม่ถนัด เพราะไม่ได้ความชัดว่าโกดังและสังกะสีนั้นอยู่ที่ไหนแน่ คือที่ท่าเรือหรือไม่
of 282