พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,813 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความสมบูรณ์ของฟ้องอาญา: การระบุเวลาแสดงเอกสารปลอมต่อเจ้าพนักงาน
โจทก์ฟ้องระบุถึงวันเดือนปีที่จำเลยนำหนังสือปลอมไปแสดงต่อเจ้าพนักงานหอทะเบียนที่ดินโดยอ้างว่าเป็นหนังสืออันแท้จริงไว้แล้วคงขาดแต่ไม่ได้กล่าวเวลาที่ไปแสดงนั้นเป็นเวลาใดกลางวันหรือกลางคืน แต่ตามฟ้องนั้นเองก็ย่อมจะเข้าใจได้ว่า จำเลยนำไปแสดงต่อเจ้าพนักงานในเวลาราชการซึ่งตามปกติเป็นเวลากลางวัน ทั้งปรากฏตามคำให้การของจำเลยก็เห็นได้ว่าจำเลยเข้าใจข้อหาดีอยู่แล้วดังนี้ ย่อมถือได้ว่า ฟ้องของโจทก์สมบูรณ์พอเพียงตามความประสงค์ของกฎหมายแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 98/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำนอกอำนาจของผู้จัดการหุ้นส่วนก่อให้เกิดความเสียหายต่อร้านหุ้นส่วน จำเลยต้องรับผิด
ร้านของจำเลยเป็นผู้ทำการติดต่อซื้อน้ำมันจากบริษัทต่างประเทศและร้านซึ่งโจทก์จำเลยเป็นหุ้นส่วนกันรับช่วงซื้อน้ำมันจากร้านจำเลยเอามาขาย การที่จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการร้านหุ้นส่วนด้วยได้เอาเงินของร้านหุ้นส่วนส่งไปซื้อน้ำมันยังบริษัทต่างประเทศ แล้วถูกบริษัทต่างประเทศหักเงินเป็นค่าถังเปล่า ซึ่งร้านจำเลยค้างส่งแก่บริษัทเสียนั้น ได้ชื่อว่าจำเลยทำการนอกเหนืออำนาจเป็นเหตุให้ร้านหุ้นส่วนเสียหายจำเลยจึงต้องรับผิดในเงินที่ส่งไปนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 98/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจัดการนอกเหนืออำนาจของผู้จัดการหุ้นส่วน ทำให้ห้างหุ้นส่วนเสียหาย ผู้จัดการต้องรับผิด
ร้านของจำเลยเป็นผู้ทำการติดต่อซื้อน้ำมันจากบริษัทต่างประเทศ และร้านซึ่งโจทก์จำเลยเป็นหุ้นส่วนกันรับช่วงซื้อน้ำมันจากร้านจำเลยเอามาขาย การที่จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการร้านหุ้นส่วนด้วยได้เอาเงินของร้านหุ้นส่วนส่งไปซื้อน้ำมันยังบริษัทต่างประเทศแล้วถูกบริษัทต่างประเทศหักเงินเป็นค่าถังเปล่า ซึ่งร้านจำเลยค้างส่งแก่บริษัทเสียนั้น ได้ชื่อว่าจำเลยทำการนอกเหนืออำนาจ เป็นเหตุให้ร้านหุ้นส่วนเสียหาย จำเลยจึงต้องรับผิดในเงินที่ส่งไปนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 85/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีขับไล่ ผู้ให้เช่าต้องมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่า
ผู้เช่าทำสัญญาเช่าบ้านกับผู้ให้เช่าแล้ว ผู้เช่าบ้านทำผิดสัญญาเช่า จนผู้ให้เช่าต้องฟ้องขอให้ขับไล่นั้นผู้เช่าจะต่อสู้ว่าผู้ให้เช่าไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านเช่าจึงไม่มีอำนาจฟ้อง นั้น ย่อมฟังไม่ขึ้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 85/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องขับไล่ของผู้ให้เช่า แม้กรรมสิทธิ์อยู่ที่ผู้อื่น
ผู้เช่าทำสัญญาเช่าบ้านกับผู้ให้เช่าแล้ว ผู้เช่าบ้านทำผิดสัญญาเช่า จนผู้ผู้ให้เช่าต้องฟ้องขอให้ขับไล่นั้น ผู้เช่าจะต่อสู้ว่าผู้ให้เช่าไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิบ้านเช่าจึงไม่มีอำนาจฟ้อง นั้น ย่อมฟังไม่ขึ้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 74/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำนิติกรรมแทนเด็กโดยไม่ชอบ ศาลมีสิทธิเพิกถอนได้
ยื่นคำร้องต่อศาลขอเป็นผู้ปกครองเฉพาะทำนิติกรรมขายที่ดินของเด็ก แทนเด็ก ศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาต เมื่อปรากฏว่าการซื้อขายนั้นได้กระทำโดยสมยอมกันขายในราคาต่ำและปิดบังความจริงต่อศาลเด็กก็ย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้ทำลายนิติกรรมการซื้อขายนั้นเสียได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 74/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินที่เกิดจากการสมยอมและปิดบังความจริงต่อศาล
ยื่นคำร้องต่อศาลขอเป็นผู้ปกครองเฉพาะทำนิติกรรมขายที่ดินของเด็ก แทนเด็ก ศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาติ เมื่อปรากฎว่า การซื้อขายนั้นได้กระทำโดยสมยอมกันขายในราคาต่ำและปิดบังความจริงต่อศาล เด็กก็ย่อมมีสิทธิฟ้อง ขอให้ทำลายนิติกรรมการซื้อขายนั้นเสียได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 66/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเบิกจ่ายค่าจ้างงานโดยมิได้มีลูกจ้างจริง แต่ได้ผลงานและไม่มีความเสียหาย จึงไม่เป็นความผิด
จำเลยเป็นผู้กำกับแขวงการทาง ได้จ้างเหมาบุคคลภายนอกขนลูกรังมากองตามถนนสายที่กำลังก่อสร้าง แล้วทำบัญชีเป็นว่ามีคนงานของแขวงการทางนั้นทำการขนลูกรังเองแล้วเบิกจ่ายเงินค่าจ้างรายวันพร้อมทั้งเงินเพิ่มพิเศษประจำเดือนชั่วคราวและเงินยังชีพให้แก่คนงานเหล่านั้น โดยกรอกชื่อบุคคลต่างๆ ลงในบัญชีกับให้ลงลายมือชื่อว่าได้รับเงินค่าจ้างในฐานเป็นคนงานของแขวงการทางนั้นจากจำเลยแล้ว ซึ่งความจริงบุคคลที่ลงชื่อในบัญชีดังกล่าวมิได้เป็นคนงานของแขวงการทางเลยหากจำเลยได้เอาเงินที่เบิกมาได้นั้นจ่ายให้แก่ผู้รับเหมาไป ดังนี้ เมื่อปรากฏว่าวิธีที่จำเลยให้บุคคลภายนอกรับงานไปทำนั้น ได้ผลงานดีกว่าที่จะให้คนงานรายวันของกรมทางทำเอง ค่าจ้างที่จำเลยจ่ายให้แก่ผู้รับเหมาก็ย่อมเยาและจำเลยได้จ่ายเงินค่าแรงงานให้ผู้รับเหมารับไปจริงๆไม่มีการเบียดบังเอาไว้เลยจึงไม่มีการเสียหาย จำเลยย่อมไม่ผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา133, 230 ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 736,737/2478,1189/2480
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 66/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเบิกจ่ายเงินค่าจ้างงานโดยมิได้จ่ายจริง และการปลอมแปลงเอกสารบัญชีเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้รับเหมา แม้ไม่มีความเสียหาย แต่ถือเป็นความผิด
จำเลยเป็นผู้กำกับแขวงการทาง ได้จ้างเหมาบุคคลภายนอกขนลูกรังมากองตามถนนสายที่กำลังก่อสร้าง แล้วทำบัญชีเป็นว่ามีคนงานของแขวงการทางนั้นทำการขนลูกรังเอง แล้วเบิกจ่ายเงินค่าจ้างรายวันพร้อมทั้งเงินเพิ่มพิเศษประจำเดือนชั่วคราวและเงินยังชีพให้แก่คนงานเหล่านั้น โดยกอรกชื่อบุคคลต่าง ๆ ลงในบัญชีกับให้ลงลายมือชื่อว่าได้รับเงินค่าจ้างในฐานเป็นคนงานของแจวงการทางนั้นจากจำเลยแล้ว ซึ่งความจริงบุคคลที่ลงในบัญชีดังกล่าวมิได้เป็นคนงานของแขวงการทางเลย หากจำเลยได้เอาเงินที่เบิกมาได้นั้นจ่ายให้แก่ผู้รับเหมาไป ดังนี้เมื่อปรากฏว่าวิธีที่จำเลยให้บุคคลภายนอกรับงานไปทำนั้น ได้ผลงานดีกว่าที่จะให้คนงานรายวันของกรมทางทำเอง ค่าจ้างที่จำเลยจ่ายให้แก่ผู้รับเหมาก็ย่อมเยาว์ และจำเลยได้จ่ายเงินค่าแรงงานให้ผู้รับเหมารับไปจริง ๆ ไม่มีการเบียดบังเอาไว้เลย จึงไม่มีการเสยหาย จำเลยย่อมไม่ผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 133, 230 ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 736,737/2478,1189/2480
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 46/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วม: สิทธิที่ตั้งขึ้นเองโดยลำพังไม่ชอบ
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยบุกรุกที่ดินของโจทก์ ขอให้ศาลแสดงว่าที่ดินนั้นเป็นของโจทก์และให้ขับไล่จำเลยกับบริวารออกไป
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดชั้นพิจารณาในวันสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียว มีผู้ร้องสอด ร้องสอดเข้ามาว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ของโจทก์หรือจำเลยแต่เป็นของผู้ร้องสอดผู้ร้องสอดจึงขอเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับจำเลยในคดีนั้นด้วย ดังนี้ เป็นเรื่องผู้ร้องสอดตั้งสิทธิของผู้ร้องสอดขึ้นมาเองโดยลำพังไม่ชอบที่จะขอเข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57(2) ศาลย่อมไม่อนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วมด้วยได้
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดชั้นพิจารณาในวันสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียว มีผู้ร้องสอด ร้องสอดเข้ามาว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ของโจทก์หรือจำเลยแต่เป็นของผู้ร้องสอดผู้ร้องสอดจึงขอเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับจำเลยในคดีนั้นด้วย ดังนี้ เป็นเรื่องผู้ร้องสอดตั้งสิทธิของผู้ร้องสอดขึ้นมาเองโดยลำพังไม่ชอบที่จะขอเข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57(2) ศาลย่อมไม่อนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วมด้วยได้