คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
นนทปัญญา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1265/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิรับรางวัลจับกุมข้าวสารลักลอบออกนอกประเทศ: ข้าวสารต้องเป็นของที่นำออกนอกประเทศแล้ว
กรมตำรวจประกาศให้รางวัลแก่ผู้นำจับหรือตำรวจผู้จับผู้ลักลอกนำข้าวสารออกนอกประเทศ เมื่อปรากฎว่าข้าวสารที่จับ เป็นข้าวสารที่เจ้าของนำมาจากอินโดจีนจะไปสิงคโปร์แต่ถูกลมพายุ จึงหลบเข้ามาในอาณาจักรประเทศไทยนั้น ผู้จับย่อมไม่มีสิทธิที่จะได้รับรางวัลตามคำประกาศของกรมตำรวจ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1265/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิรับรางวัลจับกุมผู้ลักลอบนำข้าวสารเข้าประเทศ: การตีความเจตนารมณ์ของประกาศ
กรมตำรวจประกาศให้รางวัลแก่ผู้นำจับหรือตำรวจผู้จับผู้ลักลอบนำข้าวสารออกนอกประเทศ เมื่อปรากฏว่าข้าวสารที่จับ เป็นข้าวสารที่เจ้าของนำมาจากอินโดจีนจะไปสิงค์โปร์แต่ถูกลมพายุ จึงหลบเข้ามาในอาณาจักรประเทศไทยนั้นผู้จับย่อมไม่มีสิทธิที่จะได้รับรางวัลตามคำประกาศของกรมตำรวจ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1263/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การคัดลอกหนังสือผู้อื่นเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ แม้จะมีข้อมูลที่มา
คัดลอกหนังสือที่ผู้อื่นประพันธ์ขึ้นออกจำหน่ายโดยมิได้รับความยินยอมหรือรับอนุญาตจากเจ้าของแล้ว แม้จะมีคำนำเขียนไว้ในหนังสือถึงที่มาของหนังสือนั้นก็ตาม ก็ถือได้ว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรมมาตรา 11 และ 20
กระทรวงศึกษาธิการให้หัวหน้าแผนกหลักสูตรและแบบเรียน กรมสามัญศึกษาเรียบเรียงประมวลการสอนชั้นประถมศึกษาขึ้น เมื่อเรียบเรียงแล้ว ได้เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ฯ รัฐมนตรีอนุมัติให้ใช้เพื่อโรงเรียนต่าง ๆ ใช้เป็นแนวสำหรับทำการสอนดังนี้ประมวลการสอนดังกล่าวย่อมเป็นลิขสิทธิตามกฎหมายเพราะเป็นหนังสือวรรณกรรมที่มีเจ้าของคิดเรียบเรียงขึ้นผู้ใดคัดลอกจัดพิมพ์ออกจำหน่ายโดยมิได้รับความยินยอมหรือรับอนุญาตจากเจ้าของแล้ว ย่อมมีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1263/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การคัดลอกหนังสือวรรณกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ แม้จะมีข้อมูลแหล่งที่มา
คัดลอกหนังสือที่ผู้อื่นประพันธ์ขึ้นออกจำหน่ายโดยมิได้รับความยินยอมหรือรับอนุญาตจากเจ้าของแล้ว แม้จะมีคำนำเขียนไว้ในหนังสือถึงที่มาของหนังสือนั้นก็ตามก็ถือได้ว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม มาตรา 11 และ 20
กระทรวงศึกษาธิการให้หัวหน้าแผนกหลักสูตรและแบบเรียนกรมสามัญศึกษา เรียบเรียงประมวลการสอนชั้นประถมศึกษาขึ้นเมื่อเรียบเรียงแล้ว ได้เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ รัฐมนตรีอนุมัติให้ใช้เพื่อโรงเรียนต่างๆ ใช้เป็นแนวสำหรับทำการสอนดังนี้ประมวลการสอนดังกล่าวย่อมเป็นลิขสิทธิ์ตามกฎหมายเพราะเป็นหนังสือวรรณกรรมที่มีเจ้าของคิดเรียบเรียงขึ้น ผู้ใดคัดลอกจัดพิมพ์ออกจำหน่ายโดยมิได้รับความยินยอมหรือรับอนุญาตจากเจ้าของแล้ว ย่อมมีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1256/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ตัวแทนไม่มีอำนาจทำสัญญา ผู้ทำสัญญาต้องรับผิด
เข้าทำสัญญากับเขาโดยอ้างว่าตนเป็นผู้จัดการหรือตัวแทนของผู้มีชื่อนั้น เมื่อผู้ที่อ้างว่าเป็นตัวการนั้นไม่ให้สัตยาบันผู้เข้าทำสัญญานั้นก็ต้องรับผิดต่อคู่สัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823 วรรคท้าย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าคู่สัญญานั้นได้รู้อยู่ว่าตนทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนือขอบอำนาจ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1250/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิผู้ประกันในการขอลดค่าปรับแม้ชำระแล้ว ศาลฎีกามีอำนาจลดค่าปรับได้ตามสมควร
การที่ผู้ประกันนำเงินค่าปรับฐานผิดสัญญาประกันซึ่งศาลสั่งปรับมาชำระต่อศาลนั้น เป็นวิธีการทุเลาการบังคับหาทำให้สิทธิที่จะขอลดค่าปรับหมดไปไม่ เพราะผู้ประกันย่อมมีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาขอลดได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 และเมื่อศาลฎีกาเห็นว่ารูปคดีมีเหตุสมควรที่จะลดหย่อนค่าปรับให้แก่ผู้ประกันได้ ศาลฎีกาก็มีอำนาจให้ลดค่าปรับให้น้อยลงได้ตามสมควร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1250/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิอุทธรณ์ลดค่าปรับสัญญาประกัน แม้ชำระค่าปรับแล้ว ศาลฎีกามีอำนาจลดหย่อนได้ตามสมควร
การที่ผู้ประกันนำเงินค่าปรับฐานผิดสัญญาประกันซึ่งศาลสั่งปรับมาชำระต่อศาลนั้น เป็นวิธีการทุเลาการบังคับหาทำให้สิทธิที่จะขอลดค่าปรับหมดไปไม่ เพราะผู้ประกันย่อมมีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาขอลดได้ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 119 และเมื่อศาลฎีกาเห็นว่ารูปคดีมีเหตุสมควรที่จะลดหย่อนค่าปรับให้แก่ผู้ประกันได้ศาลฎีกาก็มีอำนาจให้ลดค่าปรับให้ปรับให้น้อยลงได้ตามสมควร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1246/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขายเกินราคาควบคุม: ศิลปะการค้าไม่เป็นเหตุให้มีความผิด
การจัดร้านสะอาดก็ดี การต้อนรับก็ดี จัดเป็นศิลปในการค้าหาเป็นเหตุให้ขายน้ำชาเกินกว่าราคาควบคุมไม่
ส่วนการชงน้ำชาดีนั้นอาจเกี่ยวแก่ฝีมือหรือเอากำไรแต่น้อยก็อาจทำให้น้ำชามีรสดีได้ ถึงดังนี้ก็ไม่เป็นเหตุให้ขายเกินราคาควบคุมโดยไม่มีความผิดได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1231/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเปลี่ยนแปลงข้อกล่าวหาจากชกต่อยเป็นทำร้ายด้วยอาวุธ แม้ต่างจากฟ้องแต่ไม่ถึงกับยกฟ้องได้
ใช้ปืนสั้นตีเขามีบาดแผลฟกช้ำโลหิตซับที่ใต้ขมับขวา 1 แห่ง ฟกช้ำที่แก้มซ้าย 3 แห่ง และที่ข้อมือซ้ายถูกของมีคมอีก 1 แห่ง ย่อมถือได้ว่าเป็นบาดแผลถึงบาดเจ็บตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้กำลังกายชกต่อยผู้เสียหายถึงบาดเจ็บทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยใช้ปืนสั้นตีผู้เสียหายถึงบาดเจ็บ ดังนี้ การชกต่อยกับการใช้ปืนสั้นตีเป็นกิริยาอาการที่ใกล้ชิดกัน ยังไม่พอจะชี้ขาดว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ถึงกับยกฟ้องตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยข้อกฎหมายว่าโจทก์นำสืบข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง แม้ศาลอุทธรณ์จะยกฟ้องในข้อเท็จจริง โจทก์ก็ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ไม่ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1231/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเปลี่ยนแปลงข้อกล่าวหาจากชกต่อยเป็นทำร้ายด้วยปืน: ศาลพิจารณาจากพฤติการณ์ที่ใกล้เคียงกันและลงโทษฐานทำร้ายร่างกาย
ใช้ปืนสั้นตีเขามีบาดแผลฟกช้ำโลหิตขับที่ใต้ขมับขวา 1แห่ง ฟกซ้ำที่แก้ซ้าย 3 แห่งและที่ข้อมือซ้ายถูกของมีคมอีก 1 แห่ง ย่อมถือได้ว่าเป็นบาดแผลถึงบาดเจ็บตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 254
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้กำลังกายชกต่อยผู้เสียหายถึงบาดเจ็บ ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยใช้ปืนสั้นตีผู้เสียหายถึงบาดเจ็บ ดังนี้การชกต่อยกับการใช้ปืนสั้นตีเป็นกิริยาอาการที่ใกล้ชิดกัน ยังไม่พอจะชี้ขาดว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ถึงกับยกฟ้องตาม ป.วิ.อาญามาตรา 192
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยข้อกฎหมายว่าโจทก์นำสืบข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง แม้ศาลอุทธรณ์จะยกฟ้องในข้อเท็จจริง โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 219
of 282