คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
นนทปัญญา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 790/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญากู้เป็นนิติกรรมอำพรางเพื่อเปลี่ยนความรับผิดจากค่าเช่านา ความรับผิดจำกัดเฉพาะจำนวนค้างชำระ
โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้กู้เงินโจทก์จำเลยเช่านาโจทก์ให้นายตึ๋งทำโดยโจทก์ให้จำเลยทำสัญญากู้ไว้แทนสัญญาเช่านา ดังนี้เมื่อฟังว่าสัญญากู้ที่โจทก์จำเลยกระทำขึ้นก็เพื่อประสงค์จะให้เรียกร้องกันได้เมื่อนายตึ๋งค้างชำระค่าเช่านาเป็นการเปลี่ยนความรับผิดจากการค้ำประกันค่าเช่านามาเป็นการกู้เงินโดยเงื่อนไขที่ว่าหนี้ของลูกหนี้ยังค้างอยู่มิได้ชำระเพียงใด ผู้ค้ำประกันก็รับผิดเพียงนั้น
ฎีกาที่ 799/2493 รูปคดีไม่ตรงกับคดีนี้ เพราะเป็นเรื่องที่นิติกรรมสัญญากู้ที่ทำขึ้นผูกพันคู่กรณีโดยสมบูรณ์แต่คดีนี้ความรับผิดของจำเลยตามกฎหมายมีอยู่สมบูรณ์เพียงจำนวนที่ค้างชำระดังกล่าวมาข้างต้นเท่านั้น หาใช่เป็นการสืบเพิ่มเติมตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขในเอกสารนั้นไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 788/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่จดทะเบียนเป็นโมฆะ แม้ข้อสัญญาอนุญาตให้รื้อถอนได้
สัญญาซื้อขายเรือนกันโดยมีข้อสัญญาว่าผู้ขายอาจซื้อกลับคืนได้ภายในกำหนดเวลา 2 เดือน ถ้าพ้นกำหนดแล้วไม่ซื้อคืนผู้ซื้อจะรื้อเรือนไป ดังนี้เป็นสัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ เพราะเรือนจะต้องคงสภาพเป็นอสังหาริมทรัพย์อยู่จนกว่าผู้ขายจะไม่ซื้อคืน
สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ เมื่อไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ย่อมเป็นโมฆะ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 788/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาซื้อขายเรือนที่มีสิทธิซื้อคืน หากไม่ซื้อคืนผู้ขายรื้อได้ ถือเป็นสัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องจดทะเบียน มิฉะนั้นเป็นโมฆะ
สัญญาซื้อขายเรือนกันโดยมีข้อสัญญาว่าผู้ขายอาจซื้อกลับคืนได้ภายในกำหนดเวลา 2 เดือน ถ้าพ้นกำหนดแล้วไม่ซื้อคืนผู้ซื้อจะรื้อเรือนไปดังนี้เป็นสัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ เพราะเรือนจะต้องคงสภาพเป็นอสังหาริมทรัพย์อยู่จนกว่าผู้ขายจะไม่ซื้อคืน
สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ เมื่อไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ย่อมเป็นโมฆะ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 786/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขยายเวลาดำเนินการเมื่อคู่ความถึงแก่ความตายระหว่างพิจารณาคดี
จำเลยฎีกาเมื่อความเพิ่งปรากฏว่าโจทก์ตายก่อนฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และไม่มีผู้ใดขอเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ ทั้งจำเลยก็ไม่ขอให้เรียกผู้ใดเข้ามาเป็นคู่ความแทนจนเวลาล่วงเลยเกิน 1 ปีแล้วดังนี้ กรณีมีพฤติการณ์พิเศษประกอบด้วยข้อเท็จจริง เพิ่งจะปรากฏขึ้น ณบัดนี้ ศาลฎีกามีอำนาจสั่งขยายระยะเวลาเพื่อจำเลย จัดหาตัวผู้รับมรดกความโจทก์ได้ตามความในมาตรา 23

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 786/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การจำหน่ายคดีเมื่อโจทก์ถึงแก่ความตายและจำเลยไม่ดำเนินการหาผู้รับมรดก
ในชั้นฎีกาเมื่อปรากฎว่าตัว โจทก์ตายก่อนฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และจำเลยยื่นฎีกาโดยไม่มีผู้รับมรดกความโจทก์ จนล่วงเลยมาปีเศษศาลฎีกามีอำนาจยืดเวลาให้จำเลยจัดการหาตัวผู้รับมรดกความได้ เมื่อจำเลยไม่จัดการก็จำหน่ายคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 763/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสละสิทธิในทรัพย์สินหลังหย่า: เจตนาชัดเจนถือเป็นอันสิ้นสุด
โจทก์จำเลยจดทะเบียนสมรสกัน แล้วโจทก์(ภริยา) ได้โอนกรรมสิทธิที่ดินของตนให้จำเลย(สามี)แล้วทำหนังสือสละทรัพย์สินส่วนของตนให้แก่จำเลยโดยระบุไว้แจ้งชัดว่าสละให้เพราะจะไปอยู่กินกับชายชู้ แล้วโจทก์กับจำเลยได้จดทะเบียนหย่าขาดกันโดยโจทก์ได้แสดงเจตนาเมื่อจดทะเบียนหย่ายืนยันสละสิทธิของโจทก์ในทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาโดยกล่าวว่าไม่มีอะไรจะแบ่งกันแล้วดังนี้ ย่อมฟังได้ว่าการหย่าและแบ่งทรัพย์ระหว่างโจทก์จำเลยได้เสร็จเด็ดขาดไปแล้วโจทก์จะกลับรื้อฟื้นฟ้องร้องว่ายังไม่ได้แบ่งทรัพย์กันนั้นไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 763/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสละทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาและการแบ่งทรัพย์หลังหย่าขาด โดยการแสดงเจตนาสละสิทธิถือเป็นอันเสร็จเด็ดขาด
โจทก์จำเลยจดทะเบียนสมรสกัน แล้วโจทก์( ภริยา ) ได้โอนกรรมสิทธิที่ดินของตนให้จำเลย( สามี ) แล้วทำหนังสือสละทรัพย์สินส่วนของตนให้แก่จำเลยโดยระบุไว้แจ้งชัดว่าสละให้เพราะจะไปอยู่กินกับชายชู้ แล้วโจทก์กับจำเลยได้จดทะเบียนหย่าขาดกันโดยโจทก์ได้แสดงเจตนาเมื่อจดทะเบียนหย่ายืนยันสละสิทธิของโจทก์ในทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา โดยกล่าวว่าไม่มีอะไรจะแบ่งกันแล้วดังนี้ ย่อมฟังได้ว่าการหย่าและแบ่งทรัพย์ระหว่างโจทก์จำเลยได้เสร็จเด็ดขาดไปแล้ว โจทก์จะกลับรื้อฟื้นฟ้องร้อว่ายังไม่ได้แบ่งทรัพย์กันนั้นไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 742/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ: ผู้ถูกทำร้ายก่อนมีสิทธิใช้กำลังป้องกันตนเองได้
ผู้ตายเป็นผู้ก่อเรื่องด่าและจะทำร้ายจำเลยก่อนไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ด่าตอบ เมื่อมีผู้บอกให้จำเลยกลับบ้านจำเลยก็กลับทันทีผู้ตายวิ่งตามจำเลยไปและเงื้อมีดจะทำร้ายจำเลยด้วยจำเลยหันหลังกลับใช้ขวานฟันผู้ตาย 1 ทีถึงแก่ความตายดังนี้ ได้ชื่อว่าจำเลยได้กระทำการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 742/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย: ผู้ถูกทำร้ายมีสิทธิป้องกันตนเองได้ แม้จะใช้ขวาน
ผู้ตายเป็นผู้ก่อเรื่องด่าและจะทำร้ายจำเลยก่อน ไม่ปรากฎว่าจำเลยได้ค่าตอบ เมื่อมีผู้บอกให้จำเลยกลับบ้าน จำเลยก็กลับทันที ผู้ตายวิ่งตามจำเลยไปและเงื้อมีดจะทำร้ายจำเลยด้วย จำเลยหันหลังกลับใช้ขวานฟันผู้ตาย 1 ทีถึงแก่ความตาย ดังนี้ ได้ชื่อว่าจำเลยได้กระทำการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 737/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจคณะกรรมการส่วนจังหวัดในการห้ามนำเข้าออกสินค้าเพื่อป้องกันภาวะขาดแคลนต้องเป็นไปตามกรอบอำนาจของ พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร
คณะกรรมการส่วนจังหวัดป้องกันการค้ากำไรเกินควรได้ออกประกาศห้ามนำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเข้าและออกนอกเขตจังหวัดโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร แต่มีวัตถุประสงค์ที่จะป้องกันการขาดแคลนซึ่งสิ่งนั้นและมิได้มีประกาศห้ามค้ากำไรเกินควรเสียก่อน ย่อมถือว่าประกาศนั้นออกนอกเหนืออำนาจในพระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควรไม่มีผลบังคับได้ตามกฎหมาย(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 4/2498)
of 282