พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,639 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1749/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจ้างระงับเมื่อรถถูกยึด และจำเลยไม่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุถูกจับกุม
จำเลยนำรถยนต์ไปจ้างโจทก์พ่นสีแล้วโจทก์ถูกจับและถูกยึดรถยนต์ไปโดยปรากฏว่าเป็นรถที่ถูกผู้ร้ายลักมา แล้วโจทก์รับ ซื้อและเอาไปจ้างพ่นสีหลังจากถูกจับแล้วโจทก์รับรถคืนไปพ่นสีโดยโจทก์อ้างว่าจำเลยตกลงให้โจทก์พ่นสีต่อไปแต่โจทก์สืบไม่ได้ ดังนี้ถือว่าสัญญาจ้างพ่นสีระหว่างโจทก์จำเลยเป็นอันระงับ
เพียงแต่ปรากฏว่าจำเลยรับซื้อรถยนต์ที่ถูกคนร้ายลักมาไปจ้างโจทก์พ่นสีแล้วโจทก์ถูกตำรวจจับไปขังนั้น ยังไม่พอให้จำเลยต้องรับผิดฐานละเมิด
เพียงแต่ปรากฏว่าจำเลยรับซื้อรถยนต์ที่ถูกคนร้ายลักมาไปจ้างโจทก์พ่นสีแล้วโจทก์ถูกตำรวจจับไปขังนั้น ยังไม่พอให้จำเลยต้องรับผิดฐานละเมิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1735/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรวมปริมาณข้าวที่ต้องแจ้ง การครอบครองข้าวเกินเกณฑ์ และผลกระทบต่อการริบของกลาง
จะมีข้าวเพิ่มเติมอีกกี่ครั้งก็ตาม เมื่อรวมกันมีจำนวนต้องแจ้งปริมาณสถานที่เก็บแล้วไม่แจ้ง เป็นความผิดต้องริบทั้งหมด
พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคฯ 2488 และ พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว 2489 ไม่ขัดแย้งหรือลบล้างกัน.
พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคฯ 2488 และ พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว 2489 ไม่ขัดแย้งหรือลบล้างกัน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1735/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรวมปริมาณข้าวที่ต้องแจ้ง การไม่แจ้งถือเป็นความผิดตามกฎหมายควบคุมเครื่องอุปโภคฯ และมีผลให้ต้องริบข้าวทั้งหมด
จะมีข้าวเพิ่มเติมอีกกี่ครั้งก็ตาม เมื่อรวมกันมีจำนวนต้องแจ้งปริมาณสถานที่เก็บแล้วไม่แจ้ง เป็นความผิดต้องริบทั้งหมด
พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคฯ 2488 และ พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว 2489 ไม่ขัดแย้งหรือลบล้างกัน
พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคฯ 2488 และ พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว 2489 ไม่ขัดแย้งหรือลบล้างกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1732/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลักทรัพย์ด้วยการตัดกล้วย: การบรรยายฟ้องต้องแสดงเจตนาเอาทรัพย์สินไป
ฟ้องที่บรรยายว่า จำเลยใช้มีดลักตัดกล้วยของเจ้าทรัพย์ไป เจ้าทรัพย์ไปพบจำเลยในขณะทำผิดเป็นฟ้องที่ครบองค์ความผิดฐานลักทรัพย์ ต่างกับฎีกาที่ 233/2486.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1732/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิพากษาความผิดฐานลักทรัพย์จากการตัดกล้วย จำเลยนำไปหรือไม่เป็นสาระสำคัญ
ฟ้องที่บรรยายว่า จำเลยใช้มีดลักตัดกล้วยของเจ้าทรัพย์ไป เจ้าทรัพย์ไปพบจำเลยในขณะทำผิดเป็นฟ้องที่ครบองค์ความผิดฐานลักทรัพย์ ต่างกับฎีกาที่ 233/2486
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1694/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขายทรัพย์สินของผู้อื่นโดยไม่มีอำนาจ ถือเป็นการละเมิด แม้จะทำแทนผู้อื่นก็ต้องรับผิด
จำเลยขายทอดตลาดทรัพย์ของโจทก์โดยเชื่อทหารอังกฤษซึ่งเป็นผู้สั่งให้ขาย โจทก์มาคัดค้านในขณะขาย แต่จำเลยคงขืนขายทอดตลาดไป ย่อมเป็นการละเมิดต่อโจทก์เจ้าของทรัพย์ แม้จำเลยทำแทนผู้อื่นก็ไม่พ้นความรับผิด
ข้อที่จำเลยอ้างว่าขายโดยคำสั่งของทางสหะประชาชาตินั้นจำเลยจะต้องแสดงว่าสหะประชาชาติมีสิทธิประการใดที่จะมาขายทรัพย์ของโจทก์ ส่วนที่จำเลยอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมจัดกิจการและทรัพย์สิน ฯลฯ นั้นก็ไม่ปรากฎว่าจำเลยได้กระทำไปตามคำสั่งของคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.นั้น จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์
ข้อที่จำเลยอ้างว่าขายโดยคำสั่งของทางสหะประชาชาตินั้นจำเลยจะต้องแสดงว่าสหะประชาชาติมีสิทธิประการใดที่จะมาขายทรัพย์ของโจทก์ ส่วนที่จำเลยอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมจัดกิจการและทรัพย์สิน ฯลฯ นั้นก็ไม่ปรากฎว่าจำเลยได้กระทำไปตามคำสั่งของคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.นั้น จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1694/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขายทรัพย์โดยไม่มีอำนาจและการละเมิดต่อเจ้าของทรัพย์ แม้จะทำแทนผู้อื่นก็ต้องรับผิด
จำเลยขายทอดตลาดทรัพย์ของโจทก์โดยเชื่อทหารอังกฤษซึ่งเป็นผู้สั่งให้ขาย โจทก์มาคัดค้านในขณะขาย แต่จำเลยคงขืนขายทอดตลาดไปย่อมเป็นการละเมิดต่อโจทก์เจ้าของทรัพย์แม้จำเลยทำแทนผู้อื่นก็ไม่พ้นความรับผิด
ข้อที่จำเลยอ้างว่าขายโดยคำสั่งของทางสหประชาชาตินั้นจำเลยจะต้องแสดงว่าสหประชาชาติมีสิทธิประการใดที่จะมาขายทรัพย์ของโจทก์ ส่วนที่จำเลยอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมจัดกิจการและทรัพย์สิน ฯลฯ นั้นก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้กระทำไปตามคำสั่งของคณะกรรมการตาม พ.ร.บ. นั้นจำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์
ข้อที่จำเลยอ้างว่าขายโดยคำสั่งของทางสหประชาชาตินั้นจำเลยจะต้องแสดงว่าสหประชาชาติมีสิทธิประการใดที่จะมาขายทรัพย์ของโจทก์ ส่วนที่จำเลยอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมจัดกิจการและทรัพย์สิน ฯลฯ นั้นก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้กระทำไปตามคำสั่งของคณะกรรมการตาม พ.ร.บ. นั้นจำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1634/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายปลอม ธนาคารไม่มีสิทธิหักเงินจากบัญชีผู้สั่งจ่าย แม้สุจริต
ธนาคารจ่ายเงินไปตามเช็คที่ลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายปลอมนั้น ธนาคารจะอาศัยสิทธิทำให้เช็คนั้นหลุดพ้นด้วยการจ่ายเงินหรือธนาคารจะใช้สิทธิหักเงินที่จ่ายจากบัญชีของผู้สั่งจ่ายย่อมไม่อาจจะทำได้ เว้นแต่ผู้สั่งจ่ายนั้นจะอยู่ในฐานะเป็นผู้ต้องตัดบทมิให้ยกข้อลายมือชื่อปลอมนั้นขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ธนาคารย่อมเป็นผู้ต้องรับผิดเอง โดยจะหักเงินนั้นจากบัญชีของผู้สั่งจ่ายหาได้ไม่
เช็คที่มีลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายปลอม กับเช็คที่มีลายมือชื่อผู้รับเงินผู้สลักหลังปลอมนั้นหาเหมือนกันไม่ เช็คที่มีลายมือชื่อผู้รับเงินหรือผู้สลักหลังปลอมนั้น ตามมาตรา 1009 ธนาคารไม่มีหน้าที่จะต้องนำสืบว่าการสลักหลังของผู้รับเงินหรือการสลักหลังในภายหลังรายใด ๆ ได้ทำไปด้วยอาศัยรับมอบอำนาจแต่บุคคลซึ่งอ้างว่าเอาเป็นเจ้าของคำสลักหลังนั้น และถึงแม้ว่ารายการสลักหลังนั้นจะเป็นสลักหลังปลอม หรือปราศจากอำนาจก็ตาม ถ้าหากธนาคารได้จ่ายเงินไปตามทางค้าปกติโดยสุจริตและปราศจากประมาทเลินเล่อไซร้ ท่านก็ให้ถือว่า ธนาคารได้ใช้เงินไปโดยถูกระเบียบ เมื่อพิจารณามาตรา 1008 และ 1009 เข้าด้วยกันแล้ว ก็จะแลเห็นได้ชัดว่า กฎหมายประสงค์ให้ธนาคารใช้ความระมัดระวังในเรื่องลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายยิ่งกว่าในเรื่องลายมือชื่อของผู้รับเงิน หรือผู้สลักหลังและกฎหมายให้ความคุ้มครองแก่ธนาคารที่จ่ายเงินไปตามทางค้าปกติโดยสุจริตปราศจากประมาทเลินเล่อก็แต่ในกรณีที่ลายมือชื่อผู้รับเงินหรือลายมือชื่อผู้สลักหลังเป็นลายมือชื่อปลอมเท่านั้น ส่วนลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายปลอมนั้นกฎหมายหาได้ให้ความคุ้มครองอย่างเดียวกันไม่
เช็คที่มีลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายปลอม กับเช็คที่มีลายมือชื่อผู้รับเงินผู้สลักหลังปลอมนั้นหาเหมือนกันไม่ เช็คที่มีลายมือชื่อผู้รับเงินหรือผู้สลักหลังปลอมนั้น ตามมาตรา 1009 ธนาคารไม่มีหน้าที่จะต้องนำสืบว่าการสลักหลังของผู้รับเงินหรือการสลักหลังในภายหลังรายใด ๆ ได้ทำไปด้วยอาศัยรับมอบอำนาจแต่บุคคลซึ่งอ้างว่าเอาเป็นเจ้าของคำสลักหลังนั้น และถึงแม้ว่ารายการสลักหลังนั้นจะเป็นสลักหลังปลอม หรือปราศจากอำนาจก็ตาม ถ้าหากธนาคารได้จ่ายเงินไปตามทางค้าปกติโดยสุจริตและปราศจากประมาทเลินเล่อไซร้ ท่านก็ให้ถือว่า ธนาคารได้ใช้เงินไปโดยถูกระเบียบ เมื่อพิจารณามาตรา 1008 และ 1009 เข้าด้วยกันแล้ว ก็จะแลเห็นได้ชัดว่า กฎหมายประสงค์ให้ธนาคารใช้ความระมัดระวังในเรื่องลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายยิ่งกว่าในเรื่องลายมือชื่อของผู้รับเงิน หรือผู้สลักหลังและกฎหมายให้ความคุ้มครองแก่ธนาคารที่จ่ายเงินไปตามทางค้าปกติโดยสุจริตปราศจากประมาทเลินเล่อก็แต่ในกรณีที่ลายมือชื่อผู้รับเงินหรือลายมือชื่อผู้สลักหลังเป็นลายมือชื่อปลอมเท่านั้น ส่วนลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายปลอมนั้นกฎหมายหาได้ให้ความคุ้มครองอย่างเดียวกันไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1634/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เช็คที่มีลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายปลอม ธนาคารไม่มีสิทธิหักเงินจากบัญชีผู้สั่งจ่าย แม้จะสุจริต
ธนาคารจ่ายเงินไปตามเช็คที่ลงลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายปลอมนั้น ธนาคารจะอาศัยสิทธิทำให้เช็คนั้นหลุดพ้นด้วยการจ่ายเงินหรือธนาคารจะใช้สิทธิหักเงินที่จ่ายจากบัญชีของผู้สั่งจ่ายย่อมไม่อาจจะทำได้ เว้นแต่ผู้สั่งจ่ายนั้นจะอยู่ในฐานะเป็นผู้ต้องตัดบทมิให้ยกข้อลายมือชื่อปลอมนั้นขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ธนาคารย่อมเป็นผู้ต้องรับผิดเอง โดยจะหักเงินนั้นจากบัญชีของผู้สั่งจ่ายหาได้ไม่
เช็คที่มีลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายปลอมกับเช็คที่มีลายมือชื่อผู้รับเงินผู้สลักหลังปลอมนั้นหาเหมือนกันไม่เช็คที่มีลายมือชื่อผู้รับเงินหรือผู้สลักหลังปลอมนั้น ตามมาตรา 1009 ธนาคารไม่มีหน้าที่จะต้องนำสืบว่าการสลักหลังของผู้รับเงินหรือการสลักหลังในภายหลังรายใดๆ ได้ทำไปด้วยอาศัยรับมอบอำนาจ แต่บุคคลซึ่งอ้างว่าเอาเป็นเจ้าของคำสลักหลังนั้น และถึงแม้ว่ารายการสลักหลังนั้นจะเป็นสลักหลังปลอม หรือปราศจากอำนาจก็ตาม ถ้าหากธนาคารได้จ่ายเงินไปตามทางค้าปกติโดยสุจริตและปราศจากประมาทเลินเล่อไซร้ ท่านก็ให้ถือว่า ธนาคารได้ใช้เงินไปโดยถูกระเบียบ เมื่อพิจารณามาตรา 1008 และ 1009 เข้าด้วยกันแล้ว ก็จะแลเห็นได้ชัดว่า กฎหมายประสงค์ให้ธนาคารใช้ความระมัดระวังในเรื่องลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายยิ่งกว่าในเรื่องลายมือชื่อของผู้รับเงิน หรือผู้สลักหลัง และกฎหมายให้ความคุ้มครองแก่ธนาคารที่จ่ายเงินไปตามทางค้าปกติโดยสุจริตปราศจากประมาทเลินเล่อก็แต่ในกรณีที่ลายมือชื่อผู้รับเงินหรือลายมือชื่อผู้สลักหลังเป็นลายมือชื่อปลอมเท่านั้น ส่วนลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายปลอมนั้นกฎหมายหาได้ให้ความคุ้มครองอย่างเดียวกันไม่
เช็คที่มีลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายปลอมกับเช็คที่มีลายมือชื่อผู้รับเงินผู้สลักหลังปลอมนั้นหาเหมือนกันไม่เช็คที่มีลายมือชื่อผู้รับเงินหรือผู้สลักหลังปลอมนั้น ตามมาตรา 1009 ธนาคารไม่มีหน้าที่จะต้องนำสืบว่าการสลักหลังของผู้รับเงินหรือการสลักหลังในภายหลังรายใดๆ ได้ทำไปด้วยอาศัยรับมอบอำนาจ แต่บุคคลซึ่งอ้างว่าเอาเป็นเจ้าของคำสลักหลังนั้น และถึงแม้ว่ารายการสลักหลังนั้นจะเป็นสลักหลังปลอม หรือปราศจากอำนาจก็ตาม ถ้าหากธนาคารได้จ่ายเงินไปตามทางค้าปกติโดยสุจริตและปราศจากประมาทเลินเล่อไซร้ ท่านก็ให้ถือว่า ธนาคารได้ใช้เงินไปโดยถูกระเบียบ เมื่อพิจารณามาตรา 1008 และ 1009 เข้าด้วยกันแล้ว ก็จะแลเห็นได้ชัดว่า กฎหมายประสงค์ให้ธนาคารใช้ความระมัดระวังในเรื่องลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายยิ่งกว่าในเรื่องลายมือชื่อของผู้รับเงิน หรือผู้สลักหลัง และกฎหมายให้ความคุ้มครองแก่ธนาคารที่จ่ายเงินไปตามทางค้าปกติโดยสุจริตปราศจากประมาทเลินเล่อก็แต่ในกรณีที่ลายมือชื่อผู้รับเงินหรือลายมือชื่อผู้สลักหลังเป็นลายมือชื่อปลอมเท่านั้น ส่วนลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายปลอมนั้นกฎหมายหาได้ให้ความคุ้มครองอย่างเดียวกันไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1627-1632/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความไม่ชัดเจนของวันกระทำผิดในฟ้องอาญา ทำให้ฟ้องไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
ฟ้องโจทก์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ.2491 เวลากลางวัน จำเลยนี้ เป็นทหารกองเกินและได้รับหมายเรียกของคณะกรมการอำเภอให้มาให้คณะกรรมการ ตรวจเลือกเข้ากองประจำการทหารจำเลยบังอาจหลีกเลี่ยงไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกตามกำหนดเวลา ทั้งนี้เพื่อจะไม่เข้ารับราชการทหารกองประจำการตามพระราชบัญญัติ เหตุเกิด ฯลฯดังนี้จำเลยย่อมเข้าใจฟ้องของโจทก์ไม่ได้ดีว่าโจทก์หาว่าจำเลยกระทำผิดในวันใด ฟ้องโจทก์จึงไม่ถูกต้องตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 158(5) ศาลต้องพิพากษายกฟ้อง