พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ป้องกันทรัพย์เกินสมควร: การใช้ปืนยิงผู้บุกรุกทำลายทรัพย์สิน
จำเลยใช้ปืนยิงคนร้ายที่กำลังฟันถากเปลือกต้นยาพาราในสวนของจำเลยในเวลากลางคืน กระสุนปืนถูกคนร้ายตายไป 1 คน นั้นเป็นการกระทำป้องกันทรัพย์ แต่เกินสมควรแก่เหตุ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ป้องกันทรัพย์เกินสมควร: การใช้ปืนยิงผู้บุกรุกทำลายทรัพย์สิน
จำเลยใช้ปืนยิงคนร้ายที่กำลังฟันถากเปลือกต้นยางพาราในสวนของจำเลยในเวลากลางคืนกระสุนปืนถูกคนร้ายตายไป1 คนนั้นเป็นการกระทำป้องกันทรัพย์ แต่เกินสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนการให้ทรัพย์สินเนื่องจากบุตรเนรคุณ ไม่อุปการะมารดา
บุตรว่า มารดาเป็นคนไม่มีศีลธรรมยกที่ดินให้แล้วกลับไม่ให้ซ้ำยังขับไล่ไม่ให้มารดาอยู่ร่วมบ้าน ไม่ปรากฏว่ามารดามีทรัพย์สมบัติอะไรเหลืออยู่มารดาต้องไปอาศัยบุตรคนอื่นซึ่งยากจนกว่าบุตรคนแรกส่วนบุตรคนแรกนั้นยังสามารถอุปการะให้สิ่งของแก่มารดาได้ แต่ก็ปฏิเสธเสีย ไม่ยอมให้อุปการะแก่มารดาดังนี้คดีต้องด้วย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531 มารดามีสิทธิเรียกทรัพย์ที่ให้คืนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยกทรัพย์สินให้บุตรแล้วถูกเนรคุณ สิทธิเรียกร้องทรัพย์สินคืนตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 531
บุตรว่า มารดาเป็นคนไม่มีศีลธรรมยกที่ดินให้แล้วกลับไม่ให้ ซ้ำยังขับไล่ไม่ให้มารดาอยู่ร่วมบ้านไม่ปรากฎว่า
มารดามีทรัพย์สมบัติอะไรเหลืออยู่ มารดาต้องไปอาศัยบุตรคนอื่นซึ่งยากจนกว่าบุตรคนแรก ส่วนบุตรคนแรกนั้น
ยังสามารถอุปการะให้สิ่งของแก่มารดาได้ แต่ก็ปฏิเสธเสีย ไม่ยอมให้อุปการะแก่มารดา ดังนี้ คดีต้องด้วย ป.ม.แพ่งฯ
มาตรา 531 มารดามีสิทธเรียกทรัพย์ที่ให้คืนได้.
มารดามีทรัพย์สมบัติอะไรเหลืออยู่ มารดาต้องไปอาศัยบุตรคนอื่นซึ่งยากจนกว่าบุตรคนแรก ส่วนบุตรคนแรกนั้น
ยังสามารถอุปการะให้สิ่งของแก่มารดาได้ แต่ก็ปฏิเสธเสีย ไม่ยอมให้อุปการะแก่มารดา ดังนี้ คดีต้องด้วย ป.ม.แพ่งฯ
มาตรา 531 มารดามีสิทธเรียกทรัพย์ที่ให้คืนได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 160/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หุ้นส่วนใช้ชื่อบริษัทที่ยังไม่ได้จดทะเบียนกู้เงิน ความรับผิดชอบยังคงอยู่ที่หุ้นส่วน
สองคนเข้าหุ้นส่วนกันตั้งร้านค้า มีชื่อเป็นบริษัทบริษัทหนึ่งได้ทำสัญญากู้เงินเขา โดยหุ้นส่วนคนหนึ่งลงชื่อเป็นผู้กู้มีผู้อื่นเป็นผู้ค้ำประกันต่อมาผิดนัดไม่ชำระหนี้แก่เขา ผู้ค้ำประกันต้องออกเงินใช้แทนไป ดังนี้ แม้ในสัญญากู้และสัญญาค้ำประกันจะใช้คำว่าบริษัทเป็นผู้กู้ก็ดี แต่บริษัทดังว่า ยังมิได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจึงไม่ทำให้ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งสองพ้นจากความรับผิดไปได้เพราะชื่อบริษัทที่กล่าวนี้ ผู้เป็นหุ้นส่วนใช้แทนชื่อของตนนั่นเอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 160/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หุ้นส่วนใช้ชื่อบริษัทที่ยังไม่ได้จดทะเบียนกู้เงิน ความรับผิดชอบยังคงเป็นของหุ้นส่วน
สองคนเข้าหุ้นส่วนกันตั้งร้านค้า มีชื่อเป็นบริษัทบริษัทหนึ่งได้ทำสัญญากู้เงินเขา โดยหุ้นส่วนคนหนึ่งลงชื่อเป็นผู้กู้ มีผู้อื่นเป็นผู้ค้ำประกัน ต่อมาผิดนัดไม่ชำระหนี้แก่เขา ผู้ค้ำประกันต้องออกเงินใช้แทนไป ดังนี้ แม้ในสัญญากู้และ
สัญญาค้ำประกันจะใช้คำว่า บริษัทเป็นผู้กู้ก็ดี แต่บริษัทดังว่า ยังมิได้จะทะเบียนเป็นนิติบุคคล จึงไม่ทำให้ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งสองพ้นจากความรับผิดไปได้เพราะชื่อบริษัทที่กล่าวนี้ ผู้เป็นหุ้นส่วนใช้แทนชื่อของตน
นั่นเอง./
สัญญาค้ำประกันจะใช้คำว่า บริษัทเป็นผู้กู้ก็ดี แต่บริษัทดังว่า ยังมิได้จะทะเบียนเป็นนิติบุคคล จึงไม่ทำให้ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งสองพ้นจากความรับผิดไปได้เพราะชื่อบริษัทที่กล่าวนี้ ผู้เป็นหุ้นส่วนใช้แทนชื่อของตน
นั่นเอง./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 148/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับฟังพยานหลักฐานแม้มีการยื่นบัญชีระบุพยานล่าช้า ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจตามเหตุสมควรเพื่อความยุติธรรม
ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับบัญชีระบุพะยาน โดยเห็นว่าไม่ได้ยื่นก่อนกำหนดวันสืบพยาน 3 วัน ฝ่ายนั้นจึงยื่นคำร้องแสดงเหตุผลต่าง ๆ ขอให้ศาลสั่งรับบัญชีพยานเพื่อสืบพยานของคนต่อไปนั้น ถือได้ว่าเป็นการ
โต้แย้งคำสั่งตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 226 (2) แล้ว.
จำเลยยื่นบัญชีระบบพยานช้าไปเพียววันเดียว โดยมิได้จงใจฝ่าฝืน แต่เป็นเรื่องรู้เท่าไม่ถึงการ เพียงเท่านี้จะปรับ
ลงโทษถึงกับยอมให้จำเลยมีโอกาสสืบพยานทีเดียว เป็นการรุนแรงไป เมื่อโจทก์ไม่เสียเปรียบ ก็พอถือได้ว่ากรณีมี
เหตุสมควรเพื่อความยุติธรรมที่จะรับฟังพยานหลักฐานจำเลยได้ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 87(2).
แม้จำเลยจะอุทธรณ์คัดค้านในข้อกฎหมายเพียงว่า การยื่นบัญชีระบุพยานของจำเลย ไม่ผิดต่อกฎหมายเท่านั้น
แม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยว่าการยื่นบัญชีระพยานของจำเลยยังไม่ถูกต้องตาม ก.ม.ก็ดี เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นกรณี
มีเหตุสมควรเพื่อความยุติธรรมแล้ว ศาลอุทธรณ์ก็ย่อมมีอำนาจยกเหตุสมควรเพื่อความยุติธรรมที่จะรับฟังพยาน
หลักฐานของจำเลยได้ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 87 (2) ไม่ถือว่าเป็นการเกินคำขอ./
โต้แย้งคำสั่งตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 226 (2) แล้ว.
จำเลยยื่นบัญชีระบบพยานช้าไปเพียววันเดียว โดยมิได้จงใจฝ่าฝืน แต่เป็นเรื่องรู้เท่าไม่ถึงการ เพียงเท่านี้จะปรับ
ลงโทษถึงกับยอมให้จำเลยมีโอกาสสืบพยานทีเดียว เป็นการรุนแรงไป เมื่อโจทก์ไม่เสียเปรียบ ก็พอถือได้ว่ากรณีมี
เหตุสมควรเพื่อความยุติธรรมที่จะรับฟังพยานหลักฐานจำเลยได้ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 87(2).
แม้จำเลยจะอุทธรณ์คัดค้านในข้อกฎหมายเพียงว่า การยื่นบัญชีระบุพยานของจำเลย ไม่ผิดต่อกฎหมายเท่านั้น
แม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยว่าการยื่นบัญชีระพยานของจำเลยยังไม่ถูกต้องตาม ก.ม.ก็ดี เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นกรณี
มีเหตุสมควรเพื่อความยุติธรรมแล้ว ศาลอุทธรณ์ก็ย่อมมีอำนาจยกเหตุสมควรเพื่อความยุติธรรมที่จะรับฟังพยาน
หลักฐานของจำเลยได้ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 87 (2) ไม่ถือว่าเป็นการเกินคำขอ./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 148/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับบัญชีระบุพยานล่าช้า: ศาลมีอำนาจใช้ดุลยพินิจรับฟังพยานหลักฐานเพื่อความยุติธรรม แม้มีเหตุผลด้านการดำเนินการที่ล่าช้า
ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับบัญชีระบุพยาน โดยเห็นว่าไม่ได้ยื่นก่อนกำหนดวันสืบพยาน 3 วันฝ่ายนั้นจึงยื่นคำร้องแสดงเหตุผลต่างๆ ขอให้ศาลสั่งรับบัญชีพยานเพื่อสืบพยานของตนต่อไปนั้นถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งคำสั่งตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2) แล้ว
จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานช้าไปเพียงวันเดียว โดยมิได้จงใจฝ่าฝืน แต่เป็นเรื่องรู้เท่าไม่ถึงการเพียงเท่านี้จะปรับลงโทษถึงกับไม่ยอมให้จำเลยมีโอกาสสืบพยานที่เดียว เป็นการรุนแรงไปเมื่อโจทก์ไม่เสียเปรียบก็พอถือได้ว่ากรณีมีเหตุสมควรเพื่อความยุติธรรมที่จะรับฟังพยานหลักฐานจำเลยได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 87(2)
แม้จำเลยจะอุทธรณ์คัดค้านในข้อกฎหมายเพียงว่า การยื่นบัญชีระบุพยานของจำเลย ไม่ผิดต่อกฎหมายเท่านั้นและแม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยว่าการยื่นบัญชีระบุพยานของจำเลยยังไม่ถูกต้องตามกฎหมายก็ดี เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นกรณีมีเหตุสมควรเพื่อความยุติธรรมแล้วศาลอุทธรณ์ก็ย่อมมีอำนาจยกเหตุสมควรเพื่อความยุติธรรมที่จะรับฟังพยานหลักฐานของจำเลยได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 87(2) ไม่ถือว่าเป็นการเกินคำขอ
จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานช้าไปเพียงวันเดียว โดยมิได้จงใจฝ่าฝืน แต่เป็นเรื่องรู้เท่าไม่ถึงการเพียงเท่านี้จะปรับลงโทษถึงกับไม่ยอมให้จำเลยมีโอกาสสืบพยานที่เดียว เป็นการรุนแรงไปเมื่อโจทก์ไม่เสียเปรียบก็พอถือได้ว่ากรณีมีเหตุสมควรเพื่อความยุติธรรมที่จะรับฟังพยานหลักฐานจำเลยได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 87(2)
แม้จำเลยจะอุทธรณ์คัดค้านในข้อกฎหมายเพียงว่า การยื่นบัญชีระบุพยานของจำเลย ไม่ผิดต่อกฎหมายเท่านั้นและแม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยว่าการยื่นบัญชีระบุพยานของจำเลยยังไม่ถูกต้องตามกฎหมายก็ดี เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นกรณีมีเหตุสมควรเพื่อความยุติธรรมแล้วศาลอุทธรณ์ก็ย่อมมีอำนาจยกเหตุสมควรเพื่อความยุติธรรมที่จะรับฟังพยานหลักฐานของจำเลยได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 87(2) ไม่ถือว่าเป็นการเกินคำขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เบี้ยปรับสูงเกินส่วน ศาลลดค่าปรับตามสัญญาจ้างได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.383
เบี้ยปรับกำหนดไว้สูงเกินส่วนศาลอาจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 114/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีที่ดินศาลเจ้า: ผู้มีอำนาจฟ้องต้องได้รับการแต่งตั้งจากข้าหลวงประจำจังหวัด
ตาม พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มาตรา 123 ก็ดี กฏเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถานชะนิดศาลเจ้าก็ดี หาได้ให้
อำนาจคณะกรรมการอำเภอหรือตัวนายอำเภอที่จะฟ้องร้องคดีเรื่องที่กุศลสถานชะนิดศาลเจ้าไม่ ฉะนั้นคณะกรรม
การหรือนายอำเภอจึงไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่บุคคลออกจากที่กุศลสถานชะนิดศาลเจ้า แต่ผู้ที่ได้รับแต่งตั้ง
จากข้าหลวงประจำจังหวัดให้เป็นผู้ปกครองศาลเจ้า ย่อมอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่ ได้./
อำนาจคณะกรรมการอำเภอหรือตัวนายอำเภอที่จะฟ้องร้องคดีเรื่องที่กุศลสถานชะนิดศาลเจ้าไม่ ฉะนั้นคณะกรรม
การหรือนายอำเภอจึงไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่บุคคลออกจากที่กุศลสถานชะนิดศาลเจ้า แต่ผู้ที่ได้รับแต่งตั้ง
จากข้าหลวงประจำจังหวัดให้เป็นผู้ปกครองศาลเจ้า ย่อมอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่ ได้./