พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 369/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาความผิดฐานพยายามฆ่าจากลักษณะบาดแผลและปืนที่ใช้
การใช้ปืนที่ทำขึ้นเองยิงคนนั้น จะสันนิษฐานว่าปืนที่ทำขึ้นเองใช้ยิงคนให้ตายได้หรือไม่ ยังไม่ชอบต้องดูพฤติการณ์ทั่วๆ ไปประกอบ เช่นลักษณะของปืน กระสุนและบาดแผล เป็นต้น
ใช้ปืนที่ทำขึ้นเองยิงเขามีบาดแผล 3 แห่งแผลที่ 1 ตรงเหนือข้อมือซ้ายกว้าง 5 ม.ม. ยาว 7 ม.ม. ลึกทะลุ แผลที่ 2 ตรงชายโครงซ้าย กว้าง 3 ม.ม. ยาว 3 ม.ม. ลึก 3 ซ.ม.แผลที่ 3 ตรงหน้าขาซ้าย กว้าง 1 ซ.ม. ยาว 1 ซ.ม. ลึก 6 ซ.ม. ฐานแผลช้ำทั้ง 3 แผล ดังนี้ ตามลักษณะบาดแผลเช่นนี้ ถ้าถูกที่สำคัญอาจทำให้ถึงตายได้ จำเลยต้องมีความผิดฐานพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนา
ใช้ปืนที่ทำขึ้นเองยิงเขามีบาดแผล 3 แห่งแผลที่ 1 ตรงเหนือข้อมือซ้ายกว้าง 5 ม.ม. ยาว 7 ม.ม. ลึกทะลุ แผลที่ 2 ตรงชายโครงซ้าย กว้าง 3 ม.ม. ยาว 3 ม.ม. ลึก 3 ซ.ม.แผลที่ 3 ตรงหน้าขาซ้าย กว้าง 1 ซ.ม. ยาว 1 ซ.ม. ลึก 6 ซ.ม. ฐานแผลช้ำทั้ง 3 แผล ดังนี้ ตามลักษณะบาดแผลเช่นนี้ ถ้าถูกที่สำคัญอาจทำให้ถึงตายได้ จำเลยต้องมีความผิดฐานพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 369/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาความผิดฐานพยายามฆ่าจากบาดแผลที่เกิดจากปืนที่ทำขึ้นเอง
การใช้ปืนที่ทำขึ้งเองยิงคนนั้น จะสันนิษฐานว่าปืนที่ทำขึ้นเองใช้ยิงคนให้ตายได้หรือไม่ ยังไม่ชอบ ต้องดูพฤติการณ์ทั่วไปๆไป ประกอบ เช่นลักษณะของปืน กระสุนและบาดแผล เป็นต้น.
ใช้ปืนที่ทำขึ้นเองยิงเขามีบาดแผล 3 แห่ง แผลที่ 1 ตรงเหนือข้อมือซ้ายกว้าง 5 ม.ม. ยาว 7 ม.ม. ลึกทะลุ, แผนที่ 2 ตรงชายโครงซ้าย กว้าง 3 ม.ม. ยาว 3 ม.ม. ลึก 3 ซ.ม. , แผลที่ 3 ตรงหน้าขาซ้าย กว้าง 1 ซ.ม. ยาว 1 ซ.ม. ลึก 6 ซ.ม.
ฐานแผลช้ำทั้ง 3 แผล ดังนี้ ตามลักษณะบาดแผลเช่นนี้ ถ้าถูกที่สำคัญอาจทำให้ถึงตายได้ จำเลยต้องมีความผิด
ฐานพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนา./
ใช้ปืนที่ทำขึ้นเองยิงเขามีบาดแผล 3 แห่ง แผลที่ 1 ตรงเหนือข้อมือซ้ายกว้าง 5 ม.ม. ยาว 7 ม.ม. ลึกทะลุ, แผนที่ 2 ตรงชายโครงซ้าย กว้าง 3 ม.ม. ยาว 3 ม.ม. ลึก 3 ซ.ม. , แผลที่ 3 ตรงหน้าขาซ้าย กว้าง 1 ซ.ม. ยาว 1 ซ.ม. ลึก 6 ซ.ม.
ฐานแผลช้ำทั้ง 3 แผล ดังนี้ ตามลักษณะบาดแผลเช่นนี้ ถ้าถูกที่สำคัญอาจทำให้ถึงตายได้ จำเลยต้องมีความผิด
ฐานพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนา./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 336/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองทรัพย์สินเพื่อหลีกเลี่ยงการยึดทรัพย์ ไม่ถือเป็นการฝากทรัพย์ สิทธิในทรัพย์สินยังคงเป็นของเจ้าของเดิม
โจทก์ฟ้องอ้างว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ๆ ให้จำเลยยึดถือครอบครองไว้แทนเพื่อหลบหลีกไม่ให้ถูกยึดทรัพย์ บัด
นี้จำเลยจะขายที่พิพาทนี้ โจทก์จึงขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นของดจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง ฝ่ายจำเลยก็ต่อสู้ว่าที่
พิพาทเป็นของจำเลยๆ ครอบครองดดยอำนาจของตนเอง หาได้ครอบครองไว้แทนโจทก์ไม่ ดังนี้ เป็นเรื่องโจทก์ฟ้อง
ขอให้แสดงสิทธิเป็นเจ้าของที่พิพาทห้ามจำเลยเกี่ยวข้องหาใช่เป็นการฟ้องเรียกทรัพย์คืนได้โดยอาศัยนิติกรรมการ
ฝากทรัพย์ไม่ ฉะนั้นจะยกเอาอายุความเรื่องการฝากทรัพย์ขึ้นวินิจฉัยไม่ได้ และประเด็นในคดีนี้คงมีเพียงว่า ที่พิ
พาทเป็นของโจทก์ให้จำเลยยึดถือครอบครองแทนจริงหรือไม่ ถ้าเป็นความจริง และจำเลยมิได้บอกกล่าวแสดง
เจตนาเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือครอบครองแล้ว แม้จำเลยจะครอบครองมาช้านานเพียงใด ก็หาได้สิทธิเป็นเจ้า
ของไม่ โจทก์ยังคงเป็นเจ้าของอยู่ตลอดมา./
นี้จำเลยจะขายที่พิพาทนี้ โจทก์จึงขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นของดจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง ฝ่ายจำเลยก็ต่อสู้ว่าที่
พิพาทเป็นของจำเลยๆ ครอบครองดดยอำนาจของตนเอง หาได้ครอบครองไว้แทนโจทก์ไม่ ดังนี้ เป็นเรื่องโจทก์ฟ้อง
ขอให้แสดงสิทธิเป็นเจ้าของที่พิพาทห้ามจำเลยเกี่ยวข้องหาใช่เป็นการฟ้องเรียกทรัพย์คืนได้โดยอาศัยนิติกรรมการ
ฝากทรัพย์ไม่ ฉะนั้นจะยกเอาอายุความเรื่องการฝากทรัพย์ขึ้นวินิจฉัยไม่ได้ และประเด็นในคดีนี้คงมีเพียงว่า ที่พิ
พาทเป็นของโจทก์ให้จำเลยยึดถือครอบครองแทนจริงหรือไม่ ถ้าเป็นความจริง และจำเลยมิได้บอกกล่าวแสดง
เจตนาเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือครอบครองแล้ว แม้จำเลยจะครอบครองมาช้านานเพียงใด ก็หาได้สิทธิเป็นเจ้า
ของไม่ โจทก์ยังคงเป็นเจ้าของอยู่ตลอดมา./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 336/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองแทนเพื่อหลีกเลี่ยงการยึดทรัพย์ ไม่ถือเป็นการฝากทรัพย์ สิทธิความเป็นเจ้าของยังคงอยู่
โจทก์ฟ้องอ้างว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์ให้จำเลยยึดถือครอบครองไว้แทนเพื่อหลบหลีกไม่ให้ถูกยึดทรัพย์
บัดนี้จำเลยจะขายที่พิพาทนี้โจทก์จึงขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องฝ่ายจำเลยก็ต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยจำเลยครอบครองโดยอำนาจของตนเองหาได้ครอบครองไว้แทนโจทก์ไม่ดังนี้เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องขอให้แสดงสิทธิเป็นเจ้าของที่พิพาทห้ามจำเลยเกี่ยวข้องหาใช่เป็นการฟ้องเรียกทรัพย์คืนโดยอาศัยนิติกรรมการฝากทรัพย์ไม่ฉะนั้นจะยกเอาอายุความเรื่องการฝากทรัพย์ขึ้นวินิจฉัยไม่ได้ และประเด็นในคดีนี้คงมีเพียงว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ให้จำเลยยึดถือครอบครองแทนจริงหรือไม่ ถ้าเป็นความจริง และจำเลยมิได้บอกกล่าวแสดงเจตนาเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือครอบครองแล้วแม้จำเลยจะครอบครองมาช้านานเพียงใด ก็หาได้สิทธิเป็นเจ้าของไม่ โจทก์ยังคงเป็นเจ้าของอยู่ตลอดมา
บัดนี้จำเลยจะขายที่พิพาทนี้โจทก์จึงขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องฝ่ายจำเลยก็ต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยจำเลยครอบครองโดยอำนาจของตนเองหาได้ครอบครองไว้แทนโจทก์ไม่ดังนี้เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องขอให้แสดงสิทธิเป็นเจ้าของที่พิพาทห้ามจำเลยเกี่ยวข้องหาใช่เป็นการฟ้องเรียกทรัพย์คืนโดยอาศัยนิติกรรมการฝากทรัพย์ไม่ฉะนั้นจะยกเอาอายุความเรื่องการฝากทรัพย์ขึ้นวินิจฉัยไม่ได้ และประเด็นในคดีนี้คงมีเพียงว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ให้จำเลยยึดถือครอบครองแทนจริงหรือไม่ ถ้าเป็นความจริง และจำเลยมิได้บอกกล่าวแสดงเจตนาเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือครอบครองแล้วแม้จำเลยจะครอบครองมาช้านานเพียงใด ก็หาได้สิทธิเป็นเจ้าของไม่ โจทก์ยังคงเป็นเจ้าของอยู่ตลอดมา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 326/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน กรณีบุกรุกเหมืองสาธารณะ กรมการอำเภอมีอำนาจสั่งให้แก้ไข
การที่จำเลยไม่ยอมให้ใครเข้าไปซ่อมเหมืองสาธารณะ ซึ่งคันเหมือนถูกทำลายเป็นเหตุให้น้ำไม่ไหล ไปตามลำเหมืองไปสู่นาของราษฎรตามปกตินั้น กรมการอำเภอย่อมมีอำนาจตาม พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457
มาตรา 122 ที่จะสั่งให้จำเลยเลิกถอนการบุกรุกเหมืองนี้ได้ เมื่อสั่งแล้ว จำเลยบังอาจขัดขืนโดยยึดถือเอาเหมืองนั้น
เป็นที่ของตนเสีย ไม่ยอมให้ผู้ใดเข้าไปซ่อม หรือทำเหมืองให้น้ำไหลไปตามปกติแล้ว จำเลยก็ย่อมมีความผิดฐานขัด
คำสั่งเจ้าพนักงานตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 334(2).
มาตรา 122 ที่จะสั่งให้จำเลยเลิกถอนการบุกรุกเหมืองนี้ได้ เมื่อสั่งแล้ว จำเลยบังอาจขัดขืนโดยยึดถือเอาเหมืองนั้น
เป็นที่ของตนเสีย ไม่ยอมให้ผู้ใดเข้าไปซ่อม หรือทำเหมืองให้น้ำไหลไปตามปกติแล้ว จำเลยก็ย่อมมีความผิดฐานขัด
คำสั่งเจ้าพนักงานตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 334(2).
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 326/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขัดขวางการซ่อมแซมเหมืองสาธารณะและการขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน
การที่จำเลยไม่ยอมให้ใครเข้าไปซ่อมเหมืองสาธารณะ ซึ่งคันเหมืองถูกทำลายเป็นเหตุให้น้ำไม่ไหลไปตามลำเหมืองไปสู่นาของราษฎรตามปกตินั้น กรมการอำเภอย่อมมีอำนาจตามพระราชบัญญัติปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 122 ที่จะสั่งให้จำเลยเลิกถอนการบุกรุกเหมืองนี้ได้เมื่อสั่งแล้วจำเลยบังอาจขัดขืนโดยยึดถือเอาเหมืองนั้นเป็นที่ของตนเสีย ไม่ยอมให้ผู้ใดเข้าไปซ่อม หรือทำเหมืองให้น้ำไหลไปตามปกติแล้ว จำเลยก็ย่อมมีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 334(2)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 260/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจมอบฉันทะและการรับผิดในหนี้: บุตรทำสัญญาแทนมารดา มารดารับผิดชอบหนี้
มารดามอบอำนาจให้บุตรไปทำสัญญาจำนองที่ดินและโรงเรือนไว้กับเขาต่อมาได้มีการผ่อนชำระและบุตรได้ทำสัญญารับรองหนี้ที่ค้างให้ไว้ส่วนสัญญาจำนองขอรับคืนไปเช่นนี้ ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่า การที่บุตรทำสัญญารับรองหนี้ที่ค้างให้เขาไว้ก็เป็นการทำแทนมารดาตามหนังสือมอบอำนาจนั้นเองฉะนั้นมารดาจึงต้องรับผิดใช้หนี้ที่ค้างนั้นแก่เขา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 260/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับผิดในหนี้จากการทำสัญญาแทนเจ้าของตามหนังสือมอบอำนาจ
มารดามอบอำนาจให้บุตรไปทำสัญญาจำนองที่ดินและโรงเรือนไว้กับเขา ต่อมาได้มีการผ่อนชำระและบุตรได้ทำ
สัญญารับรองหนี้ที่ค้างไว้ ส่วนสัญญาจำนองขอรับคืนให้ไป เช่นนี้ ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่า การที่บุตรทำสัญญารับรอง
หนี้ที่ค้างให้เขาไว้.ก็เป็นการทำแทนมารดาตามหนังสือมอบอำนาจนั้นเอง ฉะนั้นมารดาจึงต้องรับผิดใช้หนี้ที่ค้าง
นั้นแก่เขา.
สัญญารับรองหนี้ที่ค้างไว้ ส่วนสัญญาจำนองขอรับคืนให้ไป เช่นนี้ ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่า การที่บุตรทำสัญญารับรอง
หนี้ที่ค้างให้เขาไว้.ก็เป็นการทำแทนมารดาตามหนังสือมอบอำนาจนั้นเอง ฉะนั้นมารดาจึงต้องรับผิดใช้หนี้ที่ค้าง
นั้นแก่เขา.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 259/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย: ป้องกันเกินสมควรแก่เหตุและสมคบคิด
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 249 จำคุกคนละ 15 ปี แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้
ว่าจำเลยที่ 2 ยังไม่ผิด จึงให้ยกฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 1 คงพิพากษายืน ดังนี้
แม้โจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 อย่างเดียว ส่วนจำเลยที่ 1 ไม่ติดใจฎีกาแล้วก็ตาม เมื่อศาลฎีกาพิจารณาเห็น
ว่า เป็นเรื่องป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ อันเป็นเหตุลักษณะคดีแล้ว ศาลฎีกาย่อมพิพากษาลดโทษจำเลยที่ 1 ฐาน
ป้องกันเกินสมควรแก่เหตุด้วยได้./
ว่าจำเลยที่ 2 ยังไม่ผิด จึงให้ยกฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 1 คงพิพากษายืน ดังนี้
แม้โจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 อย่างเดียว ส่วนจำเลยที่ 1 ไม่ติดใจฎีกาแล้วก็ตาม เมื่อศาลฎีกาพิจารณาเห็น
ว่า เป็นเรื่องป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ อันเป็นเหตุลักษณะคดีแล้ว ศาลฎีกาย่อมพิพากษาลดโทษจำเลยที่ 1 ฐาน
ป้องกันเกินสมควรแก่เหตุด้วยได้./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 259/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำผิดฐานสมคบกันฆ่า และการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ ศาลฎีกาพิจารณาถึงความผิดของจำเลยทั้งสอง
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 249 จำคุกคนละ 15 ปี แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยที่ 2 ยังไม่ผิด จึงให้ยกฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 1คงพิพากษายืน ดังนี้
แม้โจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 อย่างเดียว ส่วนจำเลยที่ 1ไม่ติดใจฎีกาแล้วก็ตามเมื่อศาลฎีกาพิจารณาเห็นว่า เป็นเรื่องป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุอันเป็นเหตุลักษณะคดีแล้วศาลฎีกาย่อมพิพากษาลดโทษจำเลยที่ 1 ฐานป้องกันเกินสมควรแก่เหตุด้วยได้
แม้โจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 อย่างเดียว ส่วนจำเลยที่ 1ไม่ติดใจฎีกาแล้วก็ตามเมื่อศาลฎีกาพิจารณาเห็นว่า เป็นเรื่องป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุอันเป็นเหตุลักษณะคดีแล้วศาลฎีกาย่อมพิพากษาลดโทษจำเลยที่ 1 ฐานป้องกันเกินสมควรแก่เหตุด้วยได้