พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,639 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1518/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อซุงแปรรูปจากผู้ได้รับอนุญาตตัดไม้ ไม่ถือว่าผิดกฎหมายป่าไม้
จำเลยซื้อซุงเหลี่ยมเนื้อไม้ 2.90 ลูกบาศก์เมตรจากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ตัดฟันไม้ซึ่งผู้ขายเลื่อยปีกทำเป็นซุงเหลี่ยมก่อนเคลื่อนที่จากที่ทำไม้ การกระทำของผู้ขายเข้าข้อยกเว้นไม่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามมาตรา 50 ข้อ 1 พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484. การที่จำเลยมีซุงเหลี่ยมรายนี้ไว้ในครอบครอง จึงไม่มีผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1509/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยักยอกเงินรางวัลสลากกินแบ่งฯ ต้องมีมอบหมายให้ดูแลรักษาเงินจึงจะเป็นความผิดอาญา
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์,จำเลยว่าหุ้นส่วนกันซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากถูกรางวัลที่ 2 เป็นเงินสี่หมื่นบาท จำเลยรับเงินจากกองสลากกินแบ่งแล้ว จำเลยไม่ยอมจ่ายเงินสองหมื่น ส่วนได้ของโจทก์ให้แก่โจทก์ จำเลยเจตนาทุจจริตเบียดบังยักยอกเงินจำนวนนี้ ดังนี้ โจทก์ไม่ได้ไว้ใจจำเลย,ไม่ได้มอบหมายให้จำเลยเป็นผู้ดูแลรักษาหรือเก็บเงินไว้ จึงไม่เป็นคดีอาญา ศาลไม่รับฟ้องไว้พิจารณา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1509/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยักยอกเงินหุ้นส่วนสลากกินแบ่งฯ ต้องมีเจตนาทุจริตและได้รับมอบหมายให้ดูแลรักษาเงิน
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ จำเลยเข้าหุ้นส่วนกันซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล สลากถูกรางวัลที่ 2 เป็นเงินสี่หมื่นบาท จำเลยรับเงินจากกองสลากกินแบ่งแล้ว จำเลยไม่ยอมจ่ายเงินสองหมื่นส่วนได้ของโจทก์ให้แก่โจทก์ จำเลยเจตนาทุจริตเบียดบังยักยอกเงินจำนวนนี้ ดังนี้ โจทก์ไม่ได้ไว้ใจจำเลยไม่ได้มอบหมายให้จำเลยเป็นผู้ดูแลรักษาหรือเก็บเงินไว้ จึงไม่เป็นคดีอาญา ศาลไม่รับฟ้องไว้พิจารณา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1491/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีอาญาของภรรยาที่ไม่จดทะเบียนสมรส
โจทก์เป็นภรรยาผู้ตายโดยแต่งงานกันภายหลังวันใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 แล้ว แต่มิได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย ดังนี้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าผู้ตายโดยเจตนา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1491/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีอาญาของภรรยาที่ไม่จดทะเบียนสมรส
โจทก์เป็นภรรยาผู้ตายโดยแต่งงานกันภายหลังวันใช้ ป.ม.แพ่งฯบรรพ 5 แล้วแต่มิได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย ดังนี้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าผู้ตายโดยเจตนา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1486/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อพิพาทที่ดิน: การรุกล้ำที่ดินและการแก้ไขคำพิพากษาเล็กน้อย ศาลฎีกาไม่รับฎีกาในข้อเท็จจริงเนื่องจากทุนทรัพย์ไม่เกิน 2,000 บาท
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลูกครัว ห้องและกั้นรั้วล้ำเข้าไปในที่โจทก์เป็นการละเมิดเรียกค่าเสียหาย 490 บาท จำเลยว่าที่ที่ปลูกครัวห้องแถวและรั้วเป็นของจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การทำรั้วเป็นการละเมิด แต่การปลูกครัวและห้องแถวไม่เป็นการละเมิด ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหาย 80 บาทศาลอุทธรณ์แก้ว่าการทำรั้วก็ไม่เป็นการละเมิดให้ยกฟ้องทั้งหมด เป็นการแก้ไขเล็กน้อย โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ (คดีนี้คู่ความไม่ได้ตีราคาที่ดินตรงที่พิพาทกันนั้นขึ้นมา)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1486/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อพิพาทเรื่องเขตที่ดินและการรุกล้ำที่ดิน ศาลอุทธรณ์แก้ไขเล็กน้อย ทุนทรัพย์ไม่เกิน 2,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลูกครัว ห้องและกั้นรั้วล้ำเข้าไปในที่โจทก์เป็นการละเมิดเรียกค่าเสียหาย 490 บาท จำเลยว่าที่ ๆ ปลูกครัวห้องแถวและรั้วเป็นของจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การทำรั้วเป็นการละเมิด แต่การปลูกครัวและห้องแถวไม่เป็นการละเมิด ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหาย 80 บาท ศาลอุทธรณ์แก้ว่าการทำรั้วก็ไม่เป็นการละเมิดให้ยกฟ้องทั้งหมด เป็นการแก้ไขเล็กน้อย โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้. (คดีนี้คู่ความไม่ได้ตีราคาที่ดินตรงที่พิพาทกันนั้นขึ้นมา)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1475/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับคดีขับไล่และการขยายผลถึงผู้ที่เข้ามาอยู่ในอาคารโดยอาศัยอำนาจผู้เช่าเดิม แม้มีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
เดิมจำเลยได้เช่าตึกของโจทก์ประกอบการค้าโดยจำเลยเป็นเจ้าของ ต่อมาได้ตั้งเป็นหุ้นส่วน บุคคลในหุ้นส่วนก็คงถือว่าเป็นบริวารของจำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1475/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจจำเลยในฐานะผู้เช่าและการบังคับคดีแก่ผู้ที่อยู่อาศัยสืบเนื่องจากสัญญาเช่าเดิม
เดิมจำเลยได้เช่าตึกของโจทก์ประกอบการค้าโดยจำเลยเป็นเจ้าของ ต่อมาได้ตั้งเป็นหุ้นส่วน บุคคลในหุ้นส่วนก็คงถือว่าเป็นบริวารของจำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1472-1473/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การอุทธรณ์ต้องชัดเจนและต่อเนื่อง โดยอ้างอิงประเด็นเดิมได้ หากไม่ได้อ้างอิงถ้อยคำอื่นในสำนวน
ฟ้องอุทธรณ์หรือฟ้องฎีกาจะต้องตั้งประเด็นตามมาตรา 225 และต้องแสดงเหตุผลประกอบตามมาตรา 172ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ศาลชั้นต้นสืบพยานของ ป.สองปากแล้วสั่งงดสืบพยานของป.และพิพากษาให้ป.แพ้คดี ป.ยื่นอุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานไม่ชอบ และว่าพยานหลักฐานของ ป.เท่าที่สืบมาแล้วควรฟังได้ เพราะเหตุใด ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแต่เรื่องงดสืบพยาน แล้วพิพากษาให้ศาลชั้นต้นสืบพยานต่อไปและพิพากษาใหม่ ศาลชั้นต้นสืบพยานแล้วพิพากษาให้ ป.แพ้คดีตามเดิม ป.ยื่นอุทธรณ์เป็นครั้งที่ 2 บรรยายการดำเนินคดีมาตั้งแต่ต้นและกล่าวว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นคลาดเคลื่อนต่อเหตุผลและข้อกฎหมายดังที่ ป. ได้ยกเป็นองค์อุทธรณ์ ในคำฟ้องอุทธรณ์เดิมแล้ว ขอศาลอุทธรณ์ได้ถือเอาคำฟ้องอุทธรณ์ฉบับเดิมของ ป.มาเป็นองค์อุทธรณ์ในชั้นนี้ทุกประการด้วยดังนี้เห็นได้ว่า คำฟ้องอุทธรณ์ใหม่ของ ป.ต่อเนื่องมาจากคำฟ้องอุทธรณ์เดิม ไม่ได้อ้างถึงถ้อยคำอื่นในสำนวนเช่นคำแถลงการณ์เป็นต้น จึงเป็นอุทธรณ์ที่ใช้ได้ตามกฎหมาย แต่อ้างถึงคำฟ้องอุทธรณ์ด้วยกันและต่อเนื่องกัน
ศาลชั้นต้นสืบพยานของ ป.สองปากแล้วสั่งงดสืบพยานของป.และพิพากษาให้ป.แพ้คดี ป.ยื่นอุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานไม่ชอบ และว่าพยานหลักฐานของ ป.เท่าที่สืบมาแล้วควรฟังได้ เพราะเหตุใด ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแต่เรื่องงดสืบพยาน แล้วพิพากษาให้ศาลชั้นต้นสืบพยานต่อไปและพิพากษาใหม่ ศาลชั้นต้นสืบพยานแล้วพิพากษาให้ ป.แพ้คดีตามเดิม ป.ยื่นอุทธรณ์เป็นครั้งที่ 2 บรรยายการดำเนินคดีมาตั้งแต่ต้นและกล่าวว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นคลาดเคลื่อนต่อเหตุผลและข้อกฎหมายดังที่ ป. ได้ยกเป็นองค์อุทธรณ์ ในคำฟ้องอุทธรณ์เดิมแล้ว ขอศาลอุทธรณ์ได้ถือเอาคำฟ้องอุทธรณ์ฉบับเดิมของ ป.มาเป็นองค์อุทธรณ์ในชั้นนี้ทุกประการด้วยดังนี้เห็นได้ว่า คำฟ้องอุทธรณ์ใหม่ของ ป.ต่อเนื่องมาจากคำฟ้องอุทธรณ์เดิม ไม่ได้อ้างถึงถ้อยคำอื่นในสำนวนเช่นคำแถลงการณ์เป็นต้น จึงเป็นอุทธรณ์ที่ใช้ได้ตามกฎหมาย แต่อ้างถึงคำฟ้องอุทธรณ์ด้วยกันและต่อเนื่องกัน