คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
นนทปัญญา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1950/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีอาญาต้องสอดคล้องกับข้อเท็จจริง หากข้อเท็จจริงไม่ตรงกับฟ้อง ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามฟ้องไม่ได้
แม้ผู้ตายซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านจะมีอำนาจว่ากล่าวสั่งสอนลูกบ้านของตนได้ตาม พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457มาตรา 27 ก็ตาม เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยฆ่าผู้ตายขณะจับกุมตามหน้าที่ แต่ได้ความว่าจำเลยฆ่าเพราะเหตุผู้ตายไปว่ากล่าวสั่งสอนตามหน้าที่ดังนี้ ข้อเท็จจริงที่ได้ความไม่ตรงกับที่โจทก์ฟ้อง ลงโทษจำเลยตามมาตรา 250(2)ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1950/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีอาญาต้องสอดคล้องกับข้อเท็จจริง หากข้อเท็จจริงไม่ตรงตามฟ้อง แม้ผู้ตายมีอำนาจตามกฎหมาย ก็ไม่อาจลงโทษตามข้อหาเดิมได้
แม้ผู้ตายซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านจะมีอำนาจว่ากล่าวสั่งสอนลูกบ้านของคนได้ตาม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 27 ก็ตามเมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยฆ่าผู้ตายขณะจับกุมตามหน้าที่ แต่ได้ความว่าจำเลยฆ่าเพราะเหตุผู้ตายไปว่ากล่าวสั่งสอนตามหน้าที่ดังนี้ ข้อเท็จจริงที่ได้ความไม่ตรงกับที่โจทก์ฟ้อง ลงโทษจำเลยตามมาตรา 250 (3) ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1943/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานและการหมิ่นประมาท: การกระทำต้องมุ่งต่อผู้เสียหายโดยตรง
ความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานตาม ม.119 นั้น ผู้กระทำผิดต้องกระทำแก่เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่อันชอบด้วยกฎหมายดังนี้ เมื่อจำเลยกระทำการต่อสู้หรือขัดขวางแก่พนักงานเทศบาล มิได้กระทำต่อโจทก์(อดีตนายกเทศมนตรี) เป็นส่วนตัว โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย คำว่า"มันเที่ยวฟ้องคนทั้งบ้านทั้งเมือง" นั้น หาใช่เป็นคำใส่ความตามมาตรา 282 ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1943/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานและหมิ่นประมาท: ผู้เสียหายต้องเป็นผู้ถูกกระทำโดยตรง
ความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานตามมาตรา 119 นั้นผู้กระทำผิดต้องกระทำแก่เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่อันชอบด้วยกฎหมายดังนี้ เมื่อจำเลยกระทำการต่อสู้หรือขัดขวางแก่พนักงานเทศบาล มิได้กระทำต่อโจทก์(อดีตนายกเทศมนตรี)เป็นส่วนตัว โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย
คำว่า "มันเที่ยวฟ้องคนทั้งบ้านทั้งเมือง" นั้นหาใช่เป็นคำใส่ความตามมาตรา 282 ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1885/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจ้างแรงงานหรือจ้างทำของ พิจารณาจากข้อตกลงเรื่องค่าจ้างและลักษณะงาน
เมื่อในสัญญาจ้างไม่ปรากฎว่าผู้จ้างจะให้สินจ้างแก่ผู้รับจ้างตลอดเวลาที่ทำงานตามมาตรา 575 หรือจะให้เพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ผู้รับตกลงจะทำให้ตามมาตรา 587 ดังนี้ก็เป็นเรื่องที่จะสืบประกอบข้อตกลงกันนั้นว่าเป็นเรื่องจ้างแรงงานหรือจ้างทำของ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1885/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ลักษณะสัญญาจ้าง: จ้างแรงงานหรือจ้างทำของ พิจารณาจากข้อตกลงและพฤติการณ์
เมื่อในสัญญาจ้างไม่ปรากฏว่าผู้จ้างจะให้สินจ้างแก่ผู้รับจ้างตลอดเวลาที่ทำงานตามมาตรา 575 หรือจะให้เพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ผู้รับจ้างตกลงจะทำให้ตามมาตรา 587ดังนี้ก็เป็นเรื่องที่จะสืบประกอบข้อตกลงกันนั้นว่าเป็นเรื่องจ้างแรงงานหรือจ้างทำของ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1873/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สำคัญผิดเจตนาในการป้องกันทรัพย์เกินสมควรแก่เหตุ ไม่ใช่ฆ่าคนโดยประมาท
ผู้ตายนำคบไฟเข้าไปเผารังต่อในที่ดินของบิดาเลี้ยงจำเลย ๆ สำคัญผิดว่าเป็นโจรมาทำพิธีจะเข้าปล้นเรือนบิดาเลี้ยง จึงใช้ปืนยิงผู้ตายตายดังนี้ เป็นการกระทำ+หาใช่ความผิดฐานฆ่าคนโดยประมาทไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1831/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์ความผิดฐานมีธนบัตรปลอมไว้เพื่อจำหน่าย: พฤติการณ์สำคัญประกอบการวินิจฉัย
ในคดีอาญาโจทก์มีหน้าที่ที่จะนำสืบพิสูจน์ความผิดของจำเลย แต่ความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 203(3) นั้นแยกเป็นสองฐาน คือฐานจำหน่ายธนบัตรปลอมโดยรู้และฐานมีไว้เพื่อจำหน่าย ความผิดฐานแรกโจทก์ต้องนำสืบถึงการจำหน่ายด้วย ความผิดฐานหลังนำสืบแต่เพียงว่ามีไว้เพื่อจะจำหน่ายก็เป็นความผิดได้แล้ว
การจะวินิจฉัยว่ามีธนบัตรปลอมไว้เพื่อจะจำหน่ายหรือเพื่ออย่างใดนั้นต้องประมวลพฤติการณ์ทั้งหลายที่ปรากฏในสำนวนประกอบแล้ววินิจฉัยเป็นเรื่องๆ ไป พฤติการณ์ที่จำเลยแสดงตนเป็นพระภิกษุแต่ใบสุทธิเป็นที่สงสัย ทำตนเป็นคนหากินทางขายเครื่องรางในวัด เจ้าอาวาสในวัดห้ามไม่ฟัง มีธนบัตรปลอมชนิดฉบับละ 100 บาท7 ฉบับในตัว ห่อไว้ต่างหากแยกจากห่อธนบัตรดี ดังนี้เป็นการเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าจำเลยรู้ว่าเป็นธนบัตรปลอมและมีไว้เพื่อจำหน่าย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1831/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์เจตนาจำหน่ายธนบัตรปลอม: พฤติการณ์ประกอบสำคัญกว่าการมีเพียงการครอบครอง
ในคดีอาญาโจทก์มีหน้าที่ที่จะนำสืบพิศูจน์ความผิดของจำเลย แต่ความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 203(3) นั้น แยกเป็นสองฐาน คือฐานจำหน่ายธนบัตรปลอมโดยรู้และฐานมีไว้เพื่อจำหน่าย ความผิดฐานแรกโจทก์ต้องนำสืบถึงการจำหน่ายด้วย ความผิดฐานหลังนำสืบแต่เพียงว่ามีไว้เพื่อจะจำหน่ายก็เป็นความผิดได้แล้ว
การจะวินิจฉัยว่ามีธนบัตรปลอมไว้เพื่อจะจำหน่ายหรือเพื่ออย่างใดนั้นต้องประมวลพฤติการณ์ทั้งหลายที่ปรากฎในสำนวนประกอบแล้ววินิจฉัยเป็นเรื่อง ๆ ไป พฤติการณ์ที่จำเลยแสดงตนเป็นพระภิกษุแต่ใบสุทธิเป็นที่สงสัย ทำตนเป็นคนหากินทางขายเครื่องรางในวัด เจ้าอาวาสในวัดห้ามไม่ฟัง มีธนบัตรปลอมชนิดฉบับละ 100 บาท 7 ฉบับในตัว ห่อไว้ต่างหากแยกจากห่อธนบัตรดี ดังนี้เป็นการเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าจำเลยรู้ว่าเป็นธนบัตรปลอมและมีไว้เพื่อจำหน่าย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1828-1829/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจโจทก์ฟ้องอาญา, การวิวาทต่อเนื่อง, การลดโทษฐานยั่วโทสะ, และการยกฟ้อง
ทำร้ายกันในขณะทำการวิวาทยังไม่ขาดตอน ต้องถือว่าเป็นการกระทำต่อเนื่องกัน กรณีย์วิวาทกัน ผู้ที่วิวาทกันไม่ใช่ผู้เสียหาย จึงเป็นโจทก์ฟ้องไม่ได้
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.244,60, ให้จำคุก 10 ปี ลดตามมาตรา 59 เสีย 1 ใน 3 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยทำผิดโดยถูกยั่วโทษะ จึงแก้ให้ลดโทษตามม.55 กึ่งหนึ่ง เช่นนี้เป็นการแก้มาก คู่ความย่อมฎีกา เช่นนี้เป็นการแก้มาก คู่ความย่อมฎีกาในข้อเท็จจริงได้
คดีที่ศาลพิจารณารวมกัน มีอุทธรณ์ขึ้นมาฉะเพาะคดีเดี่ยว คู่ความในคดีที่ไม่ได้อุทธรณ์จะมาฎีกาในชั้นฎีกาไม่ได้ เพราะคดีนั้นถึ่งที่สุดแล้ว
คดีที่มีการพิจารณารวมกัน ศาลลงโทษบทหนักตามฟ้องคดีหนึ่งมีอุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาฉะเพาะคดีทีศาลลงโทษบทหนักนี้ คดีที่ไม่มีอุทธรณ์ฎีกาก็เป็นอันยุติ เมื่อศาลเห็นว่าจำเลยไม่มีความผิดในคดีที่ฎีกาขึ้นมา ศาลก็พิพากษายกฟ้อง ปล่อยจำเลยไป
of 282